การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ (24 มี.ค.) หนึ่งประเด็นที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงในโซเชียล คือการที่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ใช้คำว่า กีกี้ ที่หมายถึงลูกสมุนของเหล่าตัวร้ายในการ์ตูนไอ้มดแดง มาใช้เสียดสีฝ่ายรัฐบาล จนนำมาสู่เหตุการณ์ประท้วงวุ่นวายในหลายครั้ง
ล่าสุดวันนี้ (25 มี.ค.) ที่รัฐสภา ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าวว่า ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ยอมรับตัวเองอาจไม่ทันกับยุคสมัยที่ไม่เข้าใจว่ากีกี้ หมายถึงลูกสมุนในเรื่องไอ้มดแดง
แต่จากการไปค้นหาความหมายคำดังกล่าวใน Google พบว่าคำนี้เป็นภาษาตากาล็อก มีความหมายว่าของสงวนเพศหญิง หมายถึงอะไรต่างๆ ส่วนตัวจึงคิดว่า คนที่มีวุฒิภาวะควรอภิปรายแค่เนื้อหา ไม่ควรเอาเรื่องอย่างนี้มาเสียดสี และพูดพาดพิงไปถึงนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้หญิง ไม่อยากให้ใช้คำสองแง่สองง่าม แบบนี้มาทำลายด้อยค่าคนอื่น เพราะมันแสดงถึงวุฒิภาวะที่น้อย ย้ำไม่อยากพูดเรื่องนี้แล้ว และมองว่าหากวิโรจน์อภิปรายดี คงไม่มีคนประท้วงแล้ว
ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มาตรฐานต่ำลงหรือไม่ ภูมิธรรม ตอบว่า ขอรอฟังให้จบทั้งหมดก่อน แต่การพูดไป เสียดสีไป ด้อยค่าคนอื่น มองว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง และมองว่า เป็นการอภิปรายที่มีความเคียดแค้นอยู่ อยากจะเอาชนะให้ได้
“คุณด้อยค่าคนอื่น เอาผู้นำที่เป็นเพศหญิงมาพูดให้เหมือนของต่ำ มันไม่เป็นประโยชน์ เกือบทุกเรื่องวันนี้ที่พูดดีก็โอเค แต่หลายเรื่องเสียหาย เหมือนกับที่ผมพูดว่าคุณพูดไม่จริง ถ้าคุณอยากพิสูจน์ก็เอามาพิสูจน์ แล้วผมมีหลักฐานทุกอย่างให้พิสูจน์ เอาแบบนั้นดีกว่า ถ้ามีหลักฐานจริงเอามาเปิด เขาโต้ไม่ได้เขาก็ผิดไปเอง ถ้าเราโต้ไม่ได้เราก็ผิดไปเอง แต่ถ้าเราโต้ได้ เอามาดูให้ประชาชนตัดสิน ผมอยากให้การอภิปรายมีสาระ และไม่สร้างความรำคาญใจ ถ้ามีหลักฐานแล้วพูดกันได้ชัดเจน ไม่ต้องใช้เกือบ 30 ชั่วโมงนี้หรอก ชั่วโมงเดียวก็ตายแล้ว ฉะนั้น ถ้าไม่มีประเด็นก็ไม่ต้องมาเลียบค่าย แล้วทำให้เกิดการด้อยด่า เกิดความไม่เชื่อมั่นในประเทศของตัวเอง ผมว่าคนมีวุฒิภาวะเขาไม่ทำกัน”
— ภูมิธรรม กล่าว
- ขอ ‘ไทย-กัมพูชา’ อดทนอดกลั้นปมพิพาทชายแดน อย่ามองยั่วยุ หวั่นขยายสู่สงคราม ย้ำจุดยืนสันติวิธี เดินหน้าเจรจา
ส่วนประเด็นความไม่สงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณ จ.สระแก้ว หลังทหารกัมพูชาสร้างเพิงที่พักในพื้นที่ห้ามใช้ประโยชน์ ตาม MOU 43
ภูมิธรรม ระบุว่า ไม่อยากให้กังวลเรื่องนี้จนเกิดนไป ปัญหาชายแดนเป็นเรื่องที่คุยกันไม่จบ ทั้งพื้นที่บนบกและพื้นที่ทางทะเล เพราะเราใช้แผนที่คนละฉบับ ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ขีดเส้นพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งมีพื้นที่ที่ทับซ้อนกัน ยังไม่มีความชัดเจน อยู่ระหว่างการเจรจา ไม่ว่าจะเป็นชายแดนไทย-เมียนมา ชายแดนไทย-ลาว หรือ ชายแดนไทย-กัมพูชา
ดังนั้น พื้นที่ล้ำกันไปมา ให้เจรจาด้วยสันติวิธี ซึ่งความอดทนอดกลั้นของแต่ละประเทศมีไม่เท่ากัน เพราะต่างฝ่ายต่างมองว่าเป็นพื้นที่ของตัวเอง จึงจำเป็นต้องใช้การเจรจาอย่างสันติวิธี เพราะไม่นำสถานการณ์ไปสู่สงครามและใช้ความรุนแรง
เมื่อถามว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ห้ามใช้ประโยชน์ตาม MOU 43 แต่ทหารกัมพูชาได้ละเมิดโดยการไปสร้างเพิงที่พักถือเป็นการยั่วยุหรือไม่ ภูมิธรรม ระบุว่า อย่าไปมองว่าเป็นการยั่วยุ เพราะจะทำให้เกิดสงคราม มีการรบกัน เราปกป้องอธิปไตยของเรา แต่ไม่อยากให้ไปถึงการสู้รบ และเมื่อรุกล้ำเข้ามาเราจะทำหนังสือประท้วงและมีการเจรจาผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับกันได้
แต่ ถ้ายอมรับกันไม่ได้ ก็ให้หยุดประเด็นพิพาทกันไว้ก่อนจะไม่หยิบยกคุยกัน อยากให้ระมัดระวังในเรื่องนี้ เพราะสงครามไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับใคร




