‘พิธา’ หารือชาวเชียงใหม่หวังแก้ฝุ่น PM2.5 หลังตั้งรบ.

15 มิ.ย. 2566 - 13:48

  • ‘พิธา’ ลุยเชียงใหม่ถกปัญหาฝุ่น PM 2.5 จ่อตั้งศูนย์ปฏิบัติงานมลพิษทางอากาศในอาเซียนที่เชียงใหม่ หวังแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

  • โอดช่วงหาเสียงตัวเองเคยเป็นผู้ประสบภัย สูดฝุ่นจนต้องให้น้ำเกลือที่ รพ. ก่อนกลับออกมาหาเสียงต่อ

  • ชี้ ผลกระทบหลักหมื่นล้าน เหตุโครงสร้างงบประมาณไม่ดี

pita_move_forward_party_chiang_mai_pm25_SPACEBAR_Hero_79061e4842.jpeg
เดินสายพบปะประชาชนไม่หยุด สำหรับ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่วันนี้ (14 มิ.ย.66) ได้เดินทางไปยัง อาคารศิริพานิช อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี ‘นิติพล ผิวเหมาะ’ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ สัดส่วนสิ่งแวดล้อม, และ ‘เดชรัต สุขกำเนิด’ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อและผู้อำนวยการ Think Forward Center  รวมถึง ‘กรุณพล เทียนสุวรรณ’ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล ได้เข้าหารือกับภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ ภาคการท่องเที่ยว และภาคเอกชนจากส่วนต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือฝุ่น PM 2.5 ในปี 2567   
 
ทันทีที่มาถึง ‘พิธา’ ได้เข้าไปร่วมประชุมทันที พร้อมกล่าวถึงปัญหาเรื่อง ฝุ่นPM 2.5 ว่า ส่วนใหญ่เกิดขึ้นทุกปี ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายน และแม้จะไม่ใช่คนเชียงใหม่ แต่ก็เคยมีประสบการณ์ที่ได้รับผลกระทบจากเรื่อนี้เหมือนกัน  
 
หนึ่งในเหตุการณ์ที่ ‘พิธา’ ยกตัวอย่างว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัย คือ ช่วงหาเสียงที่ผ่านมา ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม เขาได้ลงพื้นที่หาเสียงที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นช่วงที่มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานสูงมาก ทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาล ไป 2-3 วัน ก่อนจะออกมาเสียงต่อ  
 
“ผมต้องขึ้นอยู่บนรถแห่แล้วต้องพูดว่าพ่อแม่พี่น้อง พิธามาเยี่ยมเชียงใหม่แล้ว ในช่วงพีคที่สุดในปีที่ผ่านมา เดือนมีนาคมปี 2566 ซึ่งเดือนมีนาเป็นความรุนแรงในรอบ 5-6 ปีของจังหวัดเชียงใหม่ ความลับคือเข้าโรงพยาบาลไป 2-3 วัน แต่ต้องถอดสายน้ำเกลือเพื่อที่จะออกมาหาเสียงต่อ” พิธา กล่าว 
 
‘พิธา’ ยังกล่าวว่า เมื่อตั้งรัฐบาลได้แล้ว เขาจะแบ่งแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น ออกเป็น 3 ขยัก ขยักแรกคือระดับนานาชาติ ขยักที่ 2 คือระดับประเทศ และขยักที่ 3 คือท้องถิ่น 
 
นอกจากนี้ ‘พิธา’ ยังตั้งคำถามงบประประมาณในการแก้ปัญหาผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 โดยวิจัยจากธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ใช้งบประมาณถึง 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งรวมผลกระทบทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม 
 
“ตีซะว่าหมื่นกว่าล้าน ให้ทุกคนได้รู้ว่าการที่มีฝุ่นเข้ามาไม่ใช่แค่ทำให้เราหายใจไม่ออกหรือทำให้ลูกหลานเลือดกำเดาไหลเวลาไปโรงเรียน แต่มีผลกระทบถึงเศรษฐกิจมากมายมหาศาลเป็นหมื่นล้านบาท งบประมาณปีที่ผ่านมา ทุกท่านรู้ว่ามีการกระจัดกระจายเป็นเบี้ยหัวแตก ไปอยู่งบตรงพี่ผู้ว่าราชการจังหวัดบ้าง ไปอยู่ที่กรมควบคุมมลพิษบ้าง กรมอุทยานบ้าง กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นที่มหาดไทยบ้าง ต่างคนต่างทำ” พิธา กล่าว 
 
‘พิธา’ ยังบอกว่า พรรคก้าวไกลเคยเสนอกฎหมายเพิ่มอำนาจให้ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ในการสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขเรื่องนี้แล้ว พร้อมมองว่าโครงสร้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขจะทำให้ปัญหาฝุ่นยังอยู่ และแม้ว่าในอาเซียนจะมีการตั้งพหุภาคีข้ามชาติ เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น แต่กลับไม่มีผู้นำประเทศคนไหนไปทำให้เป็นรูปธรรม รวมถึงแม้จะมีศูนย์ปฏิบัติงานมลพิษทางอากาศในอาเซียนแล้ว แต่ยังไม่มีสถานที่ปฏิบัติงานที่จริงจัง จึงคิดว่านายกฯ คนต่อไปควรจะต้องนำศูนย์ปฏิบัติการดังกล่าวมาตั้งที่จังหวัดเชียงใหม่ให้ได้ และต้องมีการบริหารกองทุนมลพิษข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ 
 
“เขาใช้คำว่า Asean Haed Pollution Center ที่ยังไม่มีประเทศไหนสนใจ เราเห็นโอกาสตรงนี้ทางที่มีข้อตกลงตรงนี้ ผมจะเอามาตั้งที่เชียงใหม่ด้วย เป็นการปฏิบัติงานเชิงรุก ไม่ต้องประชุมใหม่ ใช้ Agreement ที่มีตั้งแต่ปี 2004 เพียงแต่หากใส่ใจสักหน่อย ผมจะเสนอเป็นตัวตั้งและให้มาตั้งที่เชียงใหม่ พอมีศูนย์กลางปฏิบัติงานทุกคนก็จะสนใจ” พิธา กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์