ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม, ฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และคณะ เดินทางเยี่ยมชมหมู่บ้านท้องถิ่นและมัสยิดอิดกะฮ์ (Id Kah Mosque) พร้อมกับหารือกับผู้นำศาสนาในพื้นที่
โดยผู้นำศาสนาได้อธิบายถึงความเป็นมาของมัสยิดอิดกะฮ์ว่า ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ยุคราชวงศ์หมิง มีประวัติยาวนานกว่า 580 ปี เป็นสถานที่เปิดที่ทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติสามารถเข้ามาได้
ในปี 1962 รัฐบาลจีนได้กำหนดให้อาคารแห่งนี้เป็นโบราณสถานที่ต้องอนุรักษ์ไว้ และในปี 2001 ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานระดับชาติ ภายในมัสยิดมีการติดตั้งฮีตเตอร์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่มาประกอบพิธีทางศาสนา
ต่อมา ในปี 2013 รัฐบาลท้องถิ่นได้มอบพรมให้แก่มัสยิด เพื่อสะท้อนความสัมพันธ์ที่ดี และรัฐบาลซินเจียงยัง ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อฟื้นฟูสถานที่ ทำให้มัสยิดได้รับการพัฒนา
จากนั้น ภูมิธรรม ได้สอบถามว่า ผู้นำศาสนาได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการที่ทางการไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ทั้ง 40 คน กลับประเทศหรือไม่? ซึ่งผู้นำศาสนาตอบว่า ได้ติดตามจากข่าวออนไลน์ และรู้สึกดีใจมาก
ภูมิธรรม จึงสอบถามต่อว่า มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับชาวอุยกูร์ที่ออกจากประเทศแล้วได้กลับมา? ซึ่งผู้นำศาสนาระบุว่า รู้สึกดีใจมาก และหากมีโอกาสก็อยากไปเยี่ยมกลุ่มคนเหล่านั้น
นอกจากนี้ ภูมิธรรม ยังถามด้วยว่ามีคนไทยบางส่วนเป็นห่วงกลุ่มชาวอุยกูร์ที่เดินทางกลับประเทศ ว่าพวกเขามีความเป็นอยู่สุขสบายดีหรือไม่?
ผู้นำศาสนาระบุว่า “ประเทศจีนเป็นประเทศที่ปกครองตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น การที่คนเหล่านี้ได้กลับมายังประเทศจีน คนไทยไม่ต้องกังวล ทุกคนเหล่านี้อยู่กับครอบครัวของพวกเขาอย่างมีความสุข และรัฐบาลจีนจะดูแลอย่างดี ให้มีชีวิตอย่างปกติ”




