‘ภูมิธรรม’ มั่นใจ รฟท.มี ‘พ.ร.ฎ.-แผนที่’ แนบท้าย ‘เขากระโดง’

8 ส.ค. 2568 - 12:49

  • ‘ภูมิธรรม’ มั่นใจ รฟท. มี พ.ร.ฎ.-แผนที่ แนบท้ายเขากระโดง บอกชาวบ้านเสียหายเรียกร้องสิทธิ์ได้ตามกระบวนการกฎหมาย แต่เห็นมีแต่บริษัทนิติบุคคลออกมาโวย ยันมั่นใจทำถูกต้องตามคำพิพากษาศาลฎีกา และเรื่องของกรมที่ดิน-การรถไฟสั่งเพิกถอนไม่เกี่ยวกับตัวเองแล้ว พร้อมติงทนายบุรีรัมย์ขอสุภาพหน่อย หลังออกขู่ฟ้องติดคุก 5 พันปี

  • เผย เตรียมลงพื้นศรีสะเกษพร้อม ‘มาริษ’ ดูความเสียหาย-ข้อเท็จจริง 9 ส.ค.นี้ ย้ำ ประชาชนกลับบ้านได้หรือไม่ให้กองทัพภาค 2 - ผู้ว่าฯ ดูความปลอดภัยเป็นหลัก

  • ลั่น ฟ้องผู้สั่งการกัมพูชา ใช้กฎหมายในประเทศก่อนให้มีชนักติดหลัง ชี้ ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ ไม่เกี่ยวการเจรจา ยืนยัน ไม่ใช่สร้างกระแสการเมืองกดดัน ส่วนฟ้องศาลโลก ให้ กต.ดูรายละเอียด

‘ภูมิธรรม’ มั่นใจ รฟท.มี ‘พ.ร.ฎ.-แผนที่’ แนบท้าย ‘เขากระโดง’

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯให้สัมภาษณ์กรณีชาวบ้านในพื้นที่เขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ยืนยันว่ามีโฉนดถูกต้อง จะมีแนวทางเยียวยาอย่างไร หลังมหาดไทยเตรียมเพิกถอนที่ดินคืนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)ว่า เดี๋ยวต้องขอดู เพราะผู้มีอำนาจหน้าที่ต้องทำการตรวจสอบ เนื่องจากเท่าที่ฟังเมื่อวันที่ 7 ส.ค. มีแต่บริษัทนิติบุคคลที่ออกมาเรียกร้อง ไม่มีประชาชนเท่าไหร่เลย ก็ว่าไปตามเนื้อผ้า ท่านเสียหายก็ว่าไป เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่าเป็นที่ของหลวงตั้งแต่เริ่มต้นรัชกาลที่ 5 ท่านมอบให้ รฟท. ที่สำคัญคือพระราชกฤษฎีกาที่ออกมารองรับเรื่องในรัชกาลที่ 6 เพราะฉะนั้นสองเรื่องนี้เริ่มต้นชัดเจนอยู่แล้วว่า พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานที่ดินให้ รฟท. จึงเป็นที่ของ รฟท. ชัดเจนตั้งแต่ต้น ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมาพิสูจน์ อะไรที่มาเปลี่ยนแปลงพระราชประสงค์ก็ต้องมาตรวจว่าของท่านมีความถูกต้องหรือไม่ ขณะนี้คำสั่ง รฟท. ก็ต้องดำเนินการในการแจ้งความและพิจารณาเป็นรายๆ ไป สำหรับกรณีพบว่า ชาวบ้านซื้อมาโดยชอบอะไรก็แล้วแต่ ก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่มีปัญหาอะไรเลย เพราะเราไม่ได้กลั่นแกล้งใคร

ส่วนที่ทนายความฝั่งบุรีรัมย์อ้างว่า รฟท.ไม่มีแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน ภูมิธรรม กล่าวทันทีว่า “ก็ไม่จริง ก็ว่าไปตามนั้น จริงหรือไม่จริง แต่ รฟท.ยืนยันว่าเขามีแผนที่แนบท้ายมาตลอด แล้วพระราชประสงค์จะต้องเอาอะไรมายืนยันชัดเจน การที่จะมีส่วนที่แตกต่างกันไปบ้างอยู่ตามชายขอบ ฉะนั้นพื้นที่ตรงกลางทั้งหมดเป็นพื้นที่ผิดพระราชประสงค์ ให้ไปอยู่กับกระบวนการยุติธรรม เป็นหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดินและผู้ว่าฯ รฟท. ไปว่ากันต่อไป ผมไม่มีอำนาจในการไปจัดการ”

ส่วนที่ชาวบ้านยืนยันได้โฉนดมาถูกต้อง ภูมิธรรม กล่าวว่า “ไปว่าตามศาล กระบวนการทางกฎหมายมีอยู่แล้ว ถ้าท่านดูมีทุกเรื่องเลยว่า ได้มาจริงหรือไม่ แต่ในชั้นต้น เราขีดฆ่าโฉนดทิ้งก่อนในฐานะเป็นที่หลวง ถ้าท่านคิดว่าการขีดฆ่าหรือถอนออกจากระบบทะเบียนไม่เป็นธรรม ก็มีสิทธิ์ฟ้องร้องได้ ไม่ได้ห้ามเลย ถ้าฟ้องก็ว่ากับหน่วยงานของรัฐ ไม่เกี่ยวกับผม”

สำหรับกรณีที่ทนายจะฟ้องให้มีโทษติดคุก 5 พันปีกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิกถอนโฉนดเขากระโดงนั้น ภูมิธรรม กล่าวว่า “ทนายไปพูดกับศาลดีกว่า อย่าพูดกับผม และให้สุภาพหน่อย”

เมื่อถามว่า บริษัทสนามแข่งรถและสนามฟุตบอลที่บุรีรัมย์จะฟ้องหน่วยงานที่เพิกถอนเรื่องค่าลิขสิทธิ์และค่าเสียหายจำนวนมหาศาลจากกรณีเพิกถอนที่ดินเขากระโดง ภูมิธรรม กล่าวว่า ฟังดูว่าถ้าเป็นพื้นที่ของ รฟท. แล้วละเมิด จะต้องไปจ่ายค่าลิขสิทธิ์อะไร

“ผมว่าให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม กระบวนการยุติธรรมมีหลายเรื่องในนั้น ไม่ต้องพูด ให้ว่ากันไป แล้วถ้าทนายคิดว่า จะต้องไปฟ้องร้องอะไร เชิญเถอะครับ ไม่มีปัญหา ยินดี ผมทำตามศาลฎีกาที่ตัดสิน และศาลปกครองก็บังคับเราในฐานะข้าราชการของรัฐ ตัดสินดำเนินการตามอำนาจที่ศาลฎีกาและศาลปกครองสั่งแล้วจะผิด ก็ว่าเลย ไม่มีปัญหา”

ภูมิธรรม กล่าว

ภูมิธรรม ยังกล่าวถึงกรณีการลงพื้นที่จ.ศรีสะเกษ ในวันที่ 9 ส.ค.ว่า จะเดินทางไปพร้อม มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศโดยจะลงพื้นที่ไปดูสถานที่ต่างๆ ที่ได้รับความเสียหาย เช่น ปั๊มน้ำมัน เนื่องจากมีการระบุว่ายังไม่ได้รับการดูแล และหากสามารถเข้าพื้นที่ได้จะเข้าไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลที่ได้รับความเสียหาย โดยแนวทางการลงพื้นที่นั้นจะประสานไปยังพื้นที่ก่อนว่า มีความพร้อมหรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน แต่หากไม่มีความพร้อม หรือยังมีปัญหาอยู่ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าพื้นที่ จะใช้กำลังเฉพาะส่วนแนวหลังที่เป็นไปได้ ซึ่งได้สั่งการไปยังเจ้าหน้าที่ทหาร ขอให้ทำหน้าที่อย่างเข้มงวดเช่นเดิม ส่วนอื่นๆ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรไม่ต้องให้การต้อนรับใดๆทั้ งสิ้น ให้ว่าไปตามเนื้อผ้า

นอกจากนี้ จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบตามที่มีกระแสข่าวว่า ไม่ได้รับงบประมาณในการเยียวยาดูแลประชาชน รวมถึงจะลงพื้นที่ไปยังรพ.สต.ชำเม็ง ต.ธงชัย จ. ศรีสะเกษ เพื่อให้รมว.การต่างประเทศไปเห็นข้อเท็จจริง และสามารถนำเรื่องไปพูดคุยในวงเจรจาจะได้เห็นเป็นรูปธรรม

ภูมิธรรม กล่าวว่า จะลงไปดูศูนย์อพยพ ที่มีประชาชนอยู่เป็นจำนวนมาก แม้มีบางส่วนทยอยกลับบ้านแล้ว แต่ขอย้ำว่า ยังไม่มีประกาศให้เดินทางกลับบ้าน เนื่องจากขณะนี้ได้ให้กองทัพภาคที่ 2 ไปหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มีเขตติดต่อชายแดนไทย-กัมพูชาว่ามีความพร้อมหรือไม่ ให้ยึดความปลอดภัยประชาชนเป็นหลัก ดังนั้นหากปลอดภัยก็ให้กลับบ้านได้เลย โดยจะพิจารณาเป็นพื้นที่ไป

ภูมิธรรม ยังกล่าวถึงกรณีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมยกร่างคำฟ้องกัมพูชา ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่าแนวทางจะเป็นอย่างไร แต่เบื้องต้นเราสามารถดำเนินการฟ้องได้ภายใต้กฎหมายในประเทศ ซึ่งเมื่อฟ้องแล้วก็จะเป็นชนักติดหลังไป หากเขาพร้อมมาเคลียร์ ก็มาได้ หากไม่มาเคลียร์ก็ถือว่าเป็นผู้ถูกกล่าวหา มีความผิดทั้งอาญาและแพ่งโดยศาลไทย ส่วนจะเกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ ก็ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการ ซึ่งต้องให้กรมสนธิสัญญา กฎหมายกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปดูในรายละเอียด ต้องทำอย่างไรก็ได้ ให้เป็นประโยชน์ที่สุดต่อประเทศ และต้องทำให้กัมพูชามารับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำ

ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์ว่าไทยมีอำนาจฟ้องร้องหรือไม่นั้น ภูมิธรรม กล่าวว่า ถือว่าเป็นความเห็น และเป็นคนละประเด็น สิ่งที่รัฐบาลต้องการทำให้เห็นคือฝ่ายกัมพูชาได้ทำผิดกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ทำให้เสียหาย และมีคนเสียชีวิต ซึ่งเราต้องฟ้องตามกระบวนการของไทย

ภูมิธรรม ยังกล่าวว่า ไทยประกาศชัดเจนแล้วว่าไทยไม่ได้ยอมรับเขตอำนาจศาลโลก ส่วนกระบวนการจะเป็นอย่างไรก็ไปดูตามนั้น แต่ขณะนี้เราสามารถใช้องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (อินเตอร์โพล)ได้ และอีกหลายอย่าง ซึ่งมีกระบวนการยุติธรรมอยู่

เมื่อถามว่า หากถูกดำเนินคดีที่ไทยผู้ที่มีอำนาจฝั่งกัมพูชาก็ไม่สามารถเดินทางเข้าไทยได้ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องรอให้กระบวนการเริ่มต้น และดูว่าถึงขั้นไหน เพราะเจตนาของไทยคือฟ้องร้อง ส่วนจะไปถึงขั้นไหนก็ว่ากันไป

เมื่อถามว่า กรณีที่ประชาชนต้องการฟ้องเอง โดยไม่รอรัฐบาล รัฐบาลจะอำนวยความสะดวกให้หรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องอีกหลายเรื่อง เมื่อมีความเสียหายก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องฟ้องร้อง ซึ่งไม่ใช่เกมการเมือง หรือการสร้างบรรยากาศอะไร ดังนั้นสิ่งที่ดำเนินการก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำไป ส่วนการเจรจาก็ยังคงอยู่ การสร้างกระแสทางการเมืองมากดดันอาจจะไม่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาของเรา  ส่วนกรณีฟ้องผู้สั่งการได้ลิสต์รายชื่อแล้วหรือไม่ว่าจะฟ้องใครบ้าง ภูมิธรรม กล่าวว่า ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมว่าไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์