เจ็บคอ! ‘บิ๊กตู่’ บ่น ‘พูดเยอะ’ หลังเสียงหายขณะร่ายยาว มอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 67

12 ม.ค. 2566 - 14:27

  • ‘บิ๊กตู่’ ร่ายยาวมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 67

  • ย้ำทุกคดีทุจริตต้องเข้าสู่กระบวนการ ไม่มีข้อยกเว้น สั่งปราบกระทำผิดกฎหมายทางโซเชียลฯ

  • ขอทุกฝ่ายอย่าให้เกิดความแตกแยก - ความชิงชัง บอกแม้คำพูดไม่น่าฟัง แต่ทั้งหมดมาจากใจ

  • พร้อมเปรย ‘พูดเยอะ’ หลังเสียงหายขณะกล่าวบนเวที ยันไม่ได้ป่วย

  • ขอสื่อฯ ช่วยเสนอข่าวการให้ความสำคัญงบฯ ปี 67 เพื่อสร้างความเข้าใจ

PM_delivers_the_annual_expenditure_budgeting_policy_for_the_fiscal_year_2024_SPACEBAR_Thumbnail_07712f902f.jpeg
ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมต.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ชั้น 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี 

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวบางช่วงบางตอน ถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้เฝ้าระวังการทุจริตประพฤติมิชอบอย่างจริงจัง และทุกอย่างต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมเน้นย้ำทุกคนให้ความสำคัญในเรื่องนี้ รวมไปถึงการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่าและโปร่งใส พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาการกระทำผิดกฎหมายทางออนไลน์ นอกจากนี้ ยืนยันสถานการณ์การเงินการคลังของไทย อยู่ในเกณฑ์ที่มีความมั่นคง มีการพัฒนาประเทศมากมาย แม้จะได้รับผลกระทบจากภายนอกทั้งโควิด-19 เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความขัดแย้งปัญหาทางภูมิศาสตร์ จึงจำเป็นต้องใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดความสมดุลเพื่อแก้ปัญหาในทุกมิติ พร้อมวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศไปสู่อนาคต ที่ต้องพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ไปสู่รายได้สูงให้เร็วที่สุด เพื่อดูแลให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งต้องทยอยดำเนินการ ควบคู่การพัฒนาและปฏิรูประบบราชการให้มีความทันสมัย

“มี 2 คำที่ผมใช้อยู่เสมอคือความเท่าเทียมด้านโอกาส และเท่าเทียมด้านกฎหมาย จึงขอเน้นย้ำจะทำอะไรก็ตาม ต้องไม่สร้างภาระระยะยาว จะต้องทำอย่างระมัดระวัง ดำเนินการภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังอย่างเหมาะสม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 

นายกรัฐมนตรี ยังเผยว่า ประเทศไทยสามารถสามารถฟื้นตัวได้อย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มเป็น 20 ล้านคน ในปี 2566 จากเดิมอยู่ที่ 10 ล้านคน และตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจในปี 2566 ที่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนซึ่งคาดว่า GDP จะเพิ่มจากร้อยละ 3.2 ในปี 2565 เป็นร้อยละ 3.5 ในปี 2566 แต่ยังต้องเตรียมความพร้อมรองรับทุกสถานการณ์จากทั่วทุกภูมิภาคของโลก ที่อาจส่งผลกระทบกับประเทศไทยในอนาคต

ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐในปีงบประมาณ 2567 ยังคงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและแผนต่างๆ ให้บรรลุตามเป้าหมาย รวมทั้งเร่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล การยกระดับฝีมือแรงงาน สนับสนุนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) รวมถึงการจัดสวัสดิการให้แก่คนไทยทุกกลุ่มอย่างเหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก ภายใต้กรอบวงเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 วงเงิน 3.35 ล้านล้านบาท และงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ วงเงินประมาณ 5.05 แสนล้านบาท  

ดังนั้น การบริหารจัดการด้านการคลังจึงจำเป็นต้องดำเนินไปด้วยความรอบคอบ รักษาวินัยและเสถียรภาพทางการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด การจัดเก็บรายได้และการใช้จ่ายภาครัฐต้องเหมาะสม และไม่ก่อให้เกิดภาระทางการคลัง ในระยะยาว โดยรัฐบาลได้จัดทำแผนการคลังระยะปานกลางปีงบประมาณ 2567-2570 กำหนดเป้าหมายสัดส่วนการขาดดุลการคลังต่อ GDP ให้ลดลงอย่างต่อเนื่องและไม่เกินร้อยละ 3 ตามมาตรฐานของสากล          

ทั้งนี้ แนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2557  ประกอบด้วย  

1.น้อมนำแนวทางพระราชดำริและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  

2. ให้ความสำคัญกับการดำเนินการเพื่อยกระดับศักยภาพประเทศในทุกมิติ  

3. บริหารรายจ่ายประจำอย่างประหยัดคุ้มค่ามีประสิทธิภาพสอดคล้องกับความจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งนี้ การเสนอแผนการใช้จ่ายในแต่ละโครงการจะต้องมีการตรวจสอบความเป็นไปได้ ทั้งโครงการระยะสั้น ระยะกลางและ ระยะยาว เรื่องไหนที่เสนอมาแล้วไม่ผ่าน ต้องนำกลับไปทบทวน  

4. ประเมินผลสำเร็จของการดำเนินงาน  

5. ส่งเสริมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  

6 .จัดทำงบประมาณให้ครอบคลุมทุกแหล่งเงิน 

“ถ้าเราใช้งบประมาณที่ถูกต้องคุ้มค่าสุจริตโปร่งใสและเป็นธรรมตรวจสอบได้ ถือหลักการของผมในฐานะนายกรัฐมนตรี หัวหน้ารัฐบาล ฉะนั้น จะต้องไม่มีการทุจริตถ้ามีก็ต้องถูกลงโทษผมไม่เคยละเว้นใครทั้งสิ้น ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งต้นทางกลางทางและปลายทาง ขอให้ช่วยกันให้เรียบร้อยทุกเรื่อง อย่าให้เกิดความแตกแยก ชิงชัง ผมไม่ต้องการแบบนั้นบ้านเมืองไปกันไม่ได้ เราใช้กลไกที่มีอยู่แล้วเดิมแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ได้ ขอบคุณทุกคนที่ฟัง คำพูดของตนอาจไม่น่าฟังมากนัก แต่ทั้งหมดนี้คือจิตใจของผม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหนึ่งระหว่างที่กล่าวมอบนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ มีอาการคอแห้ง เสียงหายไปในลำคอ พูดเสียงไม่ออก รวมไปถึงไอเป็นระยะ ก่อนจะบอกว่า “พูดเยอะ” และหยุดหันไปดื่มน้ำ 

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายกรัฐมนตรีได้เผยกับผู้สื่อข่าวสั้นๆ โดยฝากถึงการนำเสนอเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า การพัฒนาประเทศ และเรื่องต่างๆ ที่ได้พูดไปบนเวที เพื่อสร้างความเข้าใจ พร้อมกล่าวถึงอาการคล้ายเจ็บคอระหว่างบรรยายว่า “ก็ทำงานเยอะและหนัก” รวมทั้งปรารภกับ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่า ไม่ได้ป่วย แต่เป็นเพราะพูดติดกันหลายงาน จึงทำให้มีอาการดังกล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์