เขาจะลำบากกว่าเรา! ‘ภูมิธรรม’ โต้ข่าว ‘เมียนมา’ ปิดด่านชายแดน

7 ก.พ. 2568 - 15:49

  • ‘ภูมิธรรม’ โต้ข่าว ‘เมียนมา’ ปิดด่านชายแดน

  • บอกถ้าปิดก็เหมือน ‘ล็อกตัวเอง’ ให้อยู่กับความอดอยาก

  • ยันก่อน ‘ตัดไฟฟ้า’ รัฐบาลคุยประเทศเพื่อนบ้านแล้ว

  • ชี้วางกรอบตัดไฟ 6 เดือน ก่อนตัดสินใจขยายต่อหรือไม่

  • ปัดกระแส ‘ปรับ ครม.แพทอง​ธาร​ 2’ หลังศึกซักฟอก

Phumtham_Wechayachai_denies_news_of_Myanmar_closing_border_checkpoint_SPACEBAR_Hero_6003246f11.jpg

ภายหลังมีกระแสข่าว รัฐบาลเมียนมาโต้กลับรัฐบาลไทย ปิดด่านชายแดน บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 (ด่านพรมแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก) โดยปฏิเสธไม่ให้ผู้ที่ถือหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต ข้ามแดนมายังประเทศไทย

เรื่องนี้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงว่า ไม่น่าจะมีการตอบโต้ เพราะการดำเนินมาตรการนี้ (ตัดไฟฟ้า) ได้พูดคุยกับรัฐบาลเมียนมาก่อนแล้ว ซึ่งไม่ได้เป็นการพูดคุยแค่คืนวันนั้น แต่เคยพูดคุยกันมาก่อนแล้วที่จะต้องร่วมมือกัน และภายหลังมีมติจากที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานไปยังทางการเมียนมา เช่นเดียวกันกับฝ่ายทหารก็ได้มีการพูดคุยกับฝ่ายความมั่นคงของทางการเมียนมา

การเข้าออกบริเวณด่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 (แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก) ยังเข้าออกได้ตามปกติ แต่ต้องมีการควบคุมสินค้าที่เป็นสิทธิ์ต้องห้าม เช่นวันนี้ รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ยังสามารถเข้ามาเติมน้ำมันในประเทศไทยได้ ซึ่งเรายังอะลุ่มอล่วยเพื่อไม่ให้กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ขณะที่โรงพยาบาลเมียวดี ก็ได้ประสานไปว่า หากมีผู้ป่วยฉุกเฉิน ที่ต้องการความช่วยเหลือ โรงพยาบาลแม่สอดก็พร้อมที่จะรับมาดูแลรักษา

— ภูมิธรรม เวชยชัย

เมื่อถามย้ำว่า  ประชาชนยังสามารถข้ามด่านดังกล่าวไปมาได้ปกติหรือไม่? ภูมิธรรม ยืนยันว่า ยังข้ามไปได้ไม่มีปัญหา แต่อยู่ภายใต้การตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น

ส่วนการออกมาตรการตัดไฟฟ้าได้พูดคุยกับรัฐบาลเมียนมาก่อน ซึ่งทางการเมียนมาติดใจอะไรหรือไม่? ภูมิธรรม ระบุว่า ได้แจ้งให้ทราบ แต่ทั้งสองฝ่ายต้องเคารพอำนาจอธิปไตย

ตอนนี้เรายังไม่ได้เข้าไปในประเทศเขา เพียงแต่เป็นการตัดไฟฟ้า และดูกฎหมายธุรกิจที่เป็นข้อห้ามแล้ว และได้แจ้งทางการเมียนมาแล้ว ซึ่งข้อสัญญาที่ตกลงกันก็ได้เขียนไว้แล้วว่า หากเป็นภัยความมั่นคง ก็สามารถงดจ่ายหรือตัดไฟฟ้าได้เลย

— ภูมิธรรม เวชยชัย

ส่วนมาตรการดังกล่าวจะยาวนานหรือไม่? ภูมิธรรม ระบุว่า ขึ้นอยู่กับผลสัมฤทธิ์จะเกิดขึ้น โดยเราต้องการกดดันให้มีการเปลี่ยนแปลง

เบื้องต้น วางกรอบเวลาไว้ประมาณ 6 เดือน และดูว่า ช่วงไตรมาสแรกจะเป็นอย่างไร ซึ่งยังต้องดูผลกระทบและตัดสินใจ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก เป็นเรื่องที่กระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ, เรื่องของมนุษยธรรม และความปลอดภัยของประชาชนด้วย ซึ่งการจะผ่อนคลายทุกอย่าง ก็ต้องตอบโจทย์เราด้วย

— ภูมิธรรม เวชยชัย

สำหรับกรณีที่มาตรการนี้วางกรอบเวลาไว้ประมาณ 6 เดือน หรือ 1 ไตรมาส แต่ทางฝั่งเมียนมาก็มีความต้องการใช้ไฟฟ้านั้น ภูมิธรรม ระบุว่า “อย่าไปเป็นห่วงเขามาก ซึ่งเป็นเรื่องที่เมียนมาต้องไปกดดันให้เอาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ออกไป เพราะเป้าหมายของเราชัดเจน หากเขาอยากสบายขึ้น ก็ต้องรีบดำเนินการ”

เมื่อถามว่า หากเมียนมาแก้ไขปัญหานี้ด้วยการปิดด่านชายแดน จากกระทบเศรษฐกิจหรือไม่? ภูมิธรรม ก็ย้อนว่า “การปิดด่านดังกล่าวไม่รู้ว่าจะกระทบใคร เพราะอาหารการกินทั้งหมดต้องผ่านจากฝั่งเราไป หากเขาปิดแสดงว่าเขาเตรียมตัวที่จะล็อกตัวเองให้อยู่กับความอดอยาก”

เมื่อถามย้ำว่า การปิดด่านไม่น่าจะเกิดขึ้นใช่หรือไม่? ภูมิธรรม ระบุว่า อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งตอบแทนเขาไม่ได้ แต่คิดว่าหากปิดจริง เขาจะลำบากกว่าเรา

ส่วนเมื่อถามถึงเกณฑ์ในการวัดผลสัมฤทธิ์ ในการพิจารณาขยาย หรือไม่ขยายมาตรการ? ภูมิธรรม ระบุว่า ต้องทำให้เห็นว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ต้องมีกระบวนการที่ลดลง และดูการข่าวว่า มีการเคลื่อนย้าย หรือเปลี่ยนแปลงไปแล้วหรือยัง

หากยังอยู่ ก็จะต้องดำเนินมาตรการต่อไป เพราะภารกิจนี้เป็นภารกิจของประเทศและของโลก ดังนั้น ต้องดำเนินการ และเหนือสิ่งอื่นใดคือ คนในประเทศไทยเราต้องปลอดภัย

— ภูมิธรรม เวชยชัย

ส่วนได้ประเมินหรือไม่ว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีสายป่านยาวขนาดไหน? ภูมิธรรม ระบุว่า ไม่ได้ประเมิน เดี๋ยวดูว่าจะทำได้ หรือไม่ได้แค่ไหน ซึ่งขณะนี้มีการเกี่ยวพันกับเครือข่ายต่างๆ สายป่านจะยาวหรือไม่ นั้นไม่รู้ พร้อมย้ำว่า เราสามารถแก้ไขปัญหาตามทัน ไม่ต้องห่วง หลายอย่างมาพูดทางสื่อฯ ไม่สามารถพูดได้

ผมโดนด้วยหรือเปล่า? ปัดข่าว ‘ปรับ ครม.’ บอก​สื่อฯ อย่าไปฟังอะไรมาก

ภูมิธรรม ยังปฏิเสธถึงกระแสข่าวการ “ปรับคณะรัฐมนตรี​แพทองธาร​ 2” หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ  โดยแสดงท่าทางยกมือมาทาบที่อกและถามกลับว่า​ _“ผม​โดนปรับด้วยเปล่า?”​  ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า​ _“คุณอย่าไปฟังอะไรมาก”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์