กรณีที่การตั้งข้อสังเกต ว่ามีการนำเรื่อง “เจรจาภาษีสหรัฐฯ” มาผูกโยงกับการเจรจาหยุดยิงกับกัมพูชา จะทำให้ยุทธวิธีทางการทหารเบี่ยงเบนไปหรือไม่นั้น
เรื่องนี้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ต้องถามว่าการที่เราดำเนินการเพื่อประโยชน์ต่อการลดอัตราภาษีให้มีเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำลง เป็นเรื่องดีต่อประเทศไทยหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ผูกพันกับวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ”
พร้อมยืนยันว่า เรื่องนี้ทุกฝ่ายรับรู้ โดยวันที่หารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ก็ได้มีการชี้แจงตั้งแต่วันแรกแล้ว และฝ่ายกองทัพก็รับรู้ ส่วนตัวยังคิดว่าสิ่งที่สื่อให้ความสำคัญและพูดน้อยคือ “การดำเนินการของรัฐบาลที่เริ่มต้นมา เราทำงานร่วมกันกับกองทัพ และการไปครั้งนี้เราก็ได้มีการติดต่อว่า เราจะดำเนินการแค่ไหนอย่างไร และแค่ไหนที่กองทัพจะรับได้ เราได้คุยกันตลอด และสิ่งที่กองทัพได้ยื่นมาว่าให้รัฐบาลมุ่งเน้นไปที่เรื่องอะไร มีการปรากฏอยู่ในบันทึกของการพูดคุยทั้งหมด”
ที่บอกว่ารัฐบาลมีปัญหากับกองทัพ มันไม่มี อย่าไปเปิดประเด็น เพราะตอนนี้เรากำลังสู้อยู่กับกัมพูชา แทนที่เราจะรวมกันและไปสู้กับเขา เพราะเขาใช้ทุกกระบวนการ ทั้งไอโอ แต่เรากลับมาตั้งปัญหาของเรา และในทางปฏิบัติยังไม่ได้ปรากฏปัญหาอะไรเลยว่าสิ่งที่ได้ดำเนินการของกองทัพจะขัดข้องกับรัฐบาล อย่าเอาข่าวหรืออะไรที่ไม่เข้าใจแล้วมาพูด เพราะจะทำให้ประเทศตัวเองเพลี่ยงพล้ำ อยากให้ทุกคนดำเนินการตามวิชาชีพของตัวเองให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ จะเห็นได้ว่าวันนี้การดำเนินการตั้งแต่ต้นระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ พูดคุยกันมาตลอด และตัวแทนกองทัพที่สำคัญตอนนี้ก็คือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
ยังไม่คิดตั้ง ‘รมว.กลาโหม’
ส่วนเมื่อถามถึงในสถานการณ์ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาในขณะนี้ จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือไม่นั้น
ภูมิธรรม กล่าวว่า “วันนี้เรื่องสำคัญคือสู้กับประเทศกัมพูชา และขณะนี้ยังจับมือกันได้ดี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะรักษาการ รมว.กลาโหม ยังทำงานได้ดีเป็นคนเชื่อมประสานกับกองทัพได้ดีอยู่แล้ว ผมคิดว่าไม่มีอะไรต้องคิดนอกลู่นอกทาง หรือนอกเส้นทาง สิ่งที่เราทำวันนี้ คือร่วมมือกันจับมือช่วยเหลือกันสู้กับภัยที่คุกคามประเทศอยู่”
รัฐบาลทำงานไม่ช้า! ‘เขมร’ ละเมิดข้อตกลง ประชาคมโลกรับรู้
กรณีที่ประธานรัฐสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ได้กล่าวในที่ประชุมสหภาพรัฐสภา กล่าวหาว่าไทยละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและใช้อาวุธเคมี จะต้องให้กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงหรือไม่นั้น
ภูมิธรรมชี้แจงว่า “ทราบว่ากระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมการยื่นประท้วงแล้ว และจากที่ทางฝั่งกัมพูชาพูด ซึ่งเรื่องนี้สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ เพราะภาพถ่ายต่างๆ สามารถตรวจสอบได้ เราไม่ได้กระทำการอะไรที่เป็นอันตรายต่อพลเรือนชาวกัมพูชา แต่สิ่งที่ไทยดำเนินการคือเป้าหมายทางทหารทั้งหมด”
เมื่อถามว่า คำชี้แจงของฝ่ายไทยต่อนานาชาติดูเหมือนจะช้าไปหรือไม่? ภูมิธรรมกล่าวว่า “ผมคิดว่าไม่ได้ช้า เพราะเท่าที่ได้รับรายงาน กระทรวงการต่างประเทศก็ได้ยื่นหนังสือเสมอ ซึ่งอาจจะต้องมีการปรับปรุงการประชาสัมพันธ์ โดยให้ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หรือ ศบ.ทก. เป็นแม่ข่ายร่วมกับสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ NBT ทำการชี้แจง ซึ่งหากเป็นการชี้แจงทั่วไปก็ให้ NBT แต่หากเป็นเรื่องสำคัญหรือเรื่องใหญ่ ก็ให้ประสานงานเกี่ยวสัญญาณ โดยให้ NBT เป็นแม่ข่าย”
เมื่อถามว่ารัฐบาลจะเดินหน้าต่ออย่างไร เพราะดูเหมือนกัมพูชาไม่ได้แคร์สายตาของนานาชาติและมีการละเมิดข้อตกลงอยู่บ่อยครั้ง? ภูมิธรรมกล่าวว่า “ก็ดี ก็ทำให้ชัดเจน และโลกได้รับรู้ เพราะตอนนี้ก็เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ที่ประชาคมโลกเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ได้รับทราบและรับรู้”
เมื่อถามว่า เมื่อวานที่ได้ยื่นเรื่องประท้วงต่อ 3 ประเทศ คือ มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา และจีนไปแล้วนั้น จะต้องเร่งรัดอะไรหรือไม่? ภูมิธรรมกล่าวว่า “เราทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ ส่วนต่างๆ ประเทศเหล่านั้นก็จะเข้ามาเกี่ยวข้องตามสถานการณ์ที่มีความเหมาะสมของเขา เราไปกะเกณฑ์เขาไม่ได้”
เมื่อถามว่าการมีประเทศที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้อง จะทำให้เป็นผลบวกหรือลบกับไทย? ภูมิธรรมกล่าวว่า “ประเทศที่ 3 เป็นการแสดงความห่วงใยธรรมดา ซึ่งเราได้วางกฎเกณฑ์การพูดคุยแบบทวิภาคี ซึ่งขณะนี้การทำวิภาคีก็ยังมีการเจรจากันอยู่ แต่สิ่งที่สำคัญที่เราได้ประณามไปแล้ว คือการละเมิดข้อตกลง”
เมื่อถามว่าฝ่ายกัมพูชามีผู้บัญชาการทหารสูงสุดของมาเลเซียเข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่ ส่วนฝ่ายไทยจะมีการเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอาเซียนมาลงพื้นที่ด้วยหรือไม่? ภูมิธรรมกล่าวว่า “กองทัพบกของเราได้เชิญผู้ช่วยทูตทหารนานาชาติไปลงพื้นที่ โดยยืนยันว่าทุกฝ่ายที่ทำหน้าที่จะทำหน้าที่ตามที่ผมเกี่ยวข้อง”
ไม่กังวล ‘เขมร’ ชิงความได้เปรียบ พาทูตต่างชาติลงพื้นที่ชายแดนก่อนไทย
เมื่อถูกถามถึงกรณีที่กองทัพบกเตรียมพาผู้ช่วยผู้ทหารชาติต่างๆ ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อดูความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปะทะ จะช้าไปหรือไม่ เพราะกัมพูชาพาผู้ช่วยทูตทหารและสื่อต่างชาติลงพื้นที่ไปแล้ววันนี้
ภูมิธรรมชี้แจงว่า “ใครไปก่อนไปหลังไม่เป็นไร” แต่ผมได้พูดกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปแล้วว่า “ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บหลักฐานทั้งหมดให้เร็ว ก่อนที่ประชาชนจะกลับเข้าบ้าน”
ส่วนที่ชาวบ้านอุบลราชธานี กังวลใจ เพราะกัมพูชาไปชี้จุดบริเวณช่องอานม้า ให้ต่างชาติเข้าใจว่าเป็นพื้นที่ของกัมพูชานั้น ภูมิธรรมบอกว่า “ไม่ต้องกลัว ไม่ใช่อยู่ๆ จะอ้างสิ่งที่เป็นไปไม่ได้จริง” และ “ไม่กังวลเรื่องข่าวเท็จที่ปล่อยออกมาเรื่อยๆ เพราะทุกอย่างต้องว่าไปตามสิ่งที่เป็นจริง”
ลุยสอบเอาผิดคดีพลุระเบิดดับ 9 ราย เหตุลักลอบประกอบกิจการ
สำหรับกรณีเกิดเหตุพลุระเบิดในพื้นที่ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงว่า จากการรายงานพบว่าเป็นกลุ่มคนที่ลักลอบประกอบกิจการ ซึ่งทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดได้ลงพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในเบื้องต้นพบว่ามีคนเสียชีวิต 9 ราย ซึ่งเข้าใจว่าเป็นผู้ที่ทำงานอยู่ในที่แห่งนั้น ส่วนรายละเอียดต้องรอให้มีการสอบสวนก่อน แต่ในเบื้องต้นทราบเพียงว่าไม่ได้ขออนุญาต
จะต้องสืบสวนสอบสวนและดำเนินการอย่างถึงที่สุดว่าความผิดอยู่ที่ใคร เนื่องจากไม่ใช่การเกิดเหตุครั้งแรก แต่ต้องรอเขารายงานมาก่อนจะได้สั่งการต่อได้ อย่างไรก็ตามก็ต้องทำให้ถึงที่สุดว่าเกิดเหตุเช่นนี้ได้อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ




