รัฐสภา ‘พิเชษฐ สถิรชวาล’ แถลงภายหลังยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เหตุผลในการตัดสินใจร่วมงานการเมืองกับ ‘พรรคเปลี่ยน’ ที่มี ‘พันธ์ธวัช นาควิสุทธ์’ หรือ ‘นอท กองสลากพลัส’ เป็นหัวหน้าพรรคว่า ส่วนตัวมีความสนใจประวัติของพันธ์ธวัช ที่ในอดีตมีฐานะค่อนข้างยากจน จบการศึกษาระดับ ม.6 แต่เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีความสามารถ จนเป็นที่สังคมให้ความสนใจ และจากการพูดคุย ส่วนตัวได้สอบถามถึงเหตุผลที่สนใจงานการเมือง และได้สอบถามว่าทราบหรือไม่ว่าการเป็นนักการเมืองจะต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากหลายฝ่าย ซึ่งพันธ์ธวัชบอกกับว่าพร้อมยอมรับการตรวจสอบ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคเปลี่ยน
นอกจากนี้ ส่วนตัวมีความสนใจเกี่ยวกับนโยบายของพรรคเปลี่ยน ที่ให้ความสนใจนโยบายเกี่ยวกับยาเสพติด การศึกษา และคนทำงานกลางคืน ซึ่งเป็นเรื่องของชีวิตจริงที่นายพันธ์ธวัช ไม่ต้องการให้ประชาชนใช้ชีวิตเหมือนเขา แต่ต้องการเปลี่ยนให้ชีวิตทุกคนดีขึ้น เช่น ด้านการศึกษาถ้ามีบุคคลใดมีความสามารถก็ให้เรียนไปจนถึงที่สุดโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่มีเงื่อนไขว่าคนที่จะได้รับทุนการศึกษา จะต้องไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดรวมถึงครอบครัวด้วย ค่าเฉลี่ยของผู้ได้รับทุนต้องไม่ต่ำกว่า 2.5 ส่วนนโยบายเกี่ยวกับคนทำงานกลางคืน คือ เงินเดือนและสวัสดิการของคนทำงานกลางคืนต้องทั่วถึง เป็นต้น ที่สำคัญพรรคเปลี่ยนจะไม่เน้นนโยบายประชานิยม เพราะเห็นว่าเป็นบ่อเกิดของการทุจริต
“ยืนยันว่า การตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคเปลี่ยน เพราะนโยบายพรรคต้องการเปลี่ยนชีวิตคนรากหญ้าให้ดีขึ้น คนที่อยู่ระดับกลางจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น ความเป็นอยู่จะต้องดีขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะมีอดีตรัฐมนตรี และอดีตส.ส.อีกหลายคนมาร่วมงานกับพรรคเปลี่ยน ซึ่งส่วนใหญ่จะลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพราะมีความเชื่อมั่นในเครือข่ายที่มีประมาณ 5 ล้านคน” พิเชษฐ กล่าว
นอกจากนี้ ส่วนตัวมีความสนใจเกี่ยวกับนโยบายของพรรคเปลี่ยน ที่ให้ความสนใจนโยบายเกี่ยวกับยาเสพติด การศึกษา และคนทำงานกลางคืน ซึ่งเป็นเรื่องของชีวิตจริงที่นายพันธ์ธวัช ไม่ต้องการให้ประชาชนใช้ชีวิตเหมือนเขา แต่ต้องการเปลี่ยนให้ชีวิตทุกคนดีขึ้น เช่น ด้านการศึกษาถ้ามีบุคคลใดมีความสามารถก็ให้เรียนไปจนถึงที่สุดโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่มีเงื่อนไขว่าคนที่จะได้รับทุนการศึกษา จะต้องไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดรวมถึงครอบครัวด้วย ค่าเฉลี่ยของผู้ได้รับทุนต้องไม่ต่ำกว่า 2.5 ส่วนนโยบายเกี่ยวกับคนทำงานกลางคืน คือ เงินเดือนและสวัสดิการของคนทำงานกลางคืนต้องทั่วถึง เป็นต้น ที่สำคัญพรรคเปลี่ยนจะไม่เน้นนโยบายประชานิยม เพราะเห็นว่าเป็นบ่อเกิดของการทุจริต
“ยืนยันว่า การตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคเปลี่ยน เพราะนโยบายพรรคต้องการเปลี่ยนชีวิตคนรากหญ้าให้ดีขึ้น คนที่อยู่ระดับกลางจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น ความเป็นอยู่จะต้องดีขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะมีอดีตรัฐมนตรี และอดีตส.ส.อีกหลายคนมาร่วมงานกับพรรคเปลี่ยน ซึ่งส่วนใหญ่จะลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพราะมีความเชื่อมั่นในเครือข่ายที่มีประมาณ 5 ล้านคน” พิเชษฐ กล่าว



