ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘ปิยรัฐ จงเทพ’ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเพจส่วนตัว ระบุว่า
ล่าสุด! เวลา 12.00 น. ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว 'โตโต้ ปิยรัฐ' โดยวางหลักทรัพย์ประกัน 3 แสนบาท พร้อมเงื่อนไขห้ามออกราชอณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล
ขณะที่ ‘นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง’ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในคดี ม. 112 ของ 'ปิยะรัฐ' ว่า เมื่อเช้านี้อยู่ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ศาลชั้นต้นคำพิพากษายกฟ้อง แต่เมื่อเช้านี้ ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับให้จำคุก 3 ปีไม่รอลงอาญา โดยทางพรรคช่วยกันวางหลักทรัพย์ และยื่นคำร้องขอการประกันตัวแล้ว
นักกฎหมายมีความกังวลว่ากรณีเช่นนี้ หากศาลมีคำสั่งให้ ประกันตัวไม่ทันภายในเวลาราชการ อาจจะต้องถูกคุมขังตามคำพิพากษาของศาล และน่าจะเป็นเรือนจำที่จังหวัดกาฬสินธุ์ อาจจะทำให้ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 98 อนุมาตรา 6 จะทำให้สถานภาพความเป็น สส. หลุดไป
นับตั้งแต่วันนี้ แม้วันพรุ่งนี้ศาลฎีกาอาจมีการวินิจฉัยคำร้องอนุญาตให้ประกันตัวได้ แต่ก็เป็นที่ตั้งข้อสังเกตว่า โดยปกติการพิจารณาคดีความในศาลอาญาในกรุงเทพฯ ตัวจำเลยจะอยู่ในอำนาจของศาลศาลอุทธรณ์ หากศาลอุทธรณ์พิพากษา ก็จะอยู่ในอำนาจของศาลฎีกา จังหวัดกาฬสินธุ์ ห่างจากกรุงเทพอยู่ 6 ชั่วโมงครึ่ง มีหมายไป และกลับ เกรงว่าน่าจะไม่ทันโอกาสที่นายปิยะรัฐ จะหลุดจากความเป็น สส. มีสูง
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมของไทยว่ามีการใช้เทคโนโลยี ศาลไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ ทุกที่ ศาลจังหวัด สามารถประสานงานด้วยวิธีการต่าง ๆ กับศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกาที่กรุงเทพฯ ได้ หรือแม้แต่มีคำสั่งให้ประกันตัวกับปิยะรัฐ หรือจำเลยอื่นที่ต้องคำพิพากษาได้ ท่านน่าจะต้องคำนึงอยู่แล้วถึงสถานะภาพพิเศษของจำเลย คือความเป็น สส. และเป็นผู้แทนของประชาชน หากศาลไม่มีคำสั่งประกันตัวภายในวันนี้ ด้วยกระบวนการทางธุรการ และในวันพรุ่งนี้ หรือมะรืนนี้ มีคำสั่งได้ประกันตัว จะทำให้เกิดความเสียหาย กับตัวแทนของประชาชนที่ได้เลือกนายปิยะรัฐเข้ามา
นพ.วาโย กล่าวอีกว่า เรามีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ จะอำนวยความยุติธรรมให้กับจำเลยในคดีอย่างเต็มที่ และคิดถึงความเป็นผู้แทนของประชาชน ผู้แทนราษฎรของตัวจำเลย และประชาชนใช้สิทธิ์ใช้เสียงลงคะแนนให้กับพรรคประชาชน และเลือกไปจนถึงลำดับที่นายปิยะรัฐ สามารถเข้ามาทำหน้าที่ได้
เมื่อถามว่า ตามขั้นตอนตามกฏหมาย หากขาดสมาชิกภาพ จะต้องเลื่อนบัญชีรายชื่อขึ้นมาแทนเลยหรือไม่ นพ.วาโย กล่าวว่า ตามกฎหมาย สถานภาพจะสิ้นสุดลงทันที ณ วินาทีที่บุคคลผู้นั้นขาดคุณสมบัติ หากต้องคำพิพากษาภายในชั่วโมงเดียว หรือคืนเดียว ก็เป็นไปตามนั้น เมื่อเทียบเคียงกับกรณีที่ผ่านมาคือกรณีนายพุฒิพงศ กับ สส. อีก 5 คน ที่ต้องคำพิพากษา เข้าไปอยู่ในเรือนจำ 2 คืน ก่อนจะได้รับการประกันตัว ก็ทำให้เกิดความเสียหาย และมีการเลือกตั้งใหม่ ส่งผลกระทบ และเป็นที่ตั้งข้อสังเกตในทางกฎหมายว่า กระบวนการยุติธรรม สามารถอำนวยความยุติธรรมให้สะดวกรวดเร็วป้องกันผลความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ และตนเองเชื่อว่าศาลคงจะมีการถอดบทเรียนกรณีตัวอย่างเรื่อย ๆ คงน่าจะมีการพัฒนาพอสมควร เพราะในยุคโควิด ก็ใช้อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาพอสมควร
นพ.วาโย กล่าวอีกว่า ในฐานะที่เป็นทนายความ เห็นว่ากระบวนการอิเล็กทรอนิกส์ของศาล มีการลดน้อยถอยลง และการยกยื่นคำร้องคำฟ้องในทางคดีแพ่ง อาจไม่ได้รับความสะดวกทางธุรการ และอิเล็กทรอนิกส์มากนัก และคงจะต้องมีการศึกษาเรื่องนี้ต่อไป หากกรณีแย่ที่สุด จะต้องมีการเลื่อนลำดับ และเชิญคนถัดไปเข้ามาปฏิบัติตน
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยกับนายปิยะรัฐ ถึงแนวทางของคำพิพากษาหรือไม่ นพ.วาโย ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้มีการพูดคุยถึงแนวโน้มคำพิพากษาศาลในวันนี้ แต่เราไม่ประมาททุกกรณี มีการเตรียมหลักทรัพย์ไป เราเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว เมื่อศาลอ่านคำพิพากษา แล้วไม่เป็นคุณกับฝ่ายจำเลย คำร้องอยู่ในมือ ก็สามารถดำเนินคำร้องไม่ล่าช้าแน่นอน ส่วน สส. ในพรรคที่มีคดีเช่นนี้อยู่ก็มีการเตรียมความพร้อม เช่น นางสาวรักชนก ศรีนอก
“ผมคิดว่าด้วยประสบการณ์แนวทางอุดมการณ์ของเรา และการทำงานไม่ได้กระทบมากนัก หากกรณี เวิร์สเคส ซึ่งผมคาดหวัง และคาดหมายอย่างสูงว่าโอกาสกลับมาเป็นคุณได้ เพราะศาลได้พัฒนาไปมากแล้ว หากเกิดกรณีแบบนั้นจริง ๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่พรรคจะขาดกำลังของผู้แทนราษฎรในสภาไป เพราะโตโต้มีความแอคทีฟในการทำงานสภามากพอสมควร และประชาชนคงเห็นผลงานเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว“
นพ.วาโย กล่าวต่อว่า ตนเองมีการคุยกับเพื่อนในสมาชิก หลายคนยังงงว่านายปิยะรัฐ อยู่ที่กาฬสินธุ์ใช่หรือไม่ แต่นปิยะรัฐ ยังส่งงาน เปิดลงชื่อหาคนอภิปรายอยู่ในกลุ่ม และทำงานจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนจะอยู่ในศาล และหวังว่าจะได้รับความยุติธรรมสูงสุด




