‘พิธา’ เปิดใจไม่ยึดติดหัวโขน

16 ก.ย. 2566 - 11:48

  • ‘พิธา’ เปิดใจเหตุลาออกหัวหน้าพรรค ยึดส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว ไม่ยึดติดหัวโขน

  • พร้อมลุยเดินสายเขย่าการเมืองไทยทั้งในและนอกประเทศ

  • ‘ศิริกัญญา’ ลุ้นชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคคนใหม่

Pita_Move_Forward_not_attach_position_after_resign_lead_of_party_SPACEBAR_Hero_33ec82ada0.jpeg
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ รักษาการหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคว่า การเห็นส่วนรวมมากกว่าส่วนตัวคือสำนึกของนักการเมือง ซึ่งในบริบทการเมืองปัจจุบัน ฝ่ายค้านต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในเชิงทั้งมหภาค และจุลภาค ซึ่งมหภาคฝ่ายค้านต้องเป็นเรือหลักในการกำหนดทิศทางการอภิปรายสำคัญ ทั้งเรื่องงบประมาณ อภิปรายแนะรัฐบาล และอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนเรื่องจุลภาค คือการแต่งตั้งวิปฝ่ายค้าน ทั้งนี้ ไม่ต้องห่วงตนเอง ขอให้ห่วงประชาชนห่วงบ้านเมืองจะดีกว่า สำหรับเรื่องส่วนตัวนั้น ยังยืนยันคำเดิมว่า ไม่ยึดติดกับหัวโขนหรือตำแหน่ง ซึ่งปัจจุบันสามารถทำงานได้ถึงแม้จะไม่ได้มีตำแหน่งอะไรเลย และยังเป็น สส.ที่ไม่สามารถเข้าสภาได้ เนื่องจากถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ ยังยืนยันว่าจิตใจยังเต็มร้อย และยังเดินหน้าทำงานในช่วงที่รอคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ในช่วงนี้อาจจะเจอมากกว่าเดิม และจะเดินหน้าเขย่าการเมืองไทย เขย่าปัญหาของประชาชน ผ่านตะแกรงร่อนเพื่อส่งต่อให้กับ ส.ส.พรรคก้าวไกล และฝ่ายค้านที่ยังอยู่ในสภา รวมถึงเตรียมเดินทางไปทั่วประเทศ และต่างประเทศ 
 
พิธากล่าวว่า ตามกฎหมายขณะนี้เป็นรักษาการหัวหน้าพรรคก้าวไกล กระทั่งวันที่ 23 กันยายนนี้ที่จะมีการประชุมวิสามัญพรรคก้าวไกล ที่จะมีการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ และหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งหลังจากมีหัวหน้าพรรคคนใหม่ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายค้านเชิงรุกตามที่ได้ประกาศไว้ 
 
เมื่อถามถึงคุณสมบัติของบุคคลที่จะเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่ พิธากล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการประชุมวิสามัญพรรค รวมถึงคนที่ถูกเสนอชื่อจะยอมรับตำแหน่งหรือไม่ ส่วนตัวมองว่า มีบุคคลที่เหมาะสมที่จะนำพรรคกว่า 4-5 คน ขึ้นอยู่กับว่า จะเอาคนบู๊หรือบุ๋น ซึ่งไม่กังวลใจอะไร แต่พรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นพรรคที่มีเจ้าของที่ไม่สามารถสืบทอดอำนาจได้ ซึ่งเรื่องนี้มีระบบ มีกฎหมาย มีข้อบังคับรับรอง เชื่อว่าพรรคก้าวไกลมีความพร้อม 
 
เมื่อถามว่า ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล มีความเหมาะสมหรือไม่ พิธากล่าวว่า มีเหมาะสม 4-5 คน ศิริกัญญาเป็นหนึ่งในนั้น 
 
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่พรรคก้าวไกลจะขับปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เพื่อรักษาตำแหน่งรองประธานสภา พิธากล่าวว่า หลังจากประชุมวิสามัญพรรรค เป็นหน้าที่ของ กก.บห.พรรคชุดใหม่ที่จะหารือกับปดิพัทธ์ ฉะนั้น ต้องรอเวลา และฟังความเห็นของปดิพัทธ์ด้วย 
 
เมื่อถามย้ำว่า พรรคก้าวไกลจะรักษาไว้ทั้งตำแหน่งรองประธานสภา และผู้นำฝ่ายค้านใช่หรือไม่ พิธากล่าวว่า ต้องรอ กก.บห.พรรคชุดใหม่ รวมถึงฟังความเห็นของปดิพัทธ์ด้วย 
 
เมื่อถามต่อว่า หากอนาคตศาลรัฐธรรมนูญคืนสถานะให้ จะมีโอกาสกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ พิธากล่าวว่า เป็นเรื่องของอนาคต ไม่ได้เป็นเรื่องของคนเพียงคนเดียว แต่เป็นเรื่องของข้อบังคับพรรค และสมาชิกพรรค 
 
เมื่อถามย้ำว่า ไม่ได้ปฏิเสธใช่หรือไม่ว่าจะกลับมารับตำแหน่งอีกรอบ พิธากล่าวว่า ไม่ได้ปฏิเสธ แต่เป็นเรื่องของอนาคต 
 
เมื่อถามว่า การประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคไว้ก่อน สะท้อนถึงความไม่มั่นใจในการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ พิธากล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน ฝั่งเรายังมีความมั่นใจเรื่องการขับเคลื่อนพรรคในฐานะฝ่ายค้านเชิงรุก ในฐานะพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ยืนยันว่ามั่นใจเต็มร้อย ส่วนเรื่องของรูปคดี ฝ่ายกฎหมายของเราทำหน้าที่อย่างเต็มที่ คาดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นกระบวนการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ว่าจะเป็นตัวไอทีวีเอง หรือตัววัตถุประสงค์รายได้สัมปทาน ซึ่งสามารถเทียบได้ว่าเป็นสื่อหรือไม่เป็นสื่อ 
 
เมื่อถามถึง กรณีที่พิธาติด 1 ใน 100 ผู้มีอิทธิพลในนิตยสาร Time พิธากล่าวว่า ดีใจที่ทั่วโลกเห็นความพยายามที่จะเขย่าการเมืองไทย พร้อมที่จะขยับเขยื้อนให้ประเทศไทยมีส่วนสำคัญในบริบทอาเซียน และบริบทโลก รวมถึงการถ่วงดุลอำนาจเพื่อนำประเทศไทยสู่อนาคตได้ 
 
เมื่อถามว่า หากให้คำนิยามการเมืองไทยรอบนี้จะให้ว่าอย่างไร พิธากล่าวว่า คิดว่าเป็นการเมืองของคน 1% กับการเมืองของคน 99% และพรรคก้าวไกลพร้อมที่จะรับรองคน 99% เพื่อต่อสู้กับคน 1% 
 
เมื่อถามว่า มีการมองว่าพิธาลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคครั้งนี้ พร้อมเดินเกมนอกสภาเต็มรูปแบบ พิธากล่าวว่า ไม่ได้เป็นการเดินเกมแต่อย่างใด ในเมื่อสถานการณ์มันเป็นแบบนี้ รัฐธรรมนูญที่เราต้องการเปลี่ยนเป็นมาแบบนี้ ก็จะเป็นที่จะต้องเอาส่วนรวมมาก่อนส่วนตัว ซึ่งในเชิงส่วนตัวตนสามารถทำงานได้โดยที่ไม่มีตำแหน่งอะไร การเป็นผู้แทนราษฎรที่จะพูดแทนราษฎร ก็ยังเชื่อว่าไม่ว่าจะลงไปในพื้นที่ อ.อมก๋อย ที่มีปัญหาเหมือง หรือ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีปัญหาสันติสุข สันติภาพ ตนเชื่อว่าเวลาตนพูดอะไรก็มีคนฟัง และน่าจะแก้ปัญหาได้ 
 
เมื่อถามว่า มีอะไรฝากถึงด้อมส้มหรือผู้สนับสนุนพิธาที่กำลังขวัญเสียกับการประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือไม่ พิธากล่าวว่า เจอกันทั่วประเทศ เจอกันทั่วโลก และจนกว่าเราจะกลับมาเจอกันใหม่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์