‘เพื่อไทย’ ซัด ‘พิธา’ มัดมือชก แก้ ม.272

17 ก.ค. 2566 - 15:10

  • ‘เพื่อไทย’ ซัด ‘พิธา’ มัดมือชก แก้ ม.272

  • เหน็บนี่คือ ‘วาระประเทศ’ ไม่ใช่วาระ ‘ก้าวไกล’

  • เตือนอย่าเอา ปชช.เป็นตัวประกัน มั่นใจแคนดิเดตนายกฯ พท. มีความพร้อม

phumtham_wechayachai_blame_mfp_in_case_of_amending_section_272_SPACEBAR_Hero_f2f3490c12.jpeg
ที่พรรคเพื่อไทย ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองหัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์ต่อประเด็นที่ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แสดงจุดยืนต่อสู้ 2 สมรภูมิ คือ โหวตนายกฯ ในสภาฯ และการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว. โหวตนายกฯ ว่า เรื่องนี้เป็นการเปิดสมรภูมิใหม่ของพรรคก้าวไกล ไม่เข้าใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นการเสนอประเด็นที่ไม่ได้อยู่ใน MOU ที่ 8 พรรคร่วมเซ็นร่วมกัน  

แต่การที่พรรคก้าวไกลบอกว่า ถ้าต่อสู้ไม่สำเร็จจะเปิดทางให้พรรคอันดับ 2 ‘ภูมิธรรม’ มองว่าเป็นการพูดที่ฟังดูดี แต่ทั้ง 2 ประเด็น มียากลำบากและไม่มีกรอบเวลาชัดเจน  

สำหรับการเสนอแก้ไขมาตรา 272 ของพรรคก้าวไกล ‘ภูมิธรรม’ มองว่าเป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และจะไม่ได้รับชัยในเรื่องนี้ แต่การเร่งตั้งรัฐบาลจะทำให้สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทั้งระบบ เพราะเป็นหนึ่งในนโยบายที่พรรคเพื่อไทยเสนอไว้ แต่การกระทำของพรรคก้าวไกล ถือเป็นการเปิดวาระใหม่ และมองว่าการที่ ‘พิธา’ และพรรคก้าวไกลนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อสาธารณชน ไม่ใช่วาระของทั้ง 2 พรรค เราตกลงกันว่าจะกลับไปคุยในพรรคตัวเอง แต่ที่ ‘พิธา’ ออกมาพูดเช่นนี้เหมือนมัดมือชก เราจึงจำเป็นต้องออกมาพูดความจำเป็น และความเป็นจริงให้ทราบ  

‘ภูมิธรรม’ อธิบายว่า สิ่งที่พูดไม่ใช่ความขัดแย้งหรือโกรธกัน แต่ต้องการเสนอความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่าวาระประเทศและวาระประชาชนคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่วาระของพรรคก้าวไกล หรือวาระของ ‘พิธา’  และ การที่ ‘พิธา’ พูดว่าเวลานี้อนาคตของพรรคก้าวไกล และอนาคตของประชาชนอยู่ในมือของประชาชนแล้ว ส่วนตัวคิดว่าอย่าเอาประชาชนเป็นตัวประกัน วันนี้ประเทศชาติและปัญหาประชาชนอยู่ในมือพรรคก้าวไกล และ ‘พิธา’ จึงต้องหยิบเอาปัญหาและวาระของประชาชนเป็นที่ตั้งแล้วตัดสินใจ

ถ้าการตัดสินใจครั้งนี้ผิดพลาด ปัญหาประชาชนจะลำบากต้องอยู่กับ ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ ไปอีกนาน และจะรักษาการไปเรื่อยๆ แต่ถ้าตัดสินใจถูกต้องปัญหาจะคลี่คลาย อยากให้ ‘พิธา’ และพรรคก้าวไกลนำไปคิด   
 
“พรรคเพื่อไทย ขอให้เอาวาระประชาชนเป็นที่ตั้ง แล้วหาทางออกร่วมกันอย่างรวดเร็ว เพราะเราห่วงโรคแทรกซ้อน หากรัฐบาลเดิมจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย เราจะสู้เขาไม่ได้เพราะเขามี 188 เสียง และ ส.ว.อีก 250 เสียงสามารถตั้งรัฐบาลได้เลย เราต้องอยู่กับลุงไปอีก 4 ปี ประชาชนยินดีเช่นนั้นหรือไม่ ถ้าไม่ยินดีก็ต้องหาทางออก”  

เมื่อถามว่าได้คิดเรื่องการเปลี่ยนตัวแคนดิเดตนายกฯ ไว้บ้างหรือไม่ ‘ภูมิธรรม’ ย้ำว่าพรรคเพื่อไทย ไม่มีแผนสำรอง แผนแรกแผนเดียว เราอยากจับมือกับ 8 พรรคร่วมเดินหน้าไปให้ถึงที่สุด แต่ต้องมีคำตอบที่ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้มีการเลือกไปเรื่อยๆ โดยที่ประเทศไม่รู้ว่าทางออกจะเป็นอย่างไร เรารอไปถึงต้นปีหน้าไม่ได้ เพราะปัญหาประเทศตอนนี้รุนแรงมาก และไม่ต้องห่วงเรื่องแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย  หากวันไหนชัดเจนให้พรรคเพื่อไทย เสนอเราสามารถเสนอได้ แต่ไม่ใช่วาระสำคัญเราไม่คิดเรื่องนี้ก่อน เราคิดถึงการหาทางออกให้กับประเทศ 8 พรรคการเมืองเสนอ ‘พิธา’ ถ้าไม่ได้จะมีวิธีไหนที่ 8 พรรค จะดำเนินการร่วมกันให้ชนะ   

เมื่อถามว่าการพูดคุยวันนี้จะต้องเตรียมแคนดิเดตนายกฯ สำรองไว้เลยหรือไม่ ‘ภูมิธรรม’ บอกว่า เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง ถ้าบอกว่าพรรคไม่ได้คิดเลย ก็เท่ากับโกหก เราคิดทางออกแต่ยังพูดไม่ได้ เพราะอยากให้ชัดเจนถึงความมุ่งหน้าสนับสนุนของความร่วมมือของ 8 พรรค จนถึงเวลาจำเป็นแล้วถึงจะเสนอ  

“สิ่งที่ผมพูดอาจทำให้เกิดความไม่สบายใจของใครก็ตาม อาจมีรถทัวร์ลงก็ได้ แต่ผมคิดว่าเรายืนอยู่บนความเป็นจริง และอยากให้ความเป็นจริงประสบความสำเร็จ เราไม่อยากเห็นความเชื่อทำให้เกิดความจริง เราอยากเห็นความจริง เอามาคลี่คลาย และทำให้ความเชื่อประสบความสำเร็จ”  

ส่วนกระแสข่าวว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ไปพูดคุยกับรัฐบาลเดิม ‘ภูมิธรรม’ ระบุว่า วันนี้มีข่าวลือมาก เราได้ยินข่าวดังกล่าว แต่เมื่อเป็นข่าวลือเราไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ สิ่งที่สำคัญคือกลับไปตรวจสอบคนของตัวเอง เพราะประวัติศาสตร์การเมืองไทย เรื่องการแจกกล้วย เรื่องงูเห่าเคยเกิดมาแล้ว เราเสนอให้เกิดการระมัดระวัง เราต้องให้เกียรติส.ส.ทั้ง 2 พรรค และในส่วนของพรรค พท. ได้ให้แกนนำแต่ละส่วนไปพูดคุยกับ ส.ส. เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์