‘พิศิษฐ์’ คุม 2 ชุดทำงาน รฟท.สางปมโปร่งใส

7 ธ.ค. 2567 - 17:00

  • ‘ผู้ว่าฯ รฟท.’ สนองนโยบาย นายกฯ แพทองธาร ตั้ง ‘พิศิษฐ์‘ นั่งประธาน 2 ชุด สางปัญหาความโปร่งใสในองค์กร ทั้งที่อดีตผู้ว่าฯ สตง. ถูกร้องคา ป.ป.ช. จับตา กระทบความเชื่อมั่นในการทำหน้าหรือไม่

pisit_7dec2024_SPACEBAR_Hero_9e364286f3.jpg

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงนามในคำสั่งเฉพาะที่ก.983/2567 เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาติดตามปัญหาการดำเนินโครงการของการรถไฟฯ โดยมีองค์ประกอบดังนี้ พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นประธานคณะทำงาน และคณะทำงานอีกสี่คน อำนาจหน้าที่คือ ศึกษา รวบรวมข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริงและวิเคราะห์งานโครงการของการรถไฟฯ ที่ได้ดำเนินการหรืออยู่ในแผนการดำเนินการให้เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญา กฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบที่เกี่ยวข้องและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการดำเนินโครงการ เสนอผลการศึกษาพร้อมแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่อผู้ว่าการรถไฟฯ ให้มีอำนาจเชิญบุคคลมาให้ข้อมูล เรียกเอกสารหลักฐานต่างๆจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาตามอำนาจหน้าที่

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า วีริศ ยังได้ลงนามในคำสั่งทั่วไป ที่ก.984/2567 การรรถไฟฯ เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานศึกษากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของการรถไฟฯ โดยยพิศิษฐ์ เป็นประธานคณะทำงาน และคณะทำงานอีก 4 คน อำนาจหน้าที่คือศึกษา รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล กระบวนการคำสั่งและขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของการรถไฟฯ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องให้มีความถูกต้องโปร่งใส มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการรถไฟฯ ,เสนอผลการศึกษาพร้อมความเห็นหรือแนวทางการปรับปรุงแก้ไขต่อผู้บริหารการรถไฟฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาสะสมในรฟท. ขณะนี้มีภาระหนี้สินที่ต้องแบกรับอยู่กว่า 230,000 ล้านบาท ที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหาที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ 5,080ไร่ การพิจารณาต่อสัญญาพื้นที่ 47 ไร่เศษย่านห้าแยกลาดพร้าวที่จะหมดสัญญาในปี2571 กับเอกชนที่เช่าพื้นที่ในการทำธุรกิจศูนย์การค้า โรงแรม สำนักงาน การสร้างรถไฟความเร็งสูงทั่วประเทศ ปัญหาการบริหารงานภายในที่ก่อให้เกิดคำถามมากมายในองค์กร จนเป็นที่มาของการแต่งตั้งคณะทำงานทั้ง2 ชุดที่มีนายพิศิษฐ์ เป็นประธาน

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า  แนวทางและนโยบายของ แพทองธาร   ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่แจ้งต่อครม.ตั้งแต่ช่วงเข้ารับตำแหน่งว่าขอให้ครม.ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินให้มีความโปร่งใส สุจริต ยึดหลักกฎหมาย ไม่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มหนึ่งกลุ่มใดและขอให้ยึดผลประโยชน์ประเทศ จึงเป็นเหตุผลสำคัญในการแต่งตั้งนายพิศิษฐ์ เข้ามาทำหน้าที่เพื่อสนองนโยบายรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่จากการตรวจสอบพบว่า พิศิษฐ์ เคยมีเรื่องถูกร้องเรียนใน ป.ป.ช. โดยเมื่อวันที่ 26 ก.ย.66 คณะกรรมป.ป.ช. มีมติว่า พิศิษฐ์ ไม่มีความผิดกรณีถูกไต่สวนพร้อมกับพวก 3 ราย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ สตง. กรณียกเลิกดูงานต่างประเทศโดยมิชอบ ทำให้ สตง.เสียเงินไปทั้งสิ้น 1,607,235 บาทนั้น 

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากทำเนียบฯ แจ้งว่า มีข้อมูลว่าในขณะนี้ ป.ป.ช.ได้แต่งตั้งคณะไต่สวนพิศิษฐ์ ใน 2 สำนวน 1.กรณีชี้มูลทางอาญา เพราะพิศิษฐ์ เเละผอ.สำนักตรวจสอบสตง. ในตอนนั้นใช้อำนาจการชี้มูลทางอาญาไม่ได้ เพราะอำนาจนั้นเป็นอำนาจของคตง. มิใช่อำนาจของพิศิษฐ์กับพวก (คดีฟ้องปี 65) 

และ 2.วิจิตร ศรีสะอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยเเม่ฟ้าหลวง ยื่นร้องพิศิษฐ์ ต่อป.ป.ช. และมีการตั้งไต่สวนสืบเนื่องจากกรณีเมื่อครั้ง ผู้ว่าฯ สตง.กล่าวหาวิจิตร ทุจริตก่อสร้างศูนย์การเเพทย์ เเละเเต่งตั้งรักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเเม่ฟ้าหลวงโดยมิชอบ (คดีฟ้อง ก.ย.61) จึงต้องติดตามว่า 2 กรณีดังกล่าว จะกระทบความเชื่อมั่นในการทำงานตามที่ผู้ว่าฯ รฟท. แต่งตัังหรือไม่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์