พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมต.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยขอให้สื่อมวลชนช่วยกันช่วยกันสร้างความเข้าใจกับประชาชนในหลายๆ เรื่อง เช่น ประเด็นเหมืองทองอัครา
“เรื่องดีๆ มีเยอะแยะ ก็ขอให้ช่วยกันทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ และเรื่องบางเรื่องที่จบไปแล้วอย่างเช่น เหมืองทองอัครา ก็ขอร้องว่าอย่านำเอาขึ้นมาใหม่เลย เพราะเราเองก็สามารถทำให้ประเทศไทยผลิตทองคำครบวงจรไปแล้ว และมีการชี้แจงกันไปแล้วจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ส่วนในการประชุม ครม วันนี้ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่เข้าร่วมประชุม ทั้งที่เข้ามาปฏิบัติภารกิจในทำเนียบรัฐบาล นั้นไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร
“มีอะไรเล่า ไม่มีๆ ก็ขออย่าให้มันมีก็แล้วกัน ผมไม่มีอะไรกับท่านและไม่มีแปลกหรอก หลายคนก็ลาประชุม ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว และก็มีคณะทำงานเข้าร่วมประชุมแทน วันนี้ก็ลาตั้งหลายคน” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ส่วนประเด็นการแก้ปัญหากลุ่มผู้ชุมนุมที่เห็นต่างทางการเมืองในขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขอให้ระวังเรื่องการละเมิดกฎหมาย เพราะขณะนี้เห็นว่ามีการฟ้องร้องกันอยู่
“ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม เราทุกคนต้องรู้จักเคารพกฎหมาย การจะทำอะไรก็ตามถือเป็นสิทธิเสรีภาพของทุกคน แต่ขออย่าให้มีผลกระทบต่อผู้อื่น อย่าทำความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็พร้อมดำเนินการทางคดีและฟ้องร้องอยู่แล้ว ก็ไม่อยากให้ทุกคนตกเป็นจำเลย แต่ก็เข้าใจแต่ทุกคนต้องอยู่ในกรอบ ขอให้นึกถึงคนที่ไม่ได้มาชุมนุม นึกถึงคนที่อยู่เป็นปกติสุข นึกถึงคนที่เขาอยากประกอบอาชีพรายได้แล้วมาเจอปัญหาเหล่านี้ ตนคิดว่าไม่ใช่เสรีภาพที่ชัดเจนและแท้จริง” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
พร้อมกันนี้ นายกฯ ยอมรับว่าได้เห็นภาพระหว่าง พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมต.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่ถูกกลุ่มทะลุวัง เข้าไปก่อนกวนแล้ว พร้อมขอให้สื่อมวลชนอย่าขยายประเด็นความขัดแย้ง
“เห็นแล้ว แล้วจะยังไง มันควรหรือไม่เล่า สื่อก็ต้องควรช่วยกันบอกสิว่ามันไม่ควร ไม่ใช่เสนอข่าวว่าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้แล้วมีการตีกันแบบนี้ สื่อก็ต้องช่วยกันบอกว่ามันเป็นสถานการณ์ที่สื่อมวลชนเห็นแล้วมันไม่สมควร สื่อต้องช่วยกันแบบนี้ ไม่ใช่จะให้นายกฯ พูดทุกเรื่อง มันต้องช่วยกัน บ้านเมืองถึงจะสงบมีเสถียรภาพ มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีเรื่องของการลงทุน มีเรื่องของธุรกิจ ต้องเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศที่ต้องช่วยกัน ถ้าต่างคนต่างเสนอความขัดแย้งออกไป มันก็เกิดความขัดแย้งอยู่แบบนี้ ก็จะมีปัญหาคนที่ทำก็จะทำต่อไปอยู่เรื่อยๆ แล้วการท่องเที่ยววันนี้ มีคนเข้ามาเที่ยวประเทศไทย วันละ 1.5 แสนคน แล้วถ้าทะเลาะกันอยู่แบบนี้เขาจะมาทำไม เพราะฉะนั้น ถ้าจะทำอะไรก็ขอให้อยู่ในกรอบกันหน่อย ทุกอย่างก็เป็นไปตามกฎหมาย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง จะมาอ้างโน่น อ้างนี่ มันไม่ใช่เรื่อง เป็นการไปขยายให้พวกเขาเท่านั้นเอง” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
อย่างไรก็ตาม นายกฯ ปฏิเสธให้ความเห็นถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย จับมือกันจัดตั้งรัฐบาล
“ตนบอกแล้วไง ตนไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยในเรื่องของการเมือง พรรคการเมืองก็ว่ากันไป ตามกลไกของรัฐธรรมนูญก็ว่ากันไป ต้องยอมรับกติกาตรงนี้มิใช่หรือ และที่ผ่านมาก็รัฐธรรมนูญฉบับนี้ และทุกคนก็รู้อยู่แล้ว เมื่อรู้กันแล้ว แล้ววันนี้จะมามีปัญหาอะไรนักหนากับรัฐธรรมนูญฉบับนี้” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงมุมมองต่อประเด็นที่มีการแก้รัฐธรรมนูญกันทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐบาล ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินออกจากวงให้สัมภาษณ์พร้อมถามกลับว่า “แล้วสื่อฯ มองอย่างไรล่ะ?” ก่อนรีบเดินขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ทันที
“เรื่องดีๆ มีเยอะแยะ ก็ขอให้ช่วยกันทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ และเรื่องบางเรื่องที่จบไปแล้วอย่างเช่น เหมืองทองอัครา ก็ขอร้องว่าอย่านำเอาขึ้นมาใหม่เลย เพราะเราเองก็สามารถทำให้ประเทศไทยผลิตทองคำครบวงจรไปแล้ว และมีการชี้แจงกันไปแล้วจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ส่วนในการประชุม ครม วันนี้ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่เข้าร่วมประชุม ทั้งที่เข้ามาปฏิบัติภารกิจในทำเนียบรัฐบาล นั้นไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร
“มีอะไรเล่า ไม่มีๆ ก็ขออย่าให้มันมีก็แล้วกัน ผมไม่มีอะไรกับท่านและไม่มีแปลกหรอก หลายคนก็ลาประชุม ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว และก็มีคณะทำงานเข้าร่วมประชุมแทน วันนี้ก็ลาตั้งหลายคน” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ส่วนประเด็นการแก้ปัญหากลุ่มผู้ชุมนุมที่เห็นต่างทางการเมืองในขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขอให้ระวังเรื่องการละเมิดกฎหมาย เพราะขณะนี้เห็นว่ามีการฟ้องร้องกันอยู่
“ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม เราทุกคนต้องรู้จักเคารพกฎหมาย การจะทำอะไรก็ตามถือเป็นสิทธิเสรีภาพของทุกคน แต่ขออย่าให้มีผลกระทบต่อผู้อื่น อย่าทำความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็พร้อมดำเนินการทางคดีและฟ้องร้องอยู่แล้ว ก็ไม่อยากให้ทุกคนตกเป็นจำเลย แต่ก็เข้าใจแต่ทุกคนต้องอยู่ในกรอบ ขอให้นึกถึงคนที่ไม่ได้มาชุมนุม นึกถึงคนที่อยู่เป็นปกติสุข นึกถึงคนที่เขาอยากประกอบอาชีพรายได้แล้วมาเจอปัญหาเหล่านี้ ตนคิดว่าไม่ใช่เสรีภาพที่ชัดเจนและแท้จริง” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
พร้อมกันนี้ นายกฯ ยอมรับว่าได้เห็นภาพระหว่าง พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมต.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่ถูกกลุ่มทะลุวัง เข้าไปก่อนกวนแล้ว พร้อมขอให้สื่อมวลชนอย่าขยายประเด็นความขัดแย้ง
“เห็นแล้ว แล้วจะยังไง มันควรหรือไม่เล่า สื่อก็ต้องควรช่วยกันบอกสิว่ามันไม่ควร ไม่ใช่เสนอข่าวว่าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้แล้วมีการตีกันแบบนี้ สื่อก็ต้องช่วยกันบอกว่ามันเป็นสถานการณ์ที่สื่อมวลชนเห็นแล้วมันไม่สมควร สื่อต้องช่วยกันแบบนี้ ไม่ใช่จะให้นายกฯ พูดทุกเรื่อง มันต้องช่วยกัน บ้านเมืองถึงจะสงบมีเสถียรภาพ มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีเรื่องของการลงทุน มีเรื่องของธุรกิจ ต้องเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศที่ต้องช่วยกัน ถ้าต่างคนต่างเสนอความขัดแย้งออกไป มันก็เกิดความขัดแย้งอยู่แบบนี้ ก็จะมีปัญหาคนที่ทำก็จะทำต่อไปอยู่เรื่อยๆ แล้วการท่องเที่ยววันนี้ มีคนเข้ามาเที่ยวประเทศไทย วันละ 1.5 แสนคน แล้วถ้าทะเลาะกันอยู่แบบนี้เขาจะมาทำไม เพราะฉะนั้น ถ้าจะทำอะไรก็ขอให้อยู่ในกรอบกันหน่อย ทุกอย่างก็เป็นไปตามกฎหมาย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง จะมาอ้างโน่น อ้างนี่ มันไม่ใช่เรื่อง เป็นการไปขยายให้พวกเขาเท่านั้นเอง” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
อย่างไรก็ตาม นายกฯ ปฏิเสธให้ความเห็นถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย จับมือกันจัดตั้งรัฐบาล
“ตนบอกแล้วไง ตนไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยในเรื่องของการเมือง พรรคการเมืองก็ว่ากันไป ตามกลไกของรัฐธรรมนูญก็ว่ากันไป ต้องยอมรับกติกาตรงนี้มิใช่หรือ และที่ผ่านมาก็รัฐธรรมนูญฉบับนี้ และทุกคนก็รู้อยู่แล้ว เมื่อรู้กันแล้ว แล้ววันนี้จะมามีปัญหาอะไรนักหนากับรัฐธรรมนูญฉบับนี้” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงมุมมองต่อประเด็นที่มีการแก้รัฐธรรมนูญกันทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐบาล ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินออกจากวงให้สัมภาษณ์พร้อมถามกลับว่า “แล้วสื่อฯ มองอย่างไรล่ะ?” ก่อนรีบเดินขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ทันที




