‘พิธา’ ประกาศดันเลือกตั้งผู้ว่าฯ ให้สำเร็จภายใน 4 ปี

1 มิ.ย. 2566 - 19:01

  • ‘พิธา’ ประกาศผลักดันเลือกตั้งผู้ว่าฯ ภายใน 4 ปี

  • เตรียมเวิร์คช็อป 3 สมาคมปกครองท้องถิ่น 15-16  มิ.ย.นี้

  • มั่นใจกระจายอำนาจได้แน่ แม้ ‘ก้าวไกล’ ไม่ได้คุมมหาดไทย

Pita_announced_the_election_of_the_governor_to_be_accomplished_within_4_years_SPACEBAR_Hero_2ee372008a.jpeg
ผู้สื่อข่าวรายงานที่สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย จ.นนทบุรี (1 มิถุนายน 2566) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคพร้อมด้วยผู้บริหาร และว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล ร่วมประชุมเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและนโยบายด้านการกระจายอำนาจร่วมกับสมาคมองค์กรบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย ที่มีทั้งตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ร่วมหารือ  
 
โดยทั้ง สามหน่วยงานได้เสนอกรอบข้อหารือ ที่ประกอบด้วย ช่วงที่หนึ่ง 60 วันแรก ภายหลังนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาล จะมีการแก้ไขระเบียบต่างๆ ในระดับกระทรวง ช่วงที่สอง 90 วันถัดมา จะมีการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการกระจายอำนาจ โดยจะใช้กลไกคณะรัฐมนตรีในการพิจารณาเสนอร่างต่างๆ เข้าสู่รัฐสภา และช่วงที่สาม 180 วัน จะดำเนินการจัดทำกฎหมายใหม่ หรือปรับปรุงร่างกฎหมายเดิมที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ต่อองค์กรบริหารปกครองส่วนท้องถิ่น และผลักดันเข้าสู่รัฐภาต่อไป  
 
โดยก่อนหารือ นายพิธา กล่าวว่า ตนอยากเดินทางมาขอบคุณด้วยตัวเอง เมื่อสภาฯ ครั้งที่แล้ว ได้มีการเสนอนโยบายกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้องค์กรท้องถิ่นแก้ปัญหาให้ประชาชนได้มากขึ้น และมีการพูดคุยกันมาโดยตลอด รวมถึงตอนนี้สถานการณ์ท้องถิ่นก็มีปัญหาทั้งเรื่องโลกร้อน เอลนีโญ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข ตลอดการอยู่สภาฯ มา 4 ปีก็เห็นงบประมาณ ข้อจำกัดเรื่องกฎหมาย หากมีอะไรจะแนะนำก็สามารถทำได้ รวมถึงอยากมีโอกาสร่วมงานกันเยอะๆ  
 
“การกระจายอำนาจเป็นกระบวนการในการกระจายความเจริญ จังหวัดนนทบุรี กับ กทม. ความเจริญต่างกัน 20 เท่า ทั้งในเรื่องจำนวนประชากร งบประมาณ จึงต้องเร่งการกระจายอำนาจ กระจายบุคลากร และกระจายงบประมาณ ยืนยันว่าไม่ได้มีแผนการสุดโต่ง ทำปีนี้หรือปีหน้า แต่ต้องใช้เวลา 1-2 ปี รวมถึงให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการด้วย” พิธา กล่าว 
 
ด้าน ตัวแทนสมาคมฯ กล่าวว่า ขอบคุณพรรคก้าวไกลที่เห็นถึงความสำคัญของท้องถิ่น ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี ตอนนี้อาจมีหลายข่าวคราว แต่ในเมื่อเสียงส่วนใหญ่เลือกพรรคก้าวไกลมาเป็นตัวแทน และทางพรรคก็มีนโยบายในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี ประเทศเรามีโครงสร้างเป็นพีระมิด ซึ่งมีท้องถิ่นเป็นฐาน และปัญหาในแต่ละท้องถิ่นย่อมแตกต่างกัน ขอบคุณทางพรรคที่มาพูดคุยและรับฟังข้อเสนอแนะจากตัวแทนของท้องถิ่น 
 
จากนั้นภายหลังการหารือ นายพิธา ได้แถลงข่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมระหว่างพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า และ 3 สมาคมผุ้บริหารท้องถิ่น โดยเป็นการพูดคุยหารือกันในการจะอำนวยความสะดวกให้ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้มากขึ้น เป็นการกระจายความเจริญไปสู่แต่ละท้องที่ในประเทศ ซึ่งมีการพูดคุยกันหลายเรื่องถึงแผนงานในการบริหารจัดการในช่วงเปลี่ยนผ่าน  
 
โดยในช่วง 100 วันแรกมีคำสั่งหลายอันที่ไม่เอื้ออำนวยให้ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถทำตามศักยภาพได้ จึงเอาปัญหาประชาชนมาเป็นที่ตั้ง ทั้งปัญหาอุทกภัย ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาสินค้าการเกษตร ที่จะมีผลกระทบจากสถานการณ์ฤดูฝนที่จะถึงนี้ โดยเมื่อพรรคก้าวไกลสามารถตั้งรัฐบาลได้จะสามารถปลดล็อคแก้ปัญหาได้ทันทีในช่วง 100 วันแรก 
 
พิธา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีการหารือกันว่าภายใน 1 ปี เรามีเรื่องอะไรบ้างที่จะสามารถบริหารจัดการร่วมกันได้ และภายใน 4 ปี ก็มีการพูดถึงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ผ่านการทำประชามติโดยประชาชนที่จะทำกันภายในปีแรก โดยภาพรวมเป็นการพูดคุยกันในเรื่องความชัดเจน เป้าหมาย แผนงาน และไทม์ไลน์ต่างๆ ในการทำงาน  
 
ทั้งนี้จะมีการทำเวิร์คช็อปร่วมกัน ในวันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ โดยสมาคมสันนิบาตฯ จะเป็นเจ้าภาพ เพื่อพูดคุยกันในเรื่องกฎหมายที่ไม่เอื้ออำนวยในการบริหารจัดการในช่วงที่ผ่านมา 
 
พิธา กล่าวว่า ข้อเสนอทั้งหมดไม่มีอะไรท้าทายเกินความต้องการของประชาชน ซึ่งจะมีแต่อะไรที่ทำได้รวดเร็ว รอบคอบ และมีส่วนร่วมของประชาชน ถ้าเราแบ่งแบบนี้ก็จะรู้ว่าเรื่องใดสามารถทำได้ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยเลย  หรือบางเรื่องอาจต้องทำประชามติ และบางเรื่องอาจต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อน เมื่อเราวางการทำงานเช่นนี้ ใครที่มองว่าการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด การกระจายอำนาจเป็นเรื่องสุดโต่งเกินไป เขาจะได้เข้าใจและเบาใจ ว่าเหล่านี้เป็นการกระจายความเจริญไปสู่ประชาชน  
 
พิธา กล่าวต่อว่า ขณะที่การหารือในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เป็นส่วนหนึ่งของทำรัฐธรรมนูญใหม่ ผ่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มีการทำประชามติ เลือกตั้ง สสร. ซึ่งพรรคก้าวไกลไม่ใช่ผู้กำหนดในเรื่องนี้ แต่ถ้าฟังความเห็นของทุกภาคส่วนก็คงจะเห็นภาพไปในทิศทางเดียวกัน  
 
“การที่จะกระจายอำนาจออกไป ต้องกระจายงบประมาณลงไป กระจายภารกิจลงไป กระจายบุคลากรลงไป การกระทำจึงต้องรอบคอบ ยกตัวอย่าง เช่น รพสต. (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล) มีการกระจายภารกิจลงไป แต่งบประมาณกับทรัพยากรยังไม่ตามลงไป ผลลัพธ์ที่ออกมาอาจจะทำให้การให้บริการประชาชนไม่ดีเท่าทีควร จึงต้องมีการบริหารจัดการให้เป็นอิสระมากขึ้น” พิธา กล่าว 
 
เมื่อถามว่า การกระจายอำนาจหลายเรื่อง หากพรรคก้าวไกลไม่ได้คุมกระทรวงมหาดไทย (มท.) จะมีปัญหากับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นหรือไม่ พิธา กล่าวว่า การกระจายอำนาจเป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกลผลักดันมาตลอดในช่วงเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องทำให้สำเร็จให้ได้ โดยการทำงานร่วมนายกทั้ง 3 สมาคม ซึ่งตนคิดว่าทั้งเป้าหมายและผู้บริหารมีการวางตัวไว้แล้วพอสมควร ฉะนั้นกระทรวงมหาดไทยเป็นอะไรที่พรรคก้าวไกลต้องการจะผลักดันให้ได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์