7 บทเรียน ‘ก้าวไกล’ อย่า ‘ระห่ำ-ร้อนวิชา’

30 มิ.ย. 2566 - 16:48

  • จาก ‘พรรคอนาคตใหม่’ มาถึง ‘พรรคก้าวไกล’ ที่เติบโตก้าวกระโดด แม้จะถูกยุบพรรคไป แต่เมล็ดพันธุ์กลับงอกเงย ในอีกด้านก็มี ‘บทเรียน’ ต้องมาทบทวนตัวเอง เพื่อไม่ซ้ำรอยอดีต-ก้าวพลาด-ถูกกระแสตีกลับ

Pita_Rome_Sirikanya_Desperate_Lesson_SPACEBAR_Thumbnail_60dc56c384.jpeg
ระหว่างที่รอความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาล การเดินหมากการเมืองของ ‘พรรคก้าวไกล’ ผ่านพลัง ‘คนหนุ่มสาว’ ที่ไฟแรง ก็มีจังหวะก้าวพลาด ถูกระแสตีกลับ เกิดปรากฏการณ์ ‘บอนไซตัวเอง’ ที่มีผลกระทบต่อภาพที่พรรควางไว้ 

1. จุดยืน มาตรา 112  
พรรคก้าวไกลแสดงเจตนาชัดเจนที่จะ ‘ลดสถานะ’ ของสถาบันจากประมุขของชาติ ที่ล่วงเกินมิได้ตามรธน. มาตรา 6 ให้เป็นเพียงสถาบันที่เทียบเท่าบุคคลธรรมดา ด้วยการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่มีการเสนอ ‘ลดโทษ-เงื่อนไขไม่ต้องรับผิด’ ขึ้นมา ซึ่งในจุดนี้ทำให้พรรคก้าวไกลไม่มี ‘พันธมิตร’ ทางการเมือง อีกทั้งทำให้เกิดการเผชิญหน้า ‘ทางความคิดสุดโต่ง’ จากทั้ง 2 ฝั่งมากขึ้น และกลายเป็นประเด็นที่ฝ่ายการเมืองนำมาเป็น ‘ชูธง’ ในการสร้าง ‘จุดขาย’ ทางการเมือง ทั้งพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา 

2. ‘ปลดล็อกท้องถิ่น’ ถูกตีความ ‘แบ่งแยกดินแดน’   
พรรคก้าวไกล ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับจุดยืนเรื่องการ ‘กระจายอำนาจ’ ในการต่อสู้กับ ‘อำนาจส่วนกลาง’ โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่ต่างๆ เช่น ปาตานี, ล้านนา เป็นต้น  

ซึ่งชุดนโยบาย ‘ปลดล็อกท้องถิ่น’ ถูกตั้งคำถามเป็นการ ‘แบ่งแยกดินแดน’ หรือไม่ โดยในเรื่องนี้พรรคก้าวไกลได้ออกมายืนยันว่า ‘กระจายอำนาจ’ ไม่เกี่ยวข้องกับการ ‘แบ่งอำนาจอธิปไตย’ แต่เป็นการกระจายอำนาจบริหารไปสู่ท้องถิ่น โดยที่ ‘อำนาจอธิปไตย’ ยังอยู่กับส่วนกลาง ไม่กระทบความเป็น ‘รัฐเดี่ยว’ ของไทย 

3. นโยบายต่างประเทศ 
นโยบายการทูตของไทย เป็นในรูปแบบ ‘ยืดหยุ่น-ไผ่ลู่ลม’ ทำให้ไทยอยู่รอดในท่ามกลางความขัดแย้งของมหาอำนาจมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับ ‘พรรคก้าวไกล’ มีจุดยืนทางการเมืองที่ตรงข้ามกับ ‘ขั้วรัฐบาลเดิม’ ที่ถูกมองว่าใกล้ชิดกับจีน อีกทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลก็ชัดเจนเรื่องการทลาย ‘ทุนจีนสีเทา’ ซึ่งท่าทีของพรรคก้าวไกลที่ชูธงเรื่องประชาธิปไตย-สิทธิมนุษยชน ก็มีความเป็น ‘อเมริกัน’ ผ่านการประณาม ‘รัฐบาลทหารเมียนมา’ อย่างชัดเจน 

4. กระแสตีกลับ ว่าที่ รมว.คลัง 
คนที่ได้รับการวางตัวให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญๆ เช่น ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ ว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ถูกกระแสตีกลับเรื่องนโยบาย ‘เศรษฐกิจ’ เกิดกระแสวิจารณ์จากภาคธุรกิจ จนทำให้ ‘ศิริกัญญา’ ต้องหลบหลังฉาก โลว์โปร์ไฟล์ตัวเอง 

5. ประวัติศาสตร์บาดแผล-แผลใหม่ ‘ก้าวไกล’ 
มรดกความคิด ‘คณะราษฎร’ เป็นชุดความคิดที่ ‘พรรคก้าวไกล’ ให้คุณค่า เพราะเหตุการณ์ 24 มิถุนายน 2475 วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง ถือเป็นวันสัญลักษณ์ของการต่อสู้ทางอำนาจระหว่าง ‘ชนชั้นนำ’ ด้วยกันเอง ที่เปรียบเป็น ‘ต้นน้ำ’ ของสายธารประชาธิปไตยไทย ซึ่งการต่อสู้ยังคงดำเนินมาตลอด 91 ปี แต่ละฝ่ายต่าง ‘บันทึกประวัติศาสตร์’ ต่างกัน ซึ่งผู้ชนะก็จะมีเสียงทาง ‘ประวัติศาสตร์’ ที่ดังกว่า ซึ่งก็คือ ‘ขั้วอนุรักษนิยม’ นั่นเอง แต่จากปรากฏการณ์ ‘ก้าวไกลฟีเวอร์’ ก็ทำให้สะเทือนประวัติศาสตร์ชุดดังกล่าว 

อย่างไรก็ตามเกิดกระแสตีกลับ เมื่อสังคมไทยยังไปไม่ถึง ‘แนวความคิด’ ของคณะราษฎรทั้งหมด ในการต่อสู้เชิงอำนาจ ภายหลัง ‘รังสิมันต์ โรม’ ได้ร่วมกิจกรรมรำลึกเหตุการณณ์ 24 มิภุนายน 2475 ได้พูดถึงการ ‘เปลี่ยนวันชาติ’ จาก 5 ธันวาคม เป็น 24 มิถุนายน เฉกเช่นในยุคคณะราษฎรเรืองอำนาจ ย้อนไปเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2481 คณะรัฐมนตรี นำโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้กำหนดให้วันที่คณะราษฎรทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ถือเป็นวันชาติ  

ต่อมาในยุค จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 21พฤษภาคม 2503 ให้แทนที่วันชาติด้วย ‘วันเฉลิมฉลองของชาติ’ ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม 

6. แนวคิดสังคมนิยม  
‘นโยบายสวัสดิการถ้วนหน้า’ ของพรรคก้าวไกล ถูกมองเป็นระบบเศรษฐกิจแบบ ‘สังคมนิยม’ เช่น การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทันที 450 บาทต่อวัน และปรับขึ้นทุกปี ซึ่งจะกระทบ ‘ชนชั้นกลาง’ ที่เป็นผู้ประกอบการ SME พ่อค้า-แม่ค้ารายย่อย เพื่อเอาเงินมาให้กับ ผู้ใช้แรงงาน ชนชั้นกรรมมาชีพ ผ่านการเก็บภาษีคนรวย ภาษีทรัพย์สิน ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีขายหุ้น เพื่อเอาเงินมาจ่ายสวัสดิการถ้วนหน้า ซึงจุดนี้เองจึงทำให้ ‘ศิริกัญญา’ ถูกวิจารณ์จากภาคธุรกิจ 

7. เสรีภาพ สไตล์ก้าวไกล  
‘พรรคก้าวไกล’ ย้ำถึงหลักการเสรีภาพในการแสดงออก ตามวิถีประชาธิปไตย พร้อมมักวิจารณ์การใช้กฎหมายทำลายล้างกันทางการเมือง ว่าเป็น ‘นิติสงคราม’ รวมทั้งมองว่าการไล่ฟ้องคนที่วิจารณ์เป็นการ ‘ฟ้องปิดปาก’ แต่สุดท้ายพรรคก้าวไกลก็หนีไม่พ้นการ ‘ปกป้องตัวเอง-รักษาสิทธิ’ เฉกเช่นที่พรรคอื่นๆทำ 

เช่นกรณีที่ พรรคก้าวไกล โดย ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ได้เป็นโจทก์ฟ้อง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เรียกค่าเสียหาย 24 ล้านบาท กรณี ‘หมอวรงค์’ ไลฟ์สดเฟซบุ๊ก กล่าวหาว่า พรรคก้าวไกลจาบจ้วง-ล้มสถาบัน ต่อมาศาลอาญามีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2566 ยกฟ้อง โดยเห็นว่า ‘หมอวรงค์’ แสดงความเห็นโดยสุจริต เพื่อปกป้องสถาบัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์