วันนี้ (25 ม.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดทานอาหารกับพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงเย็นวันนี้ ที่ จ.ปทุมธานี ว่า เป็นไปตามปกติ ที่ตกลงกันว่าจะนัดทานข้าวกันเดือนละครั้ง ถ้าสะดวก เพื่อเป็นเวทีที่ให้ทุกพรรค เข้ามาทานข้าวร่วมกันและพูดคุยถึงการทำงานในช่วงที่ผ่านมาว่ามีอุปสรรคหรือปัญหาอะไร เพื่อที่จะได้ช่วยกันแก้ไขปัญหา ไม่ได้ตั้งใจจะไปทำอีเว้นท์หรือแถลงข่าว
ส่วนการนัดทานข้าวในครั้งต่อไปคงจะไปคุยกันในที่ประชุมว่าใครพร้อมก็รับไป ครั้งที่แล้วพรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพ ครั้งนี้เป็นพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่เรื่องที่ต้องแข่งขันว่าใครจะทำก่อนต้องดูความพร้อม
ส่วนประเด็นที่จะไปคุยในวงหารือวันนี้ ‘ภูมิธรรม’ อธิบายว่าในฐานะพรรคแกนนำ เรารับฟังเสียงสะท้อนของพรรคร่วม พอมีเรื่องติดขัดก็สื่อสารทำความเข้าใจก็ทำงานร่วมกันได้ดี ย้ำพรรคร่วมรัฐบาลครั้งนี้ไม่เหมือนพรรคร่วมรัฐบาลที่ผ่านมา เป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่จัดขึ้นตามสถานการณ์ที่จะเข้ามาช่วยกันแก้ไขวิกฤตของประเทศ เราผ่านอุปสรรคความยากลำบาก ผ่านความทุกข์ยากในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้มาด้วยกัน จึงมีความเข้าอกเข้าใจกันมากกว่าส่วนอื่น

เมื่อถามว่าหากมีบางพรรคหยิบยกเรื่องของการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขึ้นมาพูดคุย ‘ภูมิธรรม’ เชื่อว่า ไม่น่ามีใครหยิบเรื่องนี้มาพูด และไม่เคยพูดเรื่องนี้กันเลย การปรับ ครม. เป็นเรื่องจากข้างนอกพูดกันทั้งนั้น
พร้อมบอกว่าคนในพรรคเพื่อไทยยังพูดคุยกันขำๆ เลยว่าทำไมถึงอยากให้ปรับบ่อย เพราะมีข่าวมาเรื่อย แต่เรื่องนี้ยืนยันไม่มีสัญญาณอะไรเลยจาก ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี รวมถึงผู้นำและหัวหน้าพรรคการเมืองแต่ละพรรคการเมืองที่ได้ก็มองว่าทำไมถึงมีคนไปเสนอข่าวข้างนอกว่าเราจะปรับ ครม.ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มี และไม่ต้องเอาประเด็นนี้ถามอีก
เมื่อถามย้ำว่าอาจเป็นเพราะยังมีเก้าอี้ว่างอยู่ 2 ตำแหน่ง ‘ภูมิธรรม’ อธิบายว่า ตำแหน่งที่ว่างไม่ใช่สาระสำคัญ การทำงานขณะนี้มีความพร้อมก็ไม่ต้องไปปรับอะไร และการปรับ ครม. อยู่ในอำนาจของนายกฯ
‘ภูมิธรรม’ ย้ำว่า แม้จะมีรัฐมนตรีทำงานไม่ครบ 36 คน แต่เรื่องนี้ไม่ปัญหา พวกเรายินดีทำงานหนักและช่วยเหลือกัน ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะมีรัฐมนตรีของกระทรวงพาณิชย์ เพิ่มอีก 1 คน ก็ไม่มีปัญหาอะไร แบ่งกันทำงาน 2 คน แต่ถ้ามี 3 คน ก็ช่วยกันให้เบาขึ้นเท่านั้น ไม่ได้รู้สึกหนักว่าทำงานไม่ได้ แต่หากได้คนที่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ที่เหลืออยู่ ส่วนใดที่ยังมีกำลังคนไม่เพียงพอ ก็อาจจะเข้าไปตรงนั้น ย้ำว่ารัฐมนตรีเท่าที่มีอยู่เวลานี้ก็ทำงานกันได้ดีมาก และวันนี้ไปทานข้าวก็จะรู้ว่าดีหรือไม่ดี




