Pita_Move_Forward_Party_public_speaking_9_July_SPACEBAR_Photo00_f2d58bf6ac.jpeg
Pita_Move_Forward_Party_public_speaking_9_July_SPACEBAR_Photo01_b0adc5665f.jpeg
Pita_Move_Forward_Party_public_speaking_9_July_SPACEBAR_Photo02_60926f8c41.jpeg
Pita_Move_Forward_Party_public_speaking_9_July_SPACEBAR_Photo03_d625d468c5.jpeg

Photo Story : มาไกลเกินกว่าจะถอย! ‘พิธา’ เรียกร้อง ส.ส.-ส.ว. อย่าฝืนธรรมชาติ

10 ก.ค. 2566 - 11:21

  • ‘พิธา’ ปราศรัยกลางเมืองปลุกด้อมส้ม ลั่นมาไกลเกินแพ้

  • โวอีก 4 วัน เป็นเวลาประวัติศาสตร์ มั่นใจถึงเส้นชัยแน่นอน

  • พร้อมกดดัน ส.ส.-ส.ว. อย่าฝืนมติประชาชน-ฝืนธรรมชาติ

Pita_Move_Forward_Party_public_speaking_9_July_SPACEBAR_Photo00_f2d58bf6ac.jpeg
Pita_Move_Forward_Party_public_speaking_9_July_SPACEBAR_Photo01_b0adc5665f.jpeg
Pita_Move_Forward_Party_public_speaking_9_July_SPACEBAR_Photo02_60926f8c41.jpeg
Pita_Move_Forward_Party_public_speaking_9_July_SPACEBAR_Photo03_d625d468c5.jpeg
 พรรคก้าวไกล นำโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จัดเวทีปราศรัย 'ขอบคุณประชาชน ฟังเสียงทุกคนก่อนโหวตนายกฯ' ณ ลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์ โดย พิธา ได้กล่าวขอบคุณชาวกรุงเทพฯ ที่ลงคะแนนให้พรรคก้าวไกล พร้อมระบุ แม้ฝนจะตกฟ้าจะร้องประชาชนก็ไม่เคยทิ้งตน และตนก็จะไม่ทิ้งประชาชนเช่นกัน ก่อนถามมวลชนว่า เรามาไกลเกินกว่าจะถอยแล้วใช่ไหมพี่น้อง เหนื่อยอีกนิดเดียวพวกเราจะถึงเส้นชัยไปด้วยกัน เหลือเวลาอีกเพียง 4 วันเท่านั้น ที่จะเป็นเวลาประวัติศาสตร์ ทั่วโลกกำลังจับตาดูพวกเราอยู่  
 
“เวลาที่เหลือ 4 วัน เราจะถึงเส้นชัยอย่างแน่นอน ประเทศไทยเป็นของประชาชนทุกคน ไม่ได้เป็นของใคร ในวันที่ 13 กรกฎาคม จะเป็นการตัดสินใจของนักการเมืองทั้งสภาล่าง และสภาสูง ที่จะต้องตัดสินใจร่วมกัน ว่าสภาฯ ในอีก 1 ทศวรรษ หรือศตวรรษ ของประเทศไทยจะเป็นแบบไหน ถ้าเราตัดสินใจถูกต้อง ให้โอกาสประเทศไทย เลือกประเทศไทยและอยู่กับอนาคต ประเทศไทยจะเจริญไม่เป็นสองรองใครแน่นอน แต่ถ้าเราเลือกผิด ฝืนมติประชาชน ทำให้ไม่ปกติของการเมืองไทย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ยังคงไม่ปกติต่อไป ตนไม่รู้ว่าโอกาสทองแบบวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ จะมาถึงอีกเมื่อไร” พิธา กล่าว  
 
พิธา กล่าวด้วยว่า พรรคก้าวไกล ได้มา 14 ล้านเสียง พรรคเพื่อไทย ได้มา 10 ล้านเสียง รวมกับพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลแล้ว มากกว่า 25 ล้านเสียง หรือมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนี้บอกว่าประเทศไทยต้องไม่เหมือนเดิม แต่ 2 เดือนที่ผ่านมา เหมือนเลือกตั้งเสร็จแล้วแต่ไม่เสร็จเสียที มันเป็นเพราะความไม่ปกติของการเมืองไทย ที่มาจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ลบล้างอำนาจประชาชนมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โอกาสนี้จะเป็นการคืนความปกติให้กับการเมืองไทย ดังนั้น ไม่ว่าพวกท่านจะมาจากสภาล่าง หรือสภาสูง ทั้ง 750 คน มีโอกาสที่จะคืนความปกติให้กับการเมืองไทยให้ประเทศไทยเดินหน้า ให้เราเท่าเทียมกัน และเท่าทันโลกกับเขาเสียที 
 
“13 กรกฎาคมนี้ ผมพร้อมที่จะเป็นนายกฯ ของพวกคุณทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ รุ่นใหญ่ หรืออยู่ตรงไหนของประเทศไทย จะเลือกหรือไม่เลือกผมก็ตามขอให้นายกฯ ที่ชื่อพิธา ได้รับใช้พวกคุณทุกคน ฝากถึงเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราทุกคนล้วนเป็นผลลัพธ์จากความอปกติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผ่านการยุบพรรค การรัฐประหาร นิติสงคราม ไม่ว่าท่านจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลสามารถให้โอกาสประเทศไทย คืนความปกติให้กับประชาชนทุกคน ขอว่าอย่าพลาดโอกาสนี้ เพราะประชาชนอาจจะหมดศรัทธาในระบบรัฐสภา หมดศรัทธาในตัวพวกท่าน แล้วจะไม่ให้อภัยพวกเราอีก ขออย่าทำให้ประชาชนต้องผิดหวัง” พิธา กล่าว  
 
พิธา ยังกล่าวถึงสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า แม้ที่มาของพวกเราจะแตกต่างกัน แต่เป็นนักการเมืองของประชาชนเหมือนกัน พร้อมแสดงความขอบคุณและชื่นชมทุกคน ที่ระบุว่าจะลงมติตามรัฐบาลเสียงข้างมาก และไม่โหวตสวนมติประชาชน  
 
“ดังนั้น ขอให้ทุกคนในที่นี้ ปรบมือดังๆ ยาวๆ ให้กับทั้ง ส.ส. และ ส.ว. อย่างไรก็ตาม ที่มาของพวกเราอาจต่างกัน แต่เมื่อได้พูดคุยกับพวกเขา เขาก็ห่วงชาติบ้านเมืองไม่ต่างกันจากผม เขาก็ต้องการให้เศรษฐกิจดีขึ้น ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องการศึกษา การกีฬา ไม่ต่างกัน พวกท่านคืออดีตข้าราชการ อดีตทหาร เป็นคนที่มีประสบการณ์ที่สามารถช่วยประเทศนี้ได้ ดังนั้น เมื่อผมเป็นนายกฯ ก็จะขอทำงานร่วมกันในช่วง 1 ปีสุดท้ายที่เหลือของพวกท่าน ขออนุญาตปรึกษาและทำงานกับ ส.ว. ใน 1 ปีที่เหลือของท่าน เพื่อประชาชนเท่านั้น ไม่มีดีลลับ มีแต่ดีลรัก” พิธา กล่าว  
 
“ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ ฝนตกมานานมากพอแล้ว ถึงเวลาฟ้าเปิดอย่าฝืนธรรมชาติอีกเลย เวลาฝนตกมันลงมาที่ดิน และตกทั่วฟ้า ฝนตกขึ้นฟ้ามันฝืนธรรมชาติ เป็นไปไม่ได้ เราให้ธรรมชาติเป็นธรรมชาติ ให้ระบบเป็นระบบ” พิธา กล่าว 
 
พิธา กล่าวต่อไปว่า ตนไม่ใช่นายกฯ ที่สมบูรณ์แบบ แต่จะเป็นนายกฯ ที่ขยันที่สุด และขอสัญญากับทุกคนว่า เมื่อไหร่ที่มีปัญหา ก็จะกลับมาที่ถนนและพูดคุยรับฟังพี่น้องประชาชน และขอถวายชีวิตนี้ให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ทั้งนี้ ตนเองสัญญากับทุกคนไม่ได้ว่าการเดินทางของพวกเราจะราบรื่นไปเสียทุกอย่าง แต่หากมีอุปสรรคขวากหนามไปเรื่อยๆ และตราบใดที่เราเดินอยู่ด้วยกัน รับรองจะคุ้มค่าแน่นอน  
 
“ในเมื่อผมสารภาพกับทุกคนอย่างนี้แล้ว ก็ขอเสียงคนที่จะเดินไปพร้อมกับนายกฯ ที่ชื่อพิธา หน่อย เอาให้ดังไปถึงทำเนียบรัฐบาลเลย วันนี้ไม่มีเหน็ดเหนื่อย ไม่มีท้อแท้ เชื่อว่าเมื่อเราร่วมมือกันอะไรก็เป็นไปได้ ถึงเวลาที่ประเทศนี้ต้องขับเคลื่อนไปด้วยความหวัง พอกันทีกับความกลัว วันนี้ทุกอย่างอาจจะมืดมิด แต่ผมสัญญาว่า พรุ่งนี้จะเป็นวันที่สว่างไสวของพี่น้องประชาชน” พิธา กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์