




พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมรับเชิญเป็นผู้บรรยายพิเศษในงาน “รับเพื่อนใหม่” ให้กับนักศึกษาเข้าใหม่ชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยได้ร่วมบรรยายในหัวข้อ “ประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเป็นธรรม : 3 เสาหลักจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ สู่การสร้างสรรค์สังคม” ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยที่ พิธา ได้รับเสียงเชียร์ลั่นหอประชุม
พิธา กล่าวบรรยายบางช่วงบางตอน โดยอ้างย้อนกลับไปในวันที่ตัวเองเป็นนักศึกษารหัส 41 ทั่วโลกมีประเทศที่เป็นประชาธิปไตยมากกว่า 50% ตอนนี้ทั่วโลกเป็นประชาธิปไตยเต็มใบได้แค่ 20% ส่วนความเหลื่อมล้ำ ส่วนเรื่องความเหลื่อมล้ำ ในการเข้าถึงรายได้จากที่ต่างกัน 8 เท่า ตอนนี้ตัวเลขเพิ่มเป็น 16 เท่า
“1% ของคนที่รวยที่สุดในโลกใบนี้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน 50% ของโลกใบนี้ คน 50% ของโลกใบนี้ มีสัดส่วนการถือครองทรัพย์สินเพียงแค่ 2% เท่านั้น อันนี้คือความแตกต่างระหว่างที่ที่ผมนั่งอยู่และพวกคุณนั่งอยู่ ห่างกันเพียงแค่ 20 กว่าปี” พิธา กล่าว
พิธา ยังอ้างไปถึงการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่คนเลือกมากที่สุด และเป็นตัวแทนกว่า 27 ล้านเสียง แต่ไม่สามารถฝ่าด่านวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งได้
“แต่ในขณะเดียวกัน มีวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง 250 คน สามารถบอกได้ สามารถโหวตสวนได้ สามารถตรวจสอบคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีได้ แต่ขณะเดียวกัน ใครเป็นคนตรวจสอบของวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง แล้วเราจะเลือกตั้งไปทำไม” พิธา กล่าว
พิธา บอกอีกว่า ทั่วโลกกำลังเจอเผด็จการสมัยใหม่ ที่แม้จะปล่อยให้มีการเลือกตั้ง แต่ก็ใช้เงื่อนไขทางกฏหมาย และองค์กรอิสระที่ไม่รู้ว่าจะอิสระจริงหรือไม่ ยับยั้งประชาธิปไตย พร้อมกล่าวไปถึงสิทธิเสรีภาพในการทำมาหากิน และสุราก้าวหน้า โดยอ้างว่าประเทศไทยมีมูลค่าตลาดกว่า 4 แสนล้านบาทเท่ากับญี่ปุ่น แต่ญี่ปุ่นมีผู้ผลิต 2 หมื่นล้านราย แต่ประเทศไทยมีผู้ผลิตอยู่ 7 ราย
“เป็นคำถามใหม่ๆ ที่โลกใบใหม่ต้องการคนรุ่นใหม่อย่างพวกคุณ ต้องการพลังงานอย่างพวกคุณ ที่จะมานิยาม 3 สิ่งนี้ให้เกิดขึ้นได้จริง เพราะสิ่งที่เป็นธาตุ สิ่งที่เป็น DNA ของธรรมศาสตร์ ก็คือเรียนรู้อดีต ศึกษาสิ่งที่เป็นปัจจุบัน และ Innovate สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต” พิธา กล่าว
“แล้วมันน่าเหลือเชื่อเหลือเกินว่าเป็นสิ่งที่น่าเจ็บใจเมื่อผมอายุ 18 เท่าพวกคุณ ผมมีความฝันอยากจะเห็นประชาธิปไตย มีความฝันที่ยิ่งใหญ่อยากเห็นประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่เต็มใบ แต่ขณะนั้นปัญหาเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง อยากเห็นว่าเกิดการกระจายตัวออกจากภาคการเงิน และผ่านไป 24-25 ปีผมต้องขึ้นมาพูดในเวทีนี้ ในนิยามที่มันลดลงในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตย เสรีภาพ และความยุติธรรม มันเกิดอะไรขึ้น” พิธา กล่าว
พิธา กล่าวด้วยว่า ประชาธิปไตยต้องการกระจายอำนาจออกให้มากที่สุด กระจายอำนาจ ให้อำนาจประชาธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แต่ขณะเดียวกัน ทุนนิยมสมัยใหม่ทำให้เกิดการกระจุกตัว ความเป็นธรรมหายไป ไปกระจุกตัวอยู่กับคนไม่กี่คน แม้กระทั่งความเหลื่อมล้ำ ความอยุติธรรมที่เข้าสู่อำนาจ ดังนั้นต้องพูดให้ชัดว่าความยุติธรรมคืออะไร ผิดจริงหรือไม่ และเป็นธรรมหรือไม่
“ตาชั่งแกว่งต้องยุติ หยุดแกว่ง หลักการต้องแม่นทุกอย่างต้องชัด และเมื่อหยุดแล้วต้องเที่ยงธรรมไม่เอนไปทางฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ไม่ใช่ว่าคุกไว้เพื่อขังคนจน วงเล็บคนที่เห็นต่างกับผู้มีอำนาจ” พิธา กล่าว
พิธา ตั้งข้อสงสัยว่า จะมีศิษย์เก่าอยู่ในการเมืองน้อยเกินไปหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญ 5 ท่าน ก็เป็นศิษย์เก่าในธรรมศาสตร์ด้วยเช่นเดียวกัน ตนคิดว่าสิ่งเหล่านี้ที่พวกเราต้องช่วยกันที่จะต้องเป็นพลังงานของคนรุ่นใหม่ ถึงเวลาที่จะต้องคิดใหญ่
“สิ่งที่ตนรู้สึก ใช้คำว่าผิดหวังกับตัวเองก็คงไม่ถูก แต่สิ่งที่ย้อนกลับไปได้แล้วทำให้ดีกว่านี้คือคิดให้ใหญ่กว่านี้ ทำให้ดีกว่านี้ เพราะว่าสมัยที่ตนเรียน ตนก็นอนอย่างเดียวเหมือนกัน และรู้สึกว่าอยากจะเรียนให้มันจบๆ เพื่อรับปริญญา แต่สิ่งที่ขาดไปคือความสามารถที่จะคิดให้ใหญ่และคิดให้ลึก และใช้เวลา 4 ปี ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ไม่ว่าคุณจะเรียนวิศวะ คุณก็ต้องไปศึกษา ว่าจะต้องทำอย่างไรให้น้ำประปาดื่มได้ทั่วประเทศ ถ้าคุณเรียนด้านธุรกิจ ก็ต้องศึกษาว่า จะสามารถแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำขององค์การคมนาคมได้อย่างไร ถ้าคุณเรียนแพทย์ คุณก็ต้องศึกษาว่า จะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ด้านสาธารณสุขได้อย่างไร” พิธา กล่าว
พร้อมระบุด้วยว่า จะต้องทำอย่างไรก็ได้ ให้สิทธิการแสดงออกเกิดขึ้นอย่างเสรีภาพให้ได้ ทำให้เกิดนวัตกรรมซอร์ฟเพาเวอร์ และโลกใบนี้ต้องการคนรุ่นใหม่ เพื่อผลักให้สิ่งเก่าๆ ออกไป แล้วเปิดโอกาสให้สิ่งใหม่ๆขึ้นมา เพื่อให้รู้ว่าประชาธิปไตยและเสรีภาพคืออะไร การยุติความขัดแย้งอย่างเป็นธรรมนั้นทำกันอย่างไร ทำให้คนมีความเสมอภาค ทางด้านกฏหมาย ตลอดจนเชิญชวนให้เรียนรู้ประสบการณ์จากนอกห้อง ฟังได้แต่อย่าเพิ่งเชื่อ และอย่าให้ใครมาบอกว่าความสามารถมีอยู่แค่นี้ อย่าให้ใครมาบอกว่าคุณจะเป็นในสิ่งที่คุณอยากเป็นไม่ได้ เพราะว่านี่คือโลกใบใหม่ ที่คุณต้องเชื่อ อยู่ตลอดเวลา ว่าคุณสามารถเป็นไปตามเส้นทางที่คุณอยากจะเป็น และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกใบนี้ได้
“ประสบการณ์ที่ผมได้เรียนรู้ จากการเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากประสบการณ์ความรู้แล้ว ผมยังได้รับจิตวิญญาณของธรรมศาสตร์ มันคือธาตุอะไรบางอย่าง ที่มีความเป็นภารดรภาพ เสรีภาพ และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อประชาชน และสร้างนิยาม ของคำว่าประชาธิปไตยเต็มใบ ให้ความยุติธรรมเสมอภาค ทางด้านกฏหมายได้เกิดขึ้น และเสรีภาพในการกำหนดอนาคตของตนเองและเพื่อนๆ” พิธา กล่าว
สุดท้าย หัวหน้าพรรคก้าวไกลยังได้ขออวยพรให้เฟรชชี่ทุกคนภายในงาน ประสบความสำเร็จ ขอให้ทุกคนกล้าคิด กล้าฝัน กล้าที่จะทำอะไรให้ออกนอกกรอบ และคุณต้องอยู่ไม่เป็น เพราะถ้าทุกคนอยู่เป็น โลกไม่มีวันเปลี่ยน
พิธา กล่าวบรรยายบางช่วงบางตอน โดยอ้างย้อนกลับไปในวันที่ตัวเองเป็นนักศึกษารหัส 41 ทั่วโลกมีประเทศที่เป็นประชาธิปไตยมากกว่า 50% ตอนนี้ทั่วโลกเป็นประชาธิปไตยเต็มใบได้แค่ 20% ส่วนความเหลื่อมล้ำ ส่วนเรื่องความเหลื่อมล้ำ ในการเข้าถึงรายได้จากที่ต่างกัน 8 เท่า ตอนนี้ตัวเลขเพิ่มเป็น 16 เท่า
“1% ของคนที่รวยที่สุดในโลกใบนี้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน 50% ของโลกใบนี้ คน 50% ของโลกใบนี้ มีสัดส่วนการถือครองทรัพย์สินเพียงแค่ 2% เท่านั้น อันนี้คือความแตกต่างระหว่างที่ที่ผมนั่งอยู่และพวกคุณนั่งอยู่ ห่างกันเพียงแค่ 20 กว่าปี” พิธา กล่าว
พิธา ยังอ้างไปถึงการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่คนเลือกมากที่สุด และเป็นตัวแทนกว่า 27 ล้านเสียง แต่ไม่สามารถฝ่าด่านวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งได้
“แต่ในขณะเดียวกัน มีวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง 250 คน สามารถบอกได้ สามารถโหวตสวนได้ สามารถตรวจสอบคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีได้ แต่ขณะเดียวกัน ใครเป็นคนตรวจสอบของวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง แล้วเราจะเลือกตั้งไปทำไม” พิธา กล่าว
พิธา บอกอีกว่า ทั่วโลกกำลังเจอเผด็จการสมัยใหม่ ที่แม้จะปล่อยให้มีการเลือกตั้ง แต่ก็ใช้เงื่อนไขทางกฏหมาย และองค์กรอิสระที่ไม่รู้ว่าจะอิสระจริงหรือไม่ ยับยั้งประชาธิปไตย พร้อมกล่าวไปถึงสิทธิเสรีภาพในการทำมาหากิน และสุราก้าวหน้า โดยอ้างว่าประเทศไทยมีมูลค่าตลาดกว่า 4 แสนล้านบาทเท่ากับญี่ปุ่น แต่ญี่ปุ่นมีผู้ผลิต 2 หมื่นล้านราย แต่ประเทศไทยมีผู้ผลิตอยู่ 7 ราย
“เป็นคำถามใหม่ๆ ที่โลกใบใหม่ต้องการคนรุ่นใหม่อย่างพวกคุณ ต้องการพลังงานอย่างพวกคุณ ที่จะมานิยาม 3 สิ่งนี้ให้เกิดขึ้นได้จริง เพราะสิ่งที่เป็นธาตุ สิ่งที่เป็น DNA ของธรรมศาสตร์ ก็คือเรียนรู้อดีต ศึกษาสิ่งที่เป็นปัจจุบัน และ Innovate สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต” พิธา กล่าว
“แล้วมันน่าเหลือเชื่อเหลือเกินว่าเป็นสิ่งที่น่าเจ็บใจเมื่อผมอายุ 18 เท่าพวกคุณ ผมมีความฝันอยากจะเห็นประชาธิปไตย มีความฝันที่ยิ่งใหญ่อยากเห็นประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่เต็มใบ แต่ขณะนั้นปัญหาเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง อยากเห็นว่าเกิดการกระจายตัวออกจากภาคการเงิน และผ่านไป 24-25 ปีผมต้องขึ้นมาพูดในเวทีนี้ ในนิยามที่มันลดลงในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตย เสรีภาพ และความยุติธรรม มันเกิดอะไรขึ้น” พิธา กล่าว
พิธา กล่าวด้วยว่า ประชาธิปไตยต้องการกระจายอำนาจออกให้มากที่สุด กระจายอำนาจ ให้อำนาจประชาธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แต่ขณะเดียวกัน ทุนนิยมสมัยใหม่ทำให้เกิดการกระจุกตัว ความเป็นธรรมหายไป ไปกระจุกตัวอยู่กับคนไม่กี่คน แม้กระทั่งความเหลื่อมล้ำ ความอยุติธรรมที่เข้าสู่อำนาจ ดังนั้นต้องพูดให้ชัดว่าความยุติธรรมคืออะไร ผิดจริงหรือไม่ และเป็นธรรมหรือไม่
“ตาชั่งแกว่งต้องยุติ หยุดแกว่ง หลักการต้องแม่นทุกอย่างต้องชัด และเมื่อหยุดแล้วต้องเที่ยงธรรมไม่เอนไปทางฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ไม่ใช่ว่าคุกไว้เพื่อขังคนจน วงเล็บคนที่เห็นต่างกับผู้มีอำนาจ” พิธา กล่าว
พิธา ตั้งข้อสงสัยว่า จะมีศิษย์เก่าอยู่ในการเมืองน้อยเกินไปหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญ 5 ท่าน ก็เป็นศิษย์เก่าในธรรมศาสตร์ด้วยเช่นเดียวกัน ตนคิดว่าสิ่งเหล่านี้ที่พวกเราต้องช่วยกันที่จะต้องเป็นพลังงานของคนรุ่นใหม่ ถึงเวลาที่จะต้องคิดใหญ่
“สิ่งที่ตนรู้สึก ใช้คำว่าผิดหวังกับตัวเองก็คงไม่ถูก แต่สิ่งที่ย้อนกลับไปได้แล้วทำให้ดีกว่านี้คือคิดให้ใหญ่กว่านี้ ทำให้ดีกว่านี้ เพราะว่าสมัยที่ตนเรียน ตนก็นอนอย่างเดียวเหมือนกัน และรู้สึกว่าอยากจะเรียนให้มันจบๆ เพื่อรับปริญญา แต่สิ่งที่ขาดไปคือความสามารถที่จะคิดให้ใหญ่และคิดให้ลึก และใช้เวลา 4 ปี ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ไม่ว่าคุณจะเรียนวิศวะ คุณก็ต้องไปศึกษา ว่าจะต้องทำอย่างไรให้น้ำประปาดื่มได้ทั่วประเทศ ถ้าคุณเรียนด้านธุรกิจ ก็ต้องศึกษาว่า จะสามารถแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำขององค์การคมนาคมได้อย่างไร ถ้าคุณเรียนแพทย์ คุณก็ต้องศึกษาว่า จะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ด้านสาธารณสุขได้อย่างไร” พิธา กล่าว
พร้อมระบุด้วยว่า จะต้องทำอย่างไรก็ได้ ให้สิทธิการแสดงออกเกิดขึ้นอย่างเสรีภาพให้ได้ ทำให้เกิดนวัตกรรมซอร์ฟเพาเวอร์ และโลกใบนี้ต้องการคนรุ่นใหม่ เพื่อผลักให้สิ่งเก่าๆ ออกไป แล้วเปิดโอกาสให้สิ่งใหม่ๆขึ้นมา เพื่อให้รู้ว่าประชาธิปไตยและเสรีภาพคืออะไร การยุติความขัดแย้งอย่างเป็นธรรมนั้นทำกันอย่างไร ทำให้คนมีความเสมอภาค ทางด้านกฏหมาย ตลอดจนเชิญชวนให้เรียนรู้ประสบการณ์จากนอกห้อง ฟังได้แต่อย่าเพิ่งเชื่อ และอย่าให้ใครมาบอกว่าความสามารถมีอยู่แค่นี้ อย่าให้ใครมาบอกว่าคุณจะเป็นในสิ่งที่คุณอยากเป็นไม่ได้ เพราะว่านี่คือโลกใบใหม่ ที่คุณต้องเชื่อ อยู่ตลอดเวลา ว่าคุณสามารถเป็นไปตามเส้นทางที่คุณอยากจะเป็น และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกใบนี้ได้
“ประสบการณ์ที่ผมได้เรียนรู้ จากการเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากประสบการณ์ความรู้แล้ว ผมยังได้รับจิตวิญญาณของธรรมศาสตร์ มันคือธาตุอะไรบางอย่าง ที่มีความเป็นภารดรภาพ เสรีภาพ และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อประชาชน และสร้างนิยาม ของคำว่าประชาธิปไตยเต็มใบ ให้ความยุติธรรมเสมอภาค ทางด้านกฏหมายได้เกิดขึ้น และเสรีภาพในการกำหนดอนาคตของตนเองและเพื่อนๆ” พิธา กล่าว
สุดท้าย หัวหน้าพรรคก้าวไกลยังได้ขออวยพรให้เฟรชชี่ทุกคนภายในงาน ประสบความสำเร็จ ขอให้ทุกคนกล้าคิด กล้าฝัน กล้าที่จะทำอะไรให้ออกนอกกรอบ และคุณต้องอยู่ไม่เป็น เพราะถ้าทุกคนอยู่เป็น โลกไม่มีวันเปลี่ยน








