เชื่อใจ จนท.ไม่เร่งปั้นตัวเลข ‘ปราบยาเสพติด’ จนกระทบประชาชน

30 ม.ค. 2568 - 15:18

  • ‘ภูมิธรรม’ เชื่อใจ จนท.ไม่เร่งปั้นตัวเลข ‘ปราบยาเสพติด’ จนกระทบประชาชน

  • เผยประเมิน KPI 3 ช่วง ก่อนปรับแผน ดึงสถานบันวิชาการช่วยประเมินผล

  • ยันตอบโต้ ‘พ่อค้ายาฮึดสู้’ ยึดตามกฎหมาย-กติกาสากล

Phumtham_Wechayachai_discussing_Operation_Seal_Stop_Safe_to_eradicate_drugs_SPACEBAR_Hero_08c8ce15bf.jpg

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง เปิดปฏิบัติการ Seal Stop Safe 14 จังหวัด 51 อำเภอ 76 สถานที่ตำรวจ ว่า การประชุมครั้งนี้เน้นย้ำเรื่องการบูรณาการที่ยังไม่ครอบคลุมมากนัก ตั้งแต่ชายแดน พื้นที่ในเมืองและพื้นที่จังหวัดเหล่านี้เป็นแหล่งรองรับการขนย้ายยาเสพติดเข้า จึงต้องเร่งดำเนินการก่อน และเรื่องยาเสพติดเป็นหัวใจหลักที่จะขยายไปสู่การป้องกันปัญหาด้านอื่น เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์

ซึ่งเราเข้าใจคนทำงาน ในพื้นที่มีความเสี่ยงและเป็นภารกิจที่สำคัญที่จะทำให้ประเทศชาติและประชาชนมีความปลอดภัย จึงอยากให้แต่ละหน่วยงานได้พูดคุยกัน เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา รวมถึงการดูแลผู้ปฏิบัติงานเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ซึ่งต้องขอบคุณทุกหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือ และได้เน้นย้ำว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ต้องเด็ดขาดภายใต้กรอบกติกาที่ไม่เกินกว่าเหตุ ภายใต้หลักนิติธรรม

จากนี้จะมีการประเมิน KPI เป็น 3 ช่วง ได้แก่ ก.พ.-มี.ค., เม.ย.-พ.ค. และ มิ.ย.-ก.ค. จากนั้นจะประเมินผลภาพรวมทั้งหมดอีกครั้งเพื่อให้มีการปรับแผนและปฏิบัติงานต่อไปในอนาคตข้างหน้า

ภูมิธรรม เวชยชัย

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการกำหนด KPI จำนวนการจับกุมหรือปริมาณยา? ภูมิธรรม กล่าวว่า เราใช้กลไกการตรวจสอบ ทั้งเชิงปริมาณ โดยจะให้ฝ่ายปฏิบัติเข้ามาดู เพราะปกติเคยทำกันอยู่แล้วได้ปริมาณเท่าไหร่ และเรามากำหนดตัวเลขให้มีความท้าทายมากขึ้นว่ายาที่เข้ามาในแต่ละพื้นที่รู้ได้อย่างไร เพื่อนำไปสู่การขยายผลต่อไป เพื่อกำหนดตัวเลขที่เหมาะสม

อยากไม่ระบุถึงตัวเลข อยากให้ 2 เดือนแล้วดูการประเมิน และดูในเชิงคุณภาพ คือ ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะรู้ดีที่สุดว่าชุมชนเป็นอย่างไร ซึ่ง 2 อย่างนี้จะสอดรับกัน โดยได้มอบหมายให้สถาบันวิชาการภายนอกเป็นผู้เข้ามามีส่วนร่วมในการวัด KPI

ภูมิธรรม เวชยชัย

เมื่อถามว่า เมื่อมีตัวเลขมาเกี่ยวข้องจะเหมือนดาบสองคม ให้ผู้ปฏิบัติการกดดันและเร่งออกปฏิบัติกวาดล้างเพื่อทำยอด จนกระทบกับประชาชนหรือไม่? ภูมิธรรม กล่าวว่า ยาเสพติดคือปัญหาหนักหน่วง ประชาชนอยากเห็นการดำเนินการ และมีส่วนในการตรวจสอบ

การกระทบกระทั่งกับประชาชนมองว่าเกิดขึ้นยาก เพราะประชาชนอยู่ในกลไกที่จะเป็นตัวชี้วัด KPI ของเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว กำชับไปแล้วให้ทำให้เด็ดขาด ปัญหานี้อย่าปล่อยปละละเลย แต่ให้คำนึงถึงหลักนิติธรรมและกฎหมาย ให้เคร่งครัดแต่ไม่เกินเลยขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่แล้

ต้องเชื่อใจและเห็นใจผู้ปฏิบัติงาน ไม่ใช่ว่าเขาไปกระทำฝ่ายเดียว แต่ต้องเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงเช่นกัน อยากให้ทุกคนมองในภาพนี้ เพราะหากเราต้องการความเด็ดขาด เรื่องราวอื่นๆ อาจเกิดขึ้นได้ เราจึงต้องจัดการตามความเป็นจริง และเราใช้กระบวนการทุกส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ได้ทำโดยพลการ

ภูมิธรรม เวชยชัย

เมื่อถามย้ำว่า “ไฟเขียว” ให้จับตายหรือไม่ หากผู้ค้ายาใช้อาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่? ภูมิธรรม กล่าวว่า เราคงไม่ยืนให้เขาใช้อาวุธยิง

การจับตายเป็นไปตามกระบวนการ ถ้าเขาใช้อาวุธ เราก็ป้องกันตัวได้ตามกฎหมาย เชื่อว่าเราก็ระมัดระวังในเรื่องนี้ เพราะชีวิตเจ้าหน้าที่ก็สำคัญ ถึงแม้พ่อค้ายาจะเป็นมนุษย์คนหนึ่ง แต่เราก็ต้องคำนึงถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วย แต่ทุกอย่างจะยึดตามกติกาสากล เรื่องการปกป้อง ตอบโต้ได้ ตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้

ภูมิธรรม เวชยชัย

พร้อมรับเหยื่อค้ามนุษย์ 61 คนจากเมียนมา ชี้ให้เป็นไปตามกระบวนการ

ภูมิธรรม ยังกล่าวถึงกรณีความคืบหน้าในการส่งตัว 61 เหยื่อการค้ามนุษย์จากเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา มายังประเทศไทย ว่า ได้รับทราบแล้ว และเขาก็ปฏิบัติหน้าที่ของเขาเป็นอย่างดี ซึ่งหากเป็นคนไทย ก็ปฏิบัติตามกระบวนการ ซึ่งมีกระบวนการอยู่แล้ว เรื่องนี้เป็นไปตามนั้น

ส่วนชาวต่างชาติ, ตามกระบวนการถือว่าเขาเข้ามาแบบผิดกฎหมาย ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปสอบสวนว่า กระบวนการและกฎหมายเป็นอย่างไร? ผ่านเข้ามาทางไหน?

ผลที่ได้ประโยชน์จากเราคือจะเห็นเครือข่ายที่จะใช้ดำเนินการต่อ ส่วนตัวชาวต่างชาติที่จะถูกส่งตัวมาไทย เราก็มีกระบวนการในการส่งตัวต่อภายหลังการสอบสวนเสร็จสิ้น

ภูมิธรรม เวชยชัย

โต้ ‘กัณวีร์’ หางานให้ผู้อพยพ 9 ศูนย์ ถามคนไทยแล้วหรือยัง-แบกไหวไหม?

วันเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังกล่าวถึงการรับมือกรณีที่สหรัฐอเมริกาตัดงบสนับสนุนโรงพยาบาลในค่ายผู้ลี้ภัย 9 แห่งในไทย ว่า รัฐบาลก็ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้เช่นกัน เพราะเราเป็นประเทศหนึ่งในผู้ช่วยเหลือ ซึ่งส่วนที่ดำเนินการในเรื่องนี้คือ IRC และองค์การสหประชาชาติ (UN) ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งในความรับผิดชอบของเรา ก็จะดูแลช่วยเหลือตามศักยภาพที่จะช่วยได้

ในเรื่องนี้ทาง UN ได้ประกาศว่าจะจัดการภายใน 3 เดือน ที่จะเจรจากับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จึงเป็นเรื่องของ UN ไม่ใช่เรื่องของเรา โดยเราทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่

ภูมิธรรม เวชยชัย

ส่วนกรณีที่ กัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม มีข้อเสนอให้รับรองผู้ลี้ภัยสามารถทำงานถูกกฎหมายในประเทศไทย จะเป็นแนวทางที่ทำได้หรือไม่?

ภูมิธรรม กล่าวว่า ได้รับฟังข้อเสนอจาก กัณวีร์ และทางพรรคประชาชน แต่อยากให้มองความเป็นจริง

อยู่ๆ มาบอกให้เราไปรับรองทั้งหมด เราจะแบกไหวไหม? ถามประชาชนคนไทยว่าจะเอาหรือเปล่า? ซึ่งเรื่องนี้เป็นการคิดดี แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะทำได้ ข้อเสนอแบบนี้ไม่ควรจะเป็นข้อเสนอที่มาช่วยกันคิดจริงๆ เพราะเป็นข้อเสนอที่เหมือนกับว่ารัฐบาลไม่ได้ดูแล แต่ถ้าทำเช่นนั้นปัญหาจะตามมาอีกมาก หรือแม้กระทั่งที่ผมเห็นพรรคประชาชน และนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาให้ความเห็น ผมก็อยากให้คิดบวก อย่าคิดว่าอะไรเป็นปัญหาหมด และรัฐบาลต้องรับผิดชอบ เพราะรัฐบาลก็รับผิดชอบอยู่แล้ว โดยได้ดึงความร่วมมือในทุกส่วน ทั้งภาคประชาชนและในพื้นที่มาช่วยกัน หรือบางเรื่องที่นายปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาโพสต์กรณีผู้ช่วยรัฐมนตรีจีน, ผมอยากให้คิดบวก คุยกันแล้ว ช่วยกันทำงานจริงๆ เพราะในระดับรัฐมนตรีมีการพูดคุยกันแล้วกับหลายกระทรวง ซึ่งไม่ต้องให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปเดินเรื่องทั้งหมด

ภูมิธรรม เวชยชัย

ภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ทางผู้ช่วยรัฐมนตรีจีน ได้มีการประสานการทำงานกับระดับบนเรียบร้อย ก็ถือว่ามีการทำงาน ซึ่งอยากให้ศึกษาข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน แล้วค่อยวิจารณ์ อย่าใช้บรรยากาศอย่างนี้แล้วมาวิจารณ์ เพื่อทำให้รัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ อยากให้เอาข้อมูลให้ครบถ้วน

ถ้าบอกว่าเรื่องนี้ยังมีปัญหา มีปัญหาอะไรหรือไม่ ควรจะถามคำถามแบบนี้มากกว่าที่จะบอกว่าเข้าใจเหลือเกิน มองดูแล้วรัฐบาลไม่ทำอะไรเลย อันนี้ไม่บวก อยากให้คิดบวกบวกให้มากกว่านี้

ภูมิธรรม เวชยชัย

ยันคำนึงหลักสิทธิมนุษยไม่ส่ง ‘ชาวอุยกูร์’ ไปที่อันตรายอยู่แล้ว ขออย่ากังวล

ภูมิธรรม ยังกล่าวถึงกรณีที่หน่วยงานสิทธิมนุษยชน เรียกร้องไม่ให้มีการส่งตัวชาวอุยกูร์ ที่ถูกคุมขังในประเทศไทยกลับประเทศจีน ว่า ก็เป็นความต้องการของแต่ละฝ่าย แต่ที่สำคัญต้องยึดถือฝ่ายไทย ซึ่งเราคำนึงถึงสิทธิเอกราชอธิปไตยของเรา และเรื่องสิทธิมนุษยชน รวมถึงยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และข้อตกลงที่มีอยู่ ที่เราจะดำเนินการจัดการทุกอย่าง

เช่น ทางชาวอุยกูร์เข้าเมืองผิดกฎหมาย เราก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย แต่ตอนนี้เราก็มีปัญหาที่ทางต่างประเทศส่งมาถึง เรื่องที่ทางชาวอุยกูร์เข้าเมืองผิดกฎหมาย ก็ไม่ควรจับแบบนี้ จับเขามาขังนาน 10 ปีแบบนี้ ซึ่งเป็นปัญหาที่เราต้องหาทางออก ได้มีการส่งตัวไปยังประเทศที่ 3 จำนวน 100 กว่าคน เป็นผู้หญิงและเด็ก ถูกส่งไปยังประเทศตุรกี และกว่า 10 ปี ก็ยังไม่มีการส่งตัวเลย เราก็ต้องดำเนินการตรงนี้ให้ชัดเจน

ภูมิธรรม เวชยชัย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้ให้เห็นว่า ทั้ง 2 ด้านมีปัญหาทั้งสิ้น ต้องดูว่าจะทำตรงไหนให้ได้อย่างไร สิ่งที่สำคัญต้องทำตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเข้มงวด และต้องคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน แล้วข้อตกลงที่ว่า เราต้องไม่ส่งใครไปในพื้นที่อันตราย ตรงนี้ยังเป็นหลักของรัฐบาลไทยอยู่ ขออย่ากังวล ส่วนจะทำอะไรหรือไม่อย่างไร เรื่องแบบนี้ไม่คุยกันผ่านสื่อ

ถ้าคุยกันผ่านสื่อก็ไม่ต้องแก้ปัญหา ซึ่งเรื่องนี้เรายืนยันทำตามกฎหมายระหว่างประเทศ ตามหลักสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าใครก็มากดดันเราไม่ได้

ภูมิธรรม เวชยชัย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์