เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายก รัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และคณะ ได้เดินทางจากสนามบินตำรวจ ไปสนามเฮลิคอปเตอร์ ร.13 พัน3 รอ. เพื่อลงพื้นที่ตรวจราชการที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ติดตามความคืบหน้า ผลการซีลพื้นที่ชายแดนตามนโยบาย Seal Stop Safe และการปราบปรามยาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และขบวนการค้ามนุษย์ รวมถึงผลการตัดสัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต และการส่งกระแสไฟไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ภูมิธรรม ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้สอดรับกับสิ่งที่เราอยากแก้ไข เดิมอยากลงไปตรวจที่ฝั่งพญาตองซู แต่เมื่อมีการพูดถึงเรื่องตึก 25 ชั้น และอะไรหลายอย่าง จึงประสานลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ย้ำว่าสิ่งที่มีการพูดกันเราไม่ได้ปล่อยประละเลย
- ‘เมียนมา’ ประสานส่ง 53 เหยื่อคอลเซ็นเตอร์เข้าไทยวันนี้ หลังสอบสวนเสร็จส่งกลับประเทศทันที
พร้อมเปิดเผยว่า ทางการเมียนมาประสานขอส่งผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกหลอก มาพักไว้ที่ไทย เพื่อตรวจสอบก่อนส่งกลับยังประเทศต้นทาง โดยวันนี้ (12 ก.พ.) จะส่งเข้ามา 53 คน จาก 8 ประเทศ อาทิ เอธิโอเปีย ฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ เคนยา โดยเมียนมาติดต่อมาว่าดูแลไม่ไหว การทำงานเขาลดประสิทธิภาพลง หรือปิดลง จึงปล่อยตัวออกมา
ขณะเดียวกันเราได้ประสานงานภายในกับเมียนมาว่า หากต้องการลดความกดดันลงในเรื่องการตัดน้ำมัน ตัดไฟ ตัดอินเทอร์เน็ต จะต้องทำให้เราเห็นว่าประเทศเขาปลอดภัยจากเรื่องนี้ ดังนั้นเขาเองต้องจัดการดำเนินการตามแรงกดดัน ตรงนี้เราก็มาถูกทางแล้ว การที่มาขู่เราว่าจะตัดเส้นทางไม่ให้สินค้าเข้าไม่ใช่ปัญหาของเรา เป็นปัญหาของเขา อันนั้นขู่เราไม่ได้
ส่วนการที่ทางเมียนมาดูแลคนไม่ได้แล้วส่งมายังไทย จะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์ดูแลผู้อพยพแทนหรือไม่ ภูมิธรรม ยืนยันว่าเราจะไม่ตั้งศูนย์อพยพ เมื่อตรวจสอบข้อมูลของผู้ที่ได้รับผลกระทบเสร็จแล้ว เราจะส่งกลับประเทศนั้นๆ คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน แต่ถ้าประเทศเขาไม่มีความชัดเจนว่าจะรับคนกลับ เราก็จะไม่ให้ส่งเข้ามาในไทย ย้ำว่าเราไม่รับ
ส่วนเมียนมามีแนวโน้มผลักดันส่งคนกลับมาไทยจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่ ภูมิธรรม ระบุว่า ตรงนี้พูดยาก เราทราบเพียงว่ามีกระบวนการนี้มาก เบื้องต้นเรามีกองกำลังที่อยู่ตามแนวชายแดนเตรียมป้องกันไว้แล้ว
- ‘หม่อง ชิต ตู’ ถ้ามาไทยถูกจับแน่ แต่ถ้าอยู่เมียนมาจับไม่ได้ เหตุติดเรื่องอธิปไตย
นอกจากนี้ ภูมิธรรม ยังระบุถึงการเตรียมออกหมายจับ พันเอก หม่อง ชิต ตู ผู้นำคนปัจจุบันของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยงว่า ยังไม่แน่ใจว่าหมายจับออกแล้วหรือยัง แต่มีการติดต่อประสานมาเพื่อขอหลักฐานในการออกหมายจับ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการ แต่หากหมายจับออกแล้ว คงไปจับในประเทศเขาไม่ได้ เพราะถือเป็นอธิปไตย แต่ถ้าเข้ามาพื้นที่ของไทย สามารถจับได้เลย
ส่วนการออกคำสั่งย้ายข้าราชการที่เข้าไปพัวพันกับแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ภูมิธรรม ระบุว่า ขณะนี้มีคำสั่งย้ายตำรวจที่เกี่ยวข้องประมาณ 5 นายแล้ว เป็น ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรแม่สอด สถานีตำรวจภูธรแม่ระมาด และสถานีตำรวจภูธรพบพระ โดยให้ขาดจากการปฏิบัติงานในหน้าที่เดิมให้ย้ายไปกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6
ส่วนอีกสองนายนั้นเป็น ผู้การฯ จังหวัด และ นายพล ต. โดยทั้งหมดไม่สามารถสั่งการในพื้นที่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดมีความผิด เพียงต้องดำเนินการจัดการข้อที่ถูกกล่าวหาที่สอบสวนขั้นต้น
- ลั่นไม่ปกป้องคนเกี่ยวทุจริตซื้อยา รพ.ทหารผ่านศึก
อีกประเด็นที่ถูกถามถึง คือเรื่องขบวนทุจริตซื้อยา โรงพยาบาลทหารผ่านศึก ภูมิธรรม ระบุว่า เรื่องนี้ต้องขอบคุณ สส. จากพรรคประชาชน ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ และผมต้องการคนแบบนี้ แต่หากให้ดีต้องประสานเราก่อน เพราะไม่ได้คิดจะปกป้องใคร เพียงแต่ให้ข้อมูล แม้จะเป็นข้อมูลที่ไม่มาก แต่เมื่อส่งให้เราจะถือเป็นเบาะแสที่จะทำการประสานและจัดการ
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ตั้งคณะกรรมการสอบ และนำข้อมูลส่วนนี้มาพิจารณา และได้สั่งการไปที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว




