‘ภูมิธรรม-ทวี’ รอด! คดีแทรกแซงสอบฮั้ว สว.

21 ม.ค. 2569 - 19:40

  • ‘ภูมิธรรม-ทวี’ รอด! ‘ศาล รธน.’ ชี้ ไม่ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้วสว. ถือว่าไม่ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

‘ภูมิธรรม-ทวี’ รอด! คดีแทรกแซงสอบฮั้ว สว.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัย กรณีที่ มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ กรณีแทรกแซงคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

ผลการพิจารณา ปรากฎว่า ในการลงมติของผู้ร้องทั้งสองในการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษครั้งที่ 3 เป็นการชี้ขาดตาม พ.ร.บ. การสอบสวนคดีพิเศษ มาตรา 21 วรรค 5 ว่ากรณีความผิดฐานฟอกเงิน ตามเรื่องสืบสวนที่ 151/2567 เป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษฯ มิใช่การลงมติให้การกระทำความผิดทางอาญาอื่นๆ เป็นคดีพิเศษ

และไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดที่แสดงให้เห็นว่าผู้ถูกร้องทั้งสองมีพฤติกรรมใดที่เป็นการข่มขู่ สั่งการ ชี้นำ หรือปิดกั้นการแสดงความเห็นอันเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงคณะกรรมการคดีพิเศษคนอื่นๆ

phumtham-tawee-21jan2026-SPACEBAR-Photo01.jpg

ทั้งนี้ ผู้ถูกร้องทั้งสองเป็นกรรมการโดยตำแหน่งตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ถูกร้องที่ 1 ในฐานะประธานในที่ประชุมได้บริหารและควบคุมการประชุมโดยเปิดโอกาสให้กรรมการทุกคนได้อภิปรายและแสดงความคิดเห็นเพื่อให้เกิดความรอบคอบในการพิจารณา ส่วนผู้ถูกร้องที่ 2 ได้ซักถามกรณีข้อสงสัยต่างๆ ต่อคณะกรรมการฯ เพื่อให้คณะกรรมการฯ มีข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างเพียงพอ

ขณะที่ผู้ถูกร้องที่ 2 เพียงแต่อธิบายความเห็นทางกฎหมาย หรือแนวทางการปฏิบัติงานโดยปกติของผู้ถูกร้องที่ 2 เท่านั้น จึงเชื่อว่า ผู้ถูกร้องทั้งสอง มิได้ใช้อำนาจสั่งการกรมสอบสวนคดีพิเศษและคณะกรรมการคดีพิเศษในการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม และมีมติรับไว้เป็นคดีพิเศษ เพื่อเป็นเครื่องมือแทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของ กกต. ในการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภาแต่อย่างใด

phumtham-tawee-21jan2026-SPACEBAR-Photo02.jpg

สมาชิกวุฒิสภาที่ถูกกล่าวหา รวมถึงประธานวุฒิสภา ได้คัดค้านการจัดตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ที่มีคณะกรรมการข้าราชการจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ กกต. อีกทั้งจากการเบิกความของ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ปรากฏหลักฐานตามสื่อที่รายงานทั่วไปเท่านั้น และไม่ปรากฏหลักฐานอื่นใดว่าผู้ถูกร้องทั้งสองสั่งการ หรือมีส่วนในการเสนอชื่อเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าว และกรณีที่ผู้ถูกร้องกล่าวอ้างว่า ผู้ถูกร้องที่ 2 สมคบกันทำความผิดกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษใช้อำนาจสอบสวนโดยไม่ชอบ สอบสวนเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ แล้วผู้ถูกร้องทั้งสองยังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ในลักษณะที่เป็นการปล่อยข่าวให้เกิดความหวาดกลัวต่อสมาชิกวุฒิสภานั้น

ส่วนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานใดที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้ถูกร้องที่ 2 ใช้อำนาจสั่งการและควบคุมให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการดังกล่าว อีกทั้งหากการปฏิบัติหน้าที่สอบสวนของพนักงานดังกล่าวเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายย่อมต้องถูกตรวจสอบโดยพนักงานอัยการและศาลที่พิจารณาสำนวนสอบสวนต่อไป รวมถึงเจ้าหน้าที่ดังกล่าว อาจถูกกล่าวหาฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีสมาชิกวุฒิสภาที่ถูกกล่าวหาบางส่วน ได้ลงบันทึกประจำวันต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐานแล้ว

และการให้สัมภาษณ์ของผู้ถูกร้องที่ 2 ต่อสื่อมวลชนเป็นกรณีที่ผู้ถูกร้องที่ 2 ต่อข้อซักถามจากสื่อมวลชนเกี่ยวกับการทุจริตเลือกสว. ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างกว้างขวาง เป็นการรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงการชี้แจงข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับกรณีมีผู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สืบสวนเท่านั้น มิได้มีการให้ข้อมูลรายละเอียดของหลักฐาน หรือมีการใช้ข้อความข่มขู่ สว.แต่อย่างใด

จากข้อเท็จจริงดังกล่าว กรณีไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าผู้ถูกร้องทั้งสองมีพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหาว่า ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์อันเป็นการขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 อนุ 4 และไม่มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

phumtham-tawee-21jan2026-SPACEBAR-Photo03.jpg

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณาประเด็นความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) หรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 เห็นว่า ภูมิธรรม ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) รวมทั้งมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เห็นว่า พ.ต.อ.ทวี ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4)

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาว่า ผู้ถูกร้องทั้งสอง มีพฤติกรรมอันเป็นเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรามาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) หรือไม่ โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เห็นว่า ภูมิธรรมไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) และมีเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 เห็นว่า พ.ต.อ.ทวี ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) แต่อย่างไรก็ดีความเป็นรัฐมนตรีของทั้งสองคนได้สิ้นสุดไปก่อนหน้านี้แล้ว จากกรณีคดีของ แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์