‘พิธา’ เชื่อ 7 ส.ส.ก้าวไกลชี้แจงได้ หลังถูกร้องเรียน

15 มิ.ย. 2566 - 10:20

  • ‘พิธา’ มั่นใจ ส.ส.ก้าวไกล 7 คนมีเรื่องร้องเรียนชี้แจงได้หมด เชื่อ กกต.ยังไม่รับรอง ไม่ส่งผลให้ตั้งรัฐบาลสะดุด

  • มองครบ 1 เดือน กกต.คงทำงานอย่างโปร่งใส แต่คนไทยก็รอไม่ได้

  • ไม่ยืนยันปมสละมรดก แต่เป็นการโอนหุ้น เผย ยื่นคำสั่งศาลเป็นผู้จัดการมรดกต่อ ป.ป.ช.จริง

Pita_Move_Forward_Believe_7_Member_of_Parliament_explain_Clear_SPACEBAR_Thumbnail_00716a5543.jpeg
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค กล่าวถึงกรณี กกต.ที่ยังไม่รับรองส.ส.เป็นของก้าวไกล 7 คนว่า ขณะนี้ ยังไม่ทราบว่าถูกร้องเรียนประเด็นใดบ้าง ซึ่งได้ทราบข้อเท็จจริงจากสื่อมวลชนว่า ยังไม่รับรอง ส.ส.จาก กกต. 71 คน เป็นของพรรคก้าวไกล 7 คน ซึ่งเป็นของพรรคร่วมทั้งหมด 30 คน อีก 41 คน เป็นของฝ่ายค้าน ทั้งนี้ ของพรรคก้าวไกลยังไม่มีใครทราบเหตุผล เพราะสอบถามไปที่กกต.จังหวัดก็ยังไม่ทราบเหตุผลเช่นเดียวกัน คงต้องรอให้เป็นกระบวนการของกกต.ว่าเกิดจากเรื่องใด และได้สอบถามเจ้าตัวไปก็ยังไม่มีใครทราบว่าเรื่องอะไร จึงยังความสับสนอยู่เล็กน้อย  

ส่วนจะมีผลในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่นั้น พิธา มองว่า ไม่น่าจะมี เพราะเป็นฝั่งของเรา 30 คน เป็นฝั่งที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล 41 คน ซึ่งฝั่งของเรา จำนวนไม่ได้เยอะ และหากแต่ละพื้นที่ได้ทราบถึงเหตุและผล ก็เชื่อว่าจะชี้แจงได้ทุกกรณี ไม่น่ามีอะไรเป็นที่น่ากังวลใจหรือทำให้การจัดตั้งรัฐบาลสะดุดได้ 

เมื่อถามว่า ครบรอบ 1เ ดือนของการเลือกตั้งแล้ว อยากจะเรียกร้องอะไรไปทางกกต.หรือไม่ พิธา ตอบว่า ตนเป็นคนมีส่วนได้ส่วนเสีย หากดูจากประชาชน และเครือข่ายภาคประชาชน มีการแสดงให้เห็น เปรียบเทียบให้ดูกับประเทศตุรกีว่าเลือกตั้งวันเดียวกันแต่ประเทศตุรกีทำงานแล้ว ของประเทศไทย ยังมีระยะเวลาที่ต้องใช้เวลาอยู่ ซึ่งต้องอธิบายให้เข้าใจว่า ระบบการปกครองของตุรกีกับประเทศไทยไม่เหมือนกัน อาจจะต้องใช้เวลานาน ก็ให้เวลากกต.ทำงานอย่างมีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพให้มากที่สุด แต่ประชาชนคนไทยก็รอไม่ได้ เพราะต้องการให้มีรัฐบาลที่เริ่มทำงานได้ทันที  

เมื่อถามว่า เริ่มมีการรับรองส.ส.แล้ว กรณีตำแหน่งประธานสภาฯ ได้ข้อยุติแล้วหรือไม่ พิธา ยืนยันว่า มีความคืบหน้าไปพอสมควร แต่รอดูจังหวะเวลาว่า ในช่วงที่เปิดสมัยประชุมและต้องเลือกประธานสภา จังหวะที่เหมาะสมต้องเป็นช่วงนั้น 

เมื่อถามว่า ยืนยันได้ว่าก้าวไกลจะไม่ทิ้งตำแหน่งนี้หรือไม่ พิธา ตอบว่า ให้รอฟังจังหวะที่เหมาะสมแต่เป็นการพูดคุยภายในของก้าวไกลกับเพื่อไทยและมีความคืบหน้าแน่นอน 

เมื่อถามว่าตำแหน่งประธานสภา มีการมองว่า หากเป็นของพรรคเพื่อไทยจะทำให้การตั้งรัฐบาลของก้าวไกลยากขึ้นหรือไม่ พิธา ระบุว่า ตำแหน่งประธานสภาฯเป็นตำแหน่งที่สำคัญ แต่มีหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงความเป็นกลาง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาลอะไรเท่าไร  

ส่วนจะฟ้องกลับใครหรือไม่ในคดีเรื่องหุ้นสื่อไอทีวี พิธา ระบุว่า คณะทำงานกฎหมายของพรรครวบรวมข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ปรากฏหรือไม่ปรากฏอยู่ในหน้าสื่อก็ตาม ที่มีผู้หวังดีส่งมาให้เรื่อยๆ ก็ได้รวบรวมไว้ ส่วนจะดำเนินคดีหรือไม่ ยังไม่ได้เป็นปัจจัยที่ตัดสินใจในตอนนี้ แต่มีการสะสมข้อมูลที่ไม่ชอบมาพากลอยู่เรื่อยๆ แล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้ง ทั้งนี้ย้ำว่า ไม่ได้กังวลใจการเรื่องคดี ถ้าการตัดสินเป็นไปอย่างเที่ยงธรรมตามหลักฎีกา ไม่ว่าจะเป็นศาล รธน. ศาลฎีกา และศาลอาญา ตนมั่นใจว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน 

เมื่อถามถึงกรณีที่ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ไปยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม กรณีหุ้นไอทีวีกับกกต. โดยระบุว่า การโอนหุ้น เป็นการโอน ไม่ได้สละมรดกนั้น พิธา ระบุว่า ข้อเท็จจริงต้องแยกกัน โอนก็คือโอน สละก็คือสละ และตามที่เคยให้สัมภาษณ์ไป ว่าไม่ใช่เป็นการขายหุ้น แต่เป็นการโอนหุ้น ส่วนเรื่องมรดกขอให้รอฟังอีกครั้ง 

เมื่อถามอีกว่า ในฐานะทายาท พิธายืนยันว่าเป็นการสละมรดกส่วนนี้หรือไม่ พิธา ตอบว่า ไม่ยืนยัน แต่ต้องไปพูดคุยกันอีกครั้ง เพราะการสละมรดกกับการโอนเป็นคนละเรื่องกัน แต่ที่ยืนยันได้ การโอนหรือการถือหุ้นไอทีวี ทำในฐานะผู้จัดการมรดก ไม่ใช่ทำในนามส่วนตัว 

ส่วนกรณีที่ นิวัตไชย เกษมมงคล เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  ระบุว่า พิธาได้ยื่นเอกสารต่อ ป.ป.ช. กรณีการถือหุ้นไอทีวี โดยแนบเอกสารคำสั่งศาล ว่า เป็นผู้จัดการมรดกมานั้น พิธา ระบุว่า ตนเองยื่นเอกสารแล้วตามที่เลขา ป.ป.ช.ระบุ  

ส่วนคดี กกต.ขณะนี้ยังไม่ได้เห็นว่า กกต.สงสัยหรือจะพิจารณาประเด็นใด  ก็จะตอบสนองให้ตรงกับประเด็นที่กกต.ตั้งเรื่องมา ทุกวันนี้ยังไม่มีการตั้งเรื่องมา ไม่ได้รู้สึกสั่นไหวหรือรู้สึกกังวลอะไร และทุกครั้งที่มีการพูดคุยกัน เลขา ป.ป.ช. ได้พูดแล้ว ตนค่อนข้างรัดกุมในการเตรียมเอกสารยื่นกับป.ป.ช.ตั้งแต่สมัยเป็น ส.ส.อนาคตใหม่  

เมื่อถามว่า กรณีที่ เลขา ป.ป.ช.ระบุถึงการตรวจสอบเอกสารไปที่ศาล แต่ศาลไม่มีต้นขั้วอยู่แล้วนั้น พิธามีต้นขั้วหรือไม่ พิธา ตอบว่า เป็นเอกสารที่แต่งตั้งให้ตนเองเป็นผู้จัดการมรดกตั้งแต่ปี 2550 ตอนนี้ล่วงเลยมา 16-17 ปีแล้ว อาจจะไม่มีเอกสารตรงนั้น แต่ถึงเวลาถ้าเป็นเอกสารที่ต้องพูดคุยกันก็รอให้ กกต.ขอมาก่อนดีกว่า ค่อยไปตอบกันในเรื่องนั้น  

ทั้งนี้ พิธาอยากจะให้ความมั่นใจกับประชาชนที่เลือกพรรคเรามา การจัดตั้งรัฐบาลยังเดินหน้าไปเรื่อยๆ คณะทำงานยังทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อพูดคุยปีญหาของประชาชน อย่างเรื่องน้ำประปา ก็ได้มอบหมายให้คณะทำงานด้านเศรษฐกิจและการลดความเหลื่อมล้ำให้ไปศึกษาเบื้องต้น การเดินหน้าการแก้ไขปัญหาของประชาชนยังเป็นวาระสำคัญ แม้มีขวากหนาม หรือมีเรื่องการเมืองมาก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค สามารถทุกอย่างชี้แจงได้ด้วยข้อกฎหมายและหลักฐาน ไม่มีอะไรน่ากังวลใจ  

ส่วนที่อยากจะสร้างขวัญและกำลังใจประชาชนอย่างไรได้บ้าง เพราะอาจมีอำนาจบางอย่าง พิธา ระบุว่า ประเทศเราควรขับเคลื่อนด้วยความหวัง ไม่ใช่ความกลัว แน่นอนว่า อาจมีเกมการเมือง หลายเรื่องที่อาจทำให้รู้สึกเบื่อ กังวลใจ หรือกลัว ถ้าหากรู้สึกตามเมื่อไหร่ ก็จะแพ้ทันที เพราะฉะนั้น เราต้องมีความหวังอยู่ตลอดเวลาว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ในประเทศไทย 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์