พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการแย่งชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ว่าทั้ง 8 พรรคที่ได้ร่วมจับมือกันแล้ว ต้องร่วมมือปรับจูนพูดคุยกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงที่ผ่านมา ประชาชนและตนได้ยินแล้วว่าแต่ละพรรคมีความต้องการและเหตุผลอย่างไร ซึ่งทางที่ดีที่สุด น่าจะกลับไปพูดคุยกันผ่านทีมเจรจาที่เราเคยตั้งเอาไว้ และเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน รวมทั้งปรับจูนเรื่องของนโยบายในช่วงเวลา 1-2 เดือน ที่เราจะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
“ทุกท่านพูดคุยกับสาธารณชนแล้วว่าเหตุผลคืออะไร ก็น่าจะเพียงที่จะนำกลับไปพูดคุยในทีมเจรจา ซึ่งผมเชื่อใจทุกท่าน” พิธา กล่าว
เมื่อถามย้ำว่าตำแหน่งประธานสภาฯ ยังต้องเป็นของพรรคก้าวไกล หรือไม่ พิธา ตอบว่า “ต้องให้ทีมเจรจาพูดคุยกัน เวลานี้เชื่อใจทุกพรรค เวลาทำงานทางการเมืองต้องเชื่อใจซึ่งกันและกัน” ขณะเดียวกัน มั่นใจว่า รอยร้าวระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคก้าวไกล จะสมานกันได้แน่นอน
“คิดว่าเป็นเรื่องปกติของการทำงาน ที่อาจมีอะไรเห็นไม่ตรงกันอยู่บ้าง และพูดคุยกัน แต่ถ้าเราสามารถเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง และกลับมาพูดคุยกันอย่างมีเหตุผล ตนเชื่อว่าทุกอย่างมีทางออก” พิธา กล่าว
เมื่อถามถึงกระแสที่ในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ จะมีการนัดชุมเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทย ถอนตัวออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลนั้น พิธา มองว่า ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของระบบประชาธิปไตย แต่เมื่อมีการพูดคุยกันแล้ว และทุกคนฝากความหวังไว้กับเราเยอะมาก ก็ให้เป็นหนึ่งในกระบวนการ แต่กระบวนการอันสำคัญ คือการพูดคุยปรับจูนกัน ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ เพราะยังมีงานใหญ่ๆ รออยู่อีกเยอะ
ส่วนจะมีทางออกเรื่องนี้ไว้ในใจหรือไม่ พิธา ตอบว่า “คิดว่าทุกท่านมีทางออก ไม่ใช่เฉพาะตนคนเดียว ต้องให้เกียรติพรรคร่วมอีก 7 พรรคด้วย นี่เป็นการตั้งรัฐบาลครั้งที่ 30 ก็คงมีอย่างนี้ทุกครั้ง ขึ้นอยู่กับว่าจะพูดคุยแสดงเหตุผลกันอย่างไร” เมื่อถามต่อไปว่า จะต้องมีการโหวตเพื่อชิงตำแหน่งประธานสภาฯ กันในสภาฯ หรือไม่ พิธา ตอบว่า “คงไม่ต้องไปถึงจุดนั้น”
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พิธา ได้สวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย จึงได้มีการสอบถามว่าเป็นแหวนอะไร ซึ่ง พิธา ตอบว่า เป็นแหวนที่ทางครอบครัวให้มา เป็นแหวนพระที่ทางบ้านนับถือ โดยเป็นเรื่องของความเชื่อ
“ทุกท่านพูดคุยกับสาธารณชนแล้วว่าเหตุผลคืออะไร ก็น่าจะเพียงที่จะนำกลับไปพูดคุยในทีมเจรจา ซึ่งผมเชื่อใจทุกท่าน” พิธา กล่าว
เมื่อถามย้ำว่าตำแหน่งประธานสภาฯ ยังต้องเป็นของพรรคก้าวไกล หรือไม่ พิธา ตอบว่า “ต้องให้ทีมเจรจาพูดคุยกัน เวลานี้เชื่อใจทุกพรรค เวลาทำงานทางการเมืองต้องเชื่อใจซึ่งกันและกัน” ขณะเดียวกัน มั่นใจว่า รอยร้าวระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคก้าวไกล จะสมานกันได้แน่นอน
“คิดว่าเป็นเรื่องปกติของการทำงาน ที่อาจมีอะไรเห็นไม่ตรงกันอยู่บ้าง และพูดคุยกัน แต่ถ้าเราสามารถเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง และกลับมาพูดคุยกันอย่างมีเหตุผล ตนเชื่อว่าทุกอย่างมีทางออก” พิธา กล่าว
เมื่อถามถึงกระแสที่ในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ จะมีการนัดชุมเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทย ถอนตัวออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลนั้น พิธา มองว่า ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของระบบประชาธิปไตย แต่เมื่อมีการพูดคุยกันแล้ว และทุกคนฝากความหวังไว้กับเราเยอะมาก ก็ให้เป็นหนึ่งในกระบวนการ แต่กระบวนการอันสำคัญ คือการพูดคุยปรับจูนกัน ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ เพราะยังมีงานใหญ่ๆ รออยู่อีกเยอะ
ส่วนจะมีทางออกเรื่องนี้ไว้ในใจหรือไม่ พิธา ตอบว่า “คิดว่าทุกท่านมีทางออก ไม่ใช่เฉพาะตนคนเดียว ต้องให้เกียรติพรรคร่วมอีก 7 พรรคด้วย นี่เป็นการตั้งรัฐบาลครั้งที่ 30 ก็คงมีอย่างนี้ทุกครั้ง ขึ้นอยู่กับว่าจะพูดคุยแสดงเหตุผลกันอย่างไร” เมื่อถามต่อไปว่า จะต้องมีการโหวตเพื่อชิงตำแหน่งประธานสภาฯ กันในสภาฯ หรือไม่ พิธา ตอบว่า “คงไม่ต้องไปถึงจุดนั้น”
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พิธา ได้สวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย จึงได้มีการสอบถามว่าเป็นแหวนอะไร ซึ่ง พิธา ตอบว่า เป็นแหวนที่ทางครอบครัวให้มา เป็นแหวนพระที่ทางบ้านนับถือ โดยเป็นเรื่องของความเชื่อ




