‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพูดคุยกับ ‘เอมานูว์แอล มาครง’ (H.E. Mr. Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ว่า ได้คุยกันถึงเรื่องปัญหา ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มฮามาสและอิสราเอล ได้มีบทบาทอย่างแข็งขันพอสมควร ได้มีการพูดคุยกันเยอะในเรื่องนี้ โดยเราได้แจ้งว่า เรายังมีตัวประกัน อีก 8 คน ซึ่งยังไม่ทราบชะตากรรม ทั้งนี้ ทางประธานาธิบดีฝรั่งเศสก็เห็นใจและพร้อมซัพพอร์ต ในการที่จะให้มีการหยุดยิงชั่วคราว ซึ่งส่วนตัวก็ได้เรียนไปว่าได้มีการขอไปแล้วหลายครั้ง แต่ไม่เกิดขึ้นสักที
“ท่านก็มีไอเดียบรรเจิดขึ้นมา โดยบอกว่าขณะนี้สิ่งที่ท่านทำอยู่ก็คือ จะใช้โอกาสในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกขอให้หยุดยิง ซึ่งหากทุกคนจำได้ในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ ก็จะมีการจัดการแข่งขันโอลิมปิก ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ เพราะ กีฬาเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเราลืมความขัดแย้ง ก็ถือเป็นโอกาสที่ดี ในโอกาสที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน เป็นโต้โผใหญ่ในการรวบรวมประเทศสมาชิก และได้ขอให้ประเทศไทยเข้าร่วม เป็นหนึ่งในอีกหลายประเทศ ที่จะจะเข้ามาเพื่อแสดงเจตจำนงว่าขอเรียกร้องให้มีการหยุดยิงเพื่อโอลิมปิก ในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี” นายกฯ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในปีหน้า ฝรั่งเศสจะเป็นเจ้าภาพการประชุมเกี่ยวกับด้านเอไอที่ฝรั่งเศสซึ่งประธานาธิบดีมาครงได้เชิญประเทศไทยเข้าร่วมด้วย โดยความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ มีความคืบหน้าไปในหลายด้าน
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการพูดคุยกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสถึงความคืบหน้าสถานการณ์ในเมียนมาว่า ประธานาธิบดีมาครงได้สอบถามความคืบหน้า ซึ่งได้ยืนยันไป โดยส่วนตัวได้มอบหมายให้มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปร่วมพูดคุย ไทยสนับสนุนให้มีการพูดคุยกัน เพื่อให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในเมียนมา และเป็นประเทศที่มีความสงบ ซึ่งประธานาธิบดีระบุว่า ยินดีให้การสนับสนุนและบอกว่าหากมีอะไรให้ช่วยก็ขอให้บอกมา




