‘นายกฯ-ครม.’ แจง ‘เงินดิจิทัล’ ไปคนละทิศ กระทบความน่าเชื่อถือรัฐบาล

16 พ.ย. 2566 - 17:00

  • จะไปรอดมั้ย! ‘เกียรติ’ ชี้ ‘นายกฯ-ครม.’ แจง ‘เงินดิจิทัล’ ไปคนละทิศ

  • กระทบความน่าเชื่อถือรัฐบาล พร้อมให้การบ้าน ต้องชี้แจงในสภาให้ชัด

  • พร้อมจี้ กกต.ต้องเคลียร์! พรรคการเมืองทำนโยบายไม่ตรงที่ประกาศไว้ตอนหาเสียง ‘ผิดกฎหมาย’ หรือไม่

PM_Cabinet_explanation_digital_wallet_in_different_directions_affects_government_credibility_SPACEBAR_Hero_20b3b37f16.jpg

เกียรติ สิทธีอมร คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ และอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการดำเนินนโยบาย 'ดิจิทัลวอลเล็ต' ของรัฐบาล ว่า กรณีที่เลขาธิการนายก และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า หาก พ.ร.บ.เงินกู้ ไม่ผ่าน ยังไม่มีแผนสำรอง แต่นายกฯ บอกว่า มีแผนสำรอง แต่ยังไม่บอก เรื่องนี้สะท้อนว่าการให้ข้อมูลของนายกฯ และคนใน ครม. ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งทำให้กระทบต่อความน่าเชื่อถือ และแม้ว่าวิธีออกกฎหมายจะเป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุด แต่กฎหมายนั้นก็ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย ก็คือต้องเข้าข่ายกรณีจำเป็นเร่งด่วน เมื่อมีวิกฤติ และต้องทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ระบุไว้อย่างชัดเจนใน พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง

ดังนั้น รัฐบาลจะต้องชี้แจงในสภาให้ชัดเจนว่า ประเทศมีวิกฤติเศรษฐกิจอย่างไร และเหตุใดออกเป็น พ.ร.บ.งบประมาณประจำปีไม่ได้ เพราะการจะออกเป็น พ.ร.บ.เงินกู้นั้น จะต้องพิจารณาในเงื่อนไขของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ที่ระบุไว้ชัดเจนเช่นกันว่า ต้องเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วน ไม่สามารถใช้จ่ายงบประมาณประจำปีได้ และมาตรา 57 ซึ่งผูกโยงไปถึงมาตรา 53 และมาตรา 56 ที่ระบุว่าการกู้เงินนั้น จะทำได้เฉพาะเพื่อใช้จ่ายตามแผนงาน หรือโครงการที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจหรือสังคมเท่านั้น

การพิจารณา พ.ร.บ.เงินกู้ ดังกล่าวจะผ่านหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคำชี้แจงของรัฐบาล แต่จนถึงวันนี้ ยังคงเป็นคำถามเดิม ที่มีตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว และรัฐบาลก็ยังมีคำตอบที่ไม่ชัดเจน

Anutin_said_Bhumjaithai_Party_would_definitely_support_digital_wallets_if_they_were_legal_SPACEBAR_Photo03_eb90ed03dd.jpg

นอกจากนี้ ที่สำคัญคือเมื่อกฎหมายเขียนไว้อย่างนี้ กฤษฎีกาก็จะตีความเช่นเดียวกันว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องอธิบายถึงความคุ้มค่า ความจำเป็นเร่งด่วน และชี้แจงว่า ประเทศมีวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างไร ทั้งๆ ที่การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยไม่ได้หยุดชะงัก ไม่ได้ติดลบ ตามการวิเคราะห์ของนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ ที่เห็นตรงกันว่าประเทศไทยไม่ได้กำลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ และจริงอยู่ที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ต้องโตด้วยการปรับโครงสร้าง ไม่ใช่โตด้วยการกระตุ้นให้ใช้เงิน

ควรเริ่มจากการปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ ตั้งแต่ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าก๊าซ เพราะเห็นได้ชัดว่าขณะนี้เป็นโครงสร้างที่บิดเบือนมาก ทำให้ประชาชนต้องแบกภาระแต่ผู้ประกอบการบางรายได้กำไรเกินควร ซึ่งการปรับโครงสร้างพลังงานเป็นเรื่องที่ไม่ต้องใช้เงินงบประมาณเลย แต่ได้ผลทางเศรษฐกิจมากกว่า 5 แสนล้าน

PM_Cabinet_explanation_digital_wallet_in_different_directions_affects_government_credibility_SPACEBAR_Photo01_971fe21744.jpg

เกียรติ กล่าวต่อไปว่า นโยบายที่พรรคการเมืองใช้หาเสียงนั้น จะต้องมีการยื่นต่อ กกต. รวมถึงจะต้องระบุให้ชัดเจนถึงแหล่งที่มาของเงินที่จะนำมาใช้จ่ายในนโยบายที่ใช้หาเสียงด้วย แต่สิ่งที่พรรคเพื่อไทยกำลังทำนั้น ไม่ตรงกับสิ่งที่ได้ยื่นไว้ต่อ กกต. ทำให้เกิดปัญหาตามมาว่า เมื่อพรรคการเมืองใดมาเป็นรัฐบาลแล้ว หากสามารถทำเช่นนี้ได้ ก็จะทำให้พรรคการเมืองทุกพรรคหมดความน่าเชื่อถือ เพราะเมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว สามารถทำในสิ่งที่ไม่ตรงกับที่เคยยื่นไว้ต่อ กกต.ได้ ไม่เป็นไร

เรื่องนี้ กกต.จึงควรต้องออกมาชี้แจงด้วยว่าผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่า พอเป็นรัฐบาลก็จะเปลี่ยนเงื่อนไขอะไรก็ได้ อย่างนี้จะกระทบต่อความเชื่อถือของพรรคการเมืองอย่างมาก ทั้งในและต่างประเทศ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์