พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมต.กลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงที่ประชุม ครม.ถึงไทม์ไลน์การเลือกตั้ง รวมทั้งข้อกำหนดของรัฐบาลรักษาการ และตนได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า กำหนดการการยุบสภาฯ จะมีขึ้นภายในเดือนมีนาคม 2566 ส่วนกรอบเวลาเลือกตั้ง เป็นไปตามที่คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศไว้ คือ 7 พฤษภาคม 2566 เพื่อให้เวลาภาคส่วนต่างๆ เตรียมความพร้อม โดยเฉพาะ กกต. ได้ทำกรอบกติกา เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และระหว่างนี้ ขอให้รัฐมนตรี และ ส.ส. ช่วยกันพิจารณากฎหมายที่ค้างอยู่ เพราะเป็นกฎหมายสำคัญที่เสนอไปเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการปฏิรูปต่างๆ พร้อมย้ำ การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นวันที่ 7 พฤษภาคมแน่นอน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วนายกฯ จะยุบสภาฯ ช่วงไหน พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ผมก็จะยุบของผม” ส่วนเมื่อถามย้ำว่าจะยุบช่วงต้นเดือนมีนาคม ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ก็ประมาณนั้นแหละ บอกว่าเดือน มี.ค.ก็ มี.ค.สิ และให้เวลาสอดคล้องกับเดือน พ.ค. ให้ ส.ส.มีเวลาหายอกหายใจ ผมไม่ต้องการไปถ่วงอะไรใคร เพราะถึงอย่างไรก็ทำงานทุกวันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะยุบสภาหรือไม่ยุบสภา ครม.ก็ต้องประชุมกันเหมือนเดิม และยังต้องรักษาการจนกว่าจะได้รัฐบาลใหม่ ซึ่งมีกติกาหลายอย่างที่ทำได้หรือไม่ได้ ได้ชี้แจงใน ครม.กันแล้ว”
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เตือนพรรคการเมืองอย่าทำผิดกฎหมาย ภายหลัง กกต. ออกระเบียบล่าสุด ว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ของนายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ. 2566 ซึ่งจะทำให้กระบวนการสอบสวนยุบพรรคเร็วขึ้น พร้อมย้ำว่า เป็นเรื่องของ กกต. คงหวังดี อยากให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ส่วนนายกรัฐมนตรีเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้ และทุกคนก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วย ใครรับผิดชอบตรงไหนก็ทำตรงนั้น ถือว่าเป็นการให้ความเป็นธรรมกับทุกคนและทุกพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนเริ่มการให้สัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรี ได้ขยับไมโครโฟนออกห่างจากสื่อมวลชน โดยอ้างว่า ใกล้เกินไป และเพื่อลดรังสีของสื่อมวลชนที่ค่อนข้างแรง
ด้าน วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าในที่ประชุม ครม. ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องการกำหนดวันยุบสภาฯ ว่าจะเป็นวันใด เพราะขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีจะต้องพิจารณา ซึ่งนายกรัฐมนตรีบอกว่า หากมีอะไรจะต้องมีการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลก่อน อีกทั้งยังต้องรอสัญญาณจาก กกต.ด้วย เพราะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เรื่องจำนวนประชากร รวมถึงยังต้องพิจารณาเรื่องการแบ่งเขตด้วย แต่เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาพิจารณาไม่นาน ส่วนในที่ประชุม ครม. ได้พูดถึงผลที่จะตามมาหลังจากการยุบสภาฯ ว่าจะต้องมีการปฏิบัติตัวอย่างไร จะมีผลกระทบกับกฎหมายต่างๆ และข้าราชการการเมือง อย่างไรบ้าง
วิษณุ บอกด้วยว่า การประชุม ครม. วันนี้ ยังไม่ใช่นัดสุดท้าย ยังมีอีกหลายครั้ง และแม้ว่าจะประกาศยุบสภาฯ ไปแล้ว ก็ยังต้องมีการประชุม ครม. ในฐานะรัฐบาลรักษาการต่อไป
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดประชุม ปรึกษาหารือ และลงมติกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยเพื่อให้เกิดความชัดเจน กรณีนำจำนวนราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยมาคิดคำนวณจำนวน ส.ส.ที่แต่ละจังหวัดพึงมีและแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น มีรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง และนัดอภิปราย ปรึกษาหารือ ลงมติ ในวันที่ 3 มีนาคมนี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วนายกฯ จะยุบสภาฯ ช่วงไหน พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ผมก็จะยุบของผม” ส่วนเมื่อถามย้ำว่าจะยุบช่วงต้นเดือนมีนาคม ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ก็ประมาณนั้นแหละ บอกว่าเดือน มี.ค.ก็ มี.ค.สิ และให้เวลาสอดคล้องกับเดือน พ.ค. ให้ ส.ส.มีเวลาหายอกหายใจ ผมไม่ต้องการไปถ่วงอะไรใคร เพราะถึงอย่างไรก็ทำงานทุกวันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะยุบสภาหรือไม่ยุบสภา ครม.ก็ต้องประชุมกันเหมือนเดิม และยังต้องรักษาการจนกว่าจะได้รัฐบาลใหม่ ซึ่งมีกติกาหลายอย่างที่ทำได้หรือไม่ได้ ได้ชี้แจงใน ครม.กันแล้ว”
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เตือนพรรคการเมืองอย่าทำผิดกฎหมาย ภายหลัง กกต. ออกระเบียบล่าสุด ว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ของนายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ. 2566 ซึ่งจะทำให้กระบวนการสอบสวนยุบพรรคเร็วขึ้น พร้อมย้ำว่า เป็นเรื่องของ กกต. คงหวังดี อยากให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ส่วนนายกรัฐมนตรีเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้ และทุกคนก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วย ใครรับผิดชอบตรงไหนก็ทำตรงนั้น ถือว่าเป็นการให้ความเป็นธรรมกับทุกคนและทุกพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนเริ่มการให้สัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรี ได้ขยับไมโครโฟนออกห่างจากสื่อมวลชน โดยอ้างว่า ใกล้เกินไป และเพื่อลดรังสีของสื่อมวลชนที่ค่อนข้างแรง
ด้าน วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าในที่ประชุม ครม. ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องการกำหนดวันยุบสภาฯ ว่าจะเป็นวันใด เพราะขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีจะต้องพิจารณา ซึ่งนายกรัฐมนตรีบอกว่า หากมีอะไรจะต้องมีการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลก่อน อีกทั้งยังต้องรอสัญญาณจาก กกต.ด้วย เพราะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เรื่องจำนวนประชากร รวมถึงยังต้องพิจารณาเรื่องการแบ่งเขตด้วย แต่เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาพิจารณาไม่นาน ส่วนในที่ประชุม ครม. ได้พูดถึงผลที่จะตามมาหลังจากการยุบสภาฯ ว่าจะต้องมีการปฏิบัติตัวอย่างไร จะมีผลกระทบกับกฎหมายต่างๆ และข้าราชการการเมือง อย่างไรบ้าง
วิษณุ บอกด้วยว่า การประชุม ครม. วันนี้ ยังไม่ใช่นัดสุดท้าย ยังมีอีกหลายครั้ง และแม้ว่าจะประกาศยุบสภาฯ ไปแล้ว ก็ยังต้องมีการประชุม ครม. ในฐานะรัฐบาลรักษาการต่อไป
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดประชุม ปรึกษาหารือ และลงมติกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยเพื่อให้เกิดความชัดเจน กรณีนำจำนวนราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยมาคิดคำนวณจำนวน ส.ส.ที่แต่ละจังหวัดพึงมีและแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น มีรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง และนัดอภิปราย ปรึกษาหารือ ลงมติ ในวันที่ 3 มีนาคมนี้



