ข่าวดี 2 ทุ่ม? ‘ภาษีทรัมป์’ จ่อได้ข้อสรุป คาดไทยคว้าอัตราใกล้เคียงอาเซียน

31 ก.ค. 2568 - 18:50

  • ‘พิชัย’ แย้มไฟนอลเคาะ ‘ภาษีทรัมป์’ คืนนี้

  • คาดไทยได้อัตราใกล้เคียงกลุ่มอาเซียน

  • แลกซื้อข้าวโพดสหรัฐฯ และสำรวจพลังงานอันดามัน

ข่าวดี 2 ทุ่ม? ‘ภาษีทรัมป์’ จ่อได้ข้อสรุป คาดไทยคว้าอัตราใกล้เคียงอาเซียน

ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาการออกมาตรการและดำเนินนโยบายรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากข้อตกลงการเจรจาอัตราภาษีตอบโต้ระหว่างไทย-สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมี สส. รัฐบาล และฝ่ายค้านเสนอญัตติลักษณะเดียวกันรวม 7 ญัตติ ที่ประชุมจึงให้พิจารณาไปพร้อมกัน

โดย ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทราบข่าวว่า ผลลัพธ์การเจรจาในวันที่ 1 ส.ค. อาจไม่เกิดผลในกรณีเลวร้ายที่สุด น่าจะปรับภาษีต่ำกว่า 36% เป็นประโยชน์ต่อคนไทยและเกษตรกร แต่สิ่งจำเป็นมากกว่าคือ ต้องรับทราบว่า รัฐบาลนำดีลอะไรไปแลกในการเจรจาครั้งนี้บ้าง ประชาชนจะได้เตรียมตัวรับมือคลื่นสึนามิเศรษฐกิจลูกใหม่นี้ ผมจึงมี 5 ข้อเสนอต่อรัฐบาล คือ

  1. เปลี่ยนการวางตัวจากประเทศคอยทำตามกติกาเป็นผู้ร่วมกำหนดกติกาผ่านเวทีอาเซียน
  2. เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้นักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากอเมริกา จีน มายังไทย
  3. เปิดเวทีเจรจากับประเทศมหาอำนาจที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่เป็นลูกไล่
  4. ยกระดับมาตรฐานประเทศไทยให้ทัดเทียมประเทศพัฒนาแล้วโดยเร็ว
  5. กำหนดบทบาทให้ประเทศไทยเป็นผู้นำความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคอาเซียน

สิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเดินเกมแบบใด ต้องเดินบนหลักการทางการทูต ไม่ให้ถูกมองไทยเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมรับมือภาษีสหรัฐฯ เมื่อพิจารณาการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 พบว่า ไม่มีกับการรับมือ “ภาษีทรัมป์” คือ

  1. ไม่ระบุชัดเจนมีโครงการใดรับมือผู้ได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์ มีเพียงการตั้งงบ 100 ล้านบาท จ้างล็อบบี้ยีสต์ในสหรัฐฯ
  2. ไม่มีการเชื่อมโยงโครงการหน่วยงานต่างๆ รับมืออุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ
  3. ไม่มีตัวชี้วัดหรือเป้าหมาย เปลี่ยนผ่านห่วงโซ่อุปทาน สะท้อนภาพว่า ไม่มีการเตรียมรับมือจริงจัง และรับมือล่วงหน้า

ด้าน พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ชี้แจงว่า สำหรับตัวเลขภาษี เชื่อว่าจะใกล้เคียงกับประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น เวียดนาม ได้ 20% อินโดนีเซีย ได้ 19% ซึ่งผมมองว่าต้องเกาะกลุ่มให้ได้ หากออกมาเจ็บมาก หรือเจ็บน้อย คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหากเข้าใจจะแก้ปัญหาให้ถูกต้อง ส่วนข้อกังวลต่อผลกระทบที่อาจทำให้อุตสาหกรรมในไทยมีความเสี่ยง ทั้งเรื่องต้นทุนที่แพงขึ้น เกษตรกรที่ไม่เข้มแข็ง ผมมองว่าแม้ไม่มีประเด็นภาษีทรัมป์ ประเทศไทยมีปัญหาหลายด้าน ทั้งขีดความสามารถการส่งออก การแข่งขัน การเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยี และต้นทุนที่สูง รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง ด้านประสิทธิภาพของระบบราชการ กฎที่เป็นอุปสรรค กระบวนกรอนุมัติที่ล่าช้า

พิชัย กลาวว่า ประเด็นของภาษีเชื่อจากข่าว ตามที่ รมว.พาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่ามีข้อยุติ แสดงว่าได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว คาดว่าการประกาศนี้ จะทำได้ทันก่อนวันที่ 1 ส.ค. อย่างไรก็ดีในการเจรจานั้น ในประเด็นการนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ นั้นมีบางอย่างที่ภาษีเป็นศูนย์ ซึ่งไม่ต้องแปลกใจเพราะที่ผ่านมาไทยมีลงนามเอฟทีเอกับหลายประเทศ ซึ่งการเจรจากับสหรัฐ รอบนี้เหมือนกับประเทศที่ได้เอฟทีเอกับเรา แต่บางสินค้าที่ไม่มีความสามารถแข่งขัน ได้ขอเวลา 5 ปีก่อนภาษีเป็นศูนย์

จะส่งอะไรมาขาย หรือจะซื้ออะไร ได้พิจารณารายละเอียดในราคา และคุณภาพสินค้า ที่ไม่สูงกว่าที่อื่น ทบทวนแล้วพบว่ามีสินค้าที่ราคาถูกกว่าเมื่อซื้อจากสหรัฐ เช่น ราคาพลังงาน น้ำมันที่นำเข้า 90% แอลเอ็นจี 50% รวมไปถึงสินค้าที่เราผลิตได้แต่ไม่พอ เช่น พืชผลเกษตร คือ ข้าวโพด ที่ไทยผลิตได้ 5 ล้านตัน แต่มีความต้องการ 10 ล้านตันดังนั้นต้องนำเข้าเพิ่มเติม ซึ่งจากการพิจารณาการซื้อเข้ามีช่องว่างที่สามารถซื้อจากสหรัฐได้

พิชัย ชุณหวชิร

พิชัย ชี้แจงต่อไปว่า ทีมไทยแลนด์ ประกอบด้วย กระทรวงพาณิชย์ อุตสาหกรรม เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข และภาคเอกชน ได้หารือเพื่อรับทราบถึงสถานการณ์การนำเข้า ซึ่งมีข้อตกลงว่าจะซื้อสินค้าในประเทศก่อน จากนั้นจะแบ่งซื้อจากต่างประเทศ ซึ่งเมื่อข้าวโพดจากสหรัฐที่ราคาถูกจะส่งผลให้ต้นทุนอาหารสัตว์ที่ผลิตโดยข้าวโพดมีราคาถูกลง เกษตรกรได้ราคาอาหารสัตว์ถูกลง ดังนั้นการสร้างกติกาใดๆ ต้องวิน-วินโซลูชั่น

สำหรับเรื่องพลังงานที่พบว่ามีค่าขนส่ง ดังนั้นได้หารือว่า มีแหล่งพลังงานใดหรือไม่ที่จะต้องสำรวจเพิ่มเติม ซึ่งเขายินดีที่จะมาสำรวจ เพราะเขามีเทคโนโลยีสำรวจทะเลลึก ซึ่งประเทศไทยมีแหล่งในทะเลอันดามัน ดังนั้นได้แสดงเจตนารมณ์แล้ว และถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่ใหญ่ขึ้น

พิชัย ชุณหวชิร

พิชัยยืนยันว่า “วันนี้แม้ไม่มีปัญหาเรื่องภาษีทรัมป์ เราคงยังมีปัญหาคืออุปสรรค ปัญหา เช่น กฎ ระเบียบ ขั้นตอนการอนุญาต นำเข้าส่งออก มาตรฐานสินค้า วันนี้ได้ตกลงในหลักการว่าจะแก้ไข เพื่อให้ประเทศไหนก็ตามที่มาค้าขาย ส่งออก ได้รับความสะดวก ถูกต้องตามมาตรฐานสากล ส่วนเรื่องที่ร้องขอให้เข้าสภาฯนั้น ตอนนี้ยังเป็นข้อตกลงเบื้องต้นตามเงื่อนไข ซึ่งจะนำไปสู่การเจรจาในรายละเอียดอีกครั้ง ที่ต้องพิจารณานำเข้าสภา เพราะเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ”

พิชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับคณะที่เดินทางไปเจรจา รวม 3 วัน มีค่าใช้จ่ายรวมเพียงล้านกว่าบาทเท่านั้น ซึ่งเป็นการเดินทางแบบมีเที่ยวบินไหนพร้อม ไม่ต้องเฟิร์สคลาส เพื่อดูแลประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ในช่วงที่สหรัฐ ประกาศภาษีตั้งแต่เดือนก.พ. จนถึงเดือน ส.ค.นี้ พบว่าไม่มีใครกล้าขายของ เพราะกังวลเรื่องอัตราภาษีดังนั้น รัฐบาลจึงมีมาตรการดูแล ส่วนหนึ่งคืองบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท เพื่อทดแทนเศรษฐกิจที่สะดุดในความไม่ชัดเจนเพื่อให้เกิดการจ้างงาน ก่อสร้าง ตอนนี้เหลืองบ 4.2 หมื่นล้านบาท เตรียมนำมาดำเนินการในด้านการตรวจสอบสินค้าที่ผลิตจากประเทศไทยจริงไม่ใช่ใช้เป็นเพียงทางผ่าน รวมถึงการจ้างงาน

จากผลการเจรจา ในวันนี้ (31 ก.ค.) เวลา 20.00 น. จะมีการพูดคุยสั้นๆ 5 นาที ในรอบสุดท้าย เชื่อว่าจะได้รับข่าวดี

พิชัย ชุณหวชิร

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ผู้เสนอญัตติทั้ง 7 ญัตติได้แสดงเหตุผลแล้ว ก็ให้สมาชิกอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ก่อนนำข้อเสนอแนะ ส่งให้รัฐบาล และผู้ที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์