รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองด้วยความห่วงใย พร้อมให้กำลังใจประชาชน ในฐานะรัฐบาลรักษาการที่ดูแลความสงบและความมั่นคงของประเทศ ขอให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างเหมาะสมภายใต้กฎหมาย ยึดแนวทางสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าสิ้นปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทย อาจมากถึง 35 ล้านคน
รัชดา กล่าวว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส และจากผลการลงมติโหวต ตามข้อบังคับที่ 41 ทำให้ไม่สามารถเสนอชื่อ พิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ส่งผลต่อความรู้สึก สร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนส่วนหนึ่ง นายกรัฐมนตรีเข้าใจความรู้สึกประชาชนที่สนับสนุน แต่ขอให้แสดงความคิดเห็น รวมถึงแสดงออกอย่างเหมาะสมภายใต้กฎหมาย ไม่ต้องการให้ความเห็นต่างกลายเป็นความขัดแย้ง บานปลายส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย
โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และวิกฤตต่างๆ จนผ่านพ้นไปได้อย่างดี ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้ว่า มีโอกาสเติบโตร้อยละ 3-4 โดยเฉพาะครึ่งหลังของปีคาดว่า จะขยายตัวได้ถึงร้อยละ 4.2
“ท่านนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นการได้มาซึ่งหัวหน้าฝ่ายบริหาร ผ่านกระบวนการรัฐสภาทั้ง สส.และ สว. ที่อีกไม่นานก็คงจะได้ข้อยุติในการเลือกนายกรัฐมนตรี ทุกฝ่ายต่างทำงานเพี่อประเทศไทยเดินหน้าต่อในแนวทางประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ดังนั้น การแสดงความคิดเห็นและกิจกรรมทางการเมืองภาคประชาชน ต้องยึดแนวทางสันติภายใต้กฏหมาย ไม่สร้างสถานการณ์หรีอใช้ความรุนแรง ทำลายบรรยากาศทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของประเทศที่กำลังเดินหน้าไปอย่างดี ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องแข่งขันกับประเทศต่างๆ เพี่อสร้างโอกาสการทำมาหากินให้พี่น้องคนไทยทุกคน” รัชดา กล่าว
รัชดา กล่าวว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส และจากผลการลงมติโหวต ตามข้อบังคับที่ 41 ทำให้ไม่สามารถเสนอชื่อ พิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ส่งผลต่อความรู้สึก สร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนส่วนหนึ่ง นายกรัฐมนตรีเข้าใจความรู้สึกประชาชนที่สนับสนุน แต่ขอให้แสดงความคิดเห็น รวมถึงแสดงออกอย่างเหมาะสมภายใต้กฎหมาย ไม่ต้องการให้ความเห็นต่างกลายเป็นความขัดแย้ง บานปลายส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย
โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และวิกฤตต่างๆ จนผ่านพ้นไปได้อย่างดี ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้ว่า มีโอกาสเติบโตร้อยละ 3-4 โดยเฉพาะครึ่งหลังของปีคาดว่า จะขยายตัวได้ถึงร้อยละ 4.2
“ท่านนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นการได้มาซึ่งหัวหน้าฝ่ายบริหาร ผ่านกระบวนการรัฐสภาทั้ง สส.และ สว. ที่อีกไม่นานก็คงจะได้ข้อยุติในการเลือกนายกรัฐมนตรี ทุกฝ่ายต่างทำงานเพี่อประเทศไทยเดินหน้าต่อในแนวทางประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ดังนั้น การแสดงความคิดเห็นและกิจกรรมทางการเมืองภาคประชาชน ต้องยึดแนวทางสันติภายใต้กฏหมาย ไม่สร้างสถานการณ์หรีอใช้ความรุนแรง ทำลายบรรยากาศทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของประเทศที่กำลังเดินหน้าไปอย่างดี ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องแข่งขันกับประเทศต่างๆ เพี่อสร้างโอกาสการทำมาหากินให้พี่น้องคนไทยทุกคน” รัชดา กล่าว



