พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ว่าที่รองประธานสภาฯ คนที่ 2 กล่าวว่า ตนเพิ่งรู้ตัวเมื่อคืน ว่า จะถูกเสนอชื่อ เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ซึ่งคิดว่า พรรคเพื่อไทยน่าจะเห็นว่า ตนทำงานในสภาฯ มาโดยตลอด ดังนั้น ปัญหาต่างๆ ในสภาฯ ก็เห็นมาเยอะ และฝ่ายนิติบัญญัติก็ถือว่าเล็กมาก เมื่อเปรียบเทียบกับฝ่ายตุลาการและฝ่ายบริหาร ซึ่งตนตั้งใจจะฟื้นคืนสภาผู้แทนราษฎรให้มีศักดิ์ศรีทั้งสมาชิกและองค์กร พร้อมระบุว่า นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของฝ่ายประชาธิปไตยที่จะฟื้นคืนชีพให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นที่พึ่งหวังของประชาชนได้มากขึ้นและยืนยันว่า ตนพร้อมทำงานอย่างเต็มที่โดยเฉพาะการแก้ปัญหาสภาล่มกฎหมายและเรื่องรายงานต่างๆ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงฝ่ายนิติบัญญัติน้อยมากโดยเฉพาะโอกาสที่จะนำเสนอปัญหาเข้าสภาฯ ตนทราบดี เพราะเป็น ส.ส.เขต จึงอาจจะขอปรึกษากับประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ในการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาแจ้งปัญหาหรือโครงการอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อให้ ส.ส. นำปัญหานั้นมาพูดคุยกับ แต่ละกระทรวง
ส่วนความมั่นใจเรื่อง การแก้ปัญหาสภาฯ ล่มนั้นตนมองว่าอยู่ที่การบริหารจัดการสมาชิก บริหารจัดการเวลาและจะพยายามทำให้สภาฯ ไม่ล่ม พร้อมกล่าวว่าที่ผ่านมา ตนก็เป็นหนึ่งคนที่ทำให้เกิดปัญหาสภาฯ ล่ม
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา พิเชษฐ์ ค่อนข้างที่จะลุกประท้วงในการประชุมบ่อย ครั้งต่อไปใครจะมาทำหน้าที่แทน กลัวว่าจะโดนประท้วงเหมือนที่ตนเคยทำหรือไม่ ทำให้พิเชษฐ์ถึงกับขำ ก่อนจะกล่าวว่า ที่ผ่านมา ตนก็เป็นหนึ่งคนที่ทำสภาฯ ล่มเยอะและชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาฯ ก็ได้แซวว่า ทำเรื่องไว้เยอะ ระวังถูกเอาคืน
สำหรับข้อกังวลเรื่องการแก้มาตรา 112 ตนมีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไรนั้น พิเชษฐ์ กล่าวว่า อันดับแรกต้องผ่านคณะกรรมการประสานงาน 2 ฝ่ายก่อน แล้วถึงจะมาพิจารณาว่าเห็นสมควรบรรจุเข้าที่ประชุมหรือไม่
ส่วนที่ผ่านมามีกฎหมายหลายฉบับที่ประชาชนเขาชื่อและถูกตีตกไปนั้น พิเชษฐ์ ยืนยันว่า ทั้งสามคนเห็นความสำคัญ พ.ร.บ. ที่มาจากประชาชนอันดับแรกและจะพยายามผลักดันเข้าสภาฯ ให้เร็วที่สุด
ส่วนความมั่นใจเรื่อง การแก้ปัญหาสภาฯ ล่มนั้นตนมองว่าอยู่ที่การบริหารจัดการสมาชิก บริหารจัดการเวลาและจะพยายามทำให้สภาฯ ไม่ล่ม พร้อมกล่าวว่าที่ผ่านมา ตนก็เป็นหนึ่งคนที่ทำให้เกิดปัญหาสภาฯ ล่ม
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา พิเชษฐ์ ค่อนข้างที่จะลุกประท้วงในการประชุมบ่อย ครั้งต่อไปใครจะมาทำหน้าที่แทน กลัวว่าจะโดนประท้วงเหมือนที่ตนเคยทำหรือไม่ ทำให้พิเชษฐ์ถึงกับขำ ก่อนจะกล่าวว่า ที่ผ่านมา ตนก็เป็นหนึ่งคนที่ทำสภาฯ ล่มเยอะและชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาฯ ก็ได้แซวว่า ทำเรื่องไว้เยอะ ระวังถูกเอาคืน
สำหรับข้อกังวลเรื่องการแก้มาตรา 112 ตนมีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไรนั้น พิเชษฐ์ กล่าวว่า อันดับแรกต้องผ่านคณะกรรมการประสานงาน 2 ฝ่ายก่อน แล้วถึงจะมาพิจารณาว่าเห็นสมควรบรรจุเข้าที่ประชุมหรือไม่
ส่วนที่ผ่านมามีกฎหมายหลายฉบับที่ประชาชนเขาชื่อและถูกตีตกไปนั้น พิเชษฐ์ ยืนยันว่า ทั้งสามคนเห็นความสำคัญ พ.ร.บ. ที่มาจากประชาชนอันดับแรกและจะพยายามผลักดันเข้าสภาฯ ให้เร็วที่สุด





