ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 1/2566 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พรเพชร วชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา, ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา, วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้หารือนอกรอบที่ห้องรับรองร่วมกับประธานรัฐสภา, ประธานวุฒิสภา และรองนายกฯ นานกว่า 10 นาที โดยมีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดคุยถึงกรณีการประชุมสภาฯ ที่ล่มซ้ำซาก รวมทั้งร่างกฏหมายที่ยังคงค้างอยู่ในสภาฯ อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะชี้แจงอย่างชัดเจนถึงการหารือนอกรอบดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องการพูดคุยกันถึงปัญหาสภาฯ ล่ม และระบุสั้นๆ เพียงว่า “ท่านก็บอกผม ซึ่งผมก็รับทราบและขอบคุณ ซึ่งผมก็พยายามเต็มที่ให้แล้ว”
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงถึงการประชุมในวันนี้ว่า เป็นการประชุมการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติ วาระที่ 2 ซึ่งวาระแรกนั้นผ่านมาแล้ว โดย 5 ปีแรก มีความก้าวหน้ามาตามลำดับในหลายมิติด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้างในแผนรายละเอียด โดยเฉพาะวาระที่ 3 ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้ผ่านการประเมินที่ได้ตั้งไว้
“ถ้าจะบอกว่ายุทธศาสตร์ชาติมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ ก็ดูแล้วกันว่า 5 ปีที่ผ่านมานั้นเราทำอะไรไปได้บ้าง ในหลายมิติด้วยกัน ทั้งในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน การดูแลประชาชนทุกกลุ่ม ตามยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ที่ได้กำหนดไว้ ทุกอย่างมันต้องสมดุลย์กัน ไม่ใช่ไปทำตรงนั้นให้มากกว่าตรงนี้ แล้วงบประมาณก็จะมีปัญหาไปหมด ก็ต้องเฉลี่ยแบ่งปันไปให้ได้” นายกรัฐมนตรี ระบุ
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่า รัฐบาลชุดใหม่สามารถแก้ไขได้โดยตลอด แต่ไม่สามารถยกได้
“รัฐธรรมนูญกำหนดไว้แล้วว่า ต้องมียุทธศาสตร์ชาติ ตรงนี้คือการเปลี่ยนแปลงแผนแม่บทในเรื่องของการประเมิน ถ้าไม่ดี ก็สามารถที่จะปรับแก้ได้ เพราะฉะนั้น แผนแม่บทสามารถที่จะปรับได้ ซึ่งในยุทธศาสตร์หลักของประเทศทุกประเทศก็มีแบบนี้ ทำงานอยู่ในลักษณะ 6 กลุ่มที่กำหนดไว้” นายกรัฐมนตรี ระบุ
ส่วนกรณี พีระพันธุ์ สารีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หารือกับนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ถึงการขึ้นค่าตอบแทนของผู้บริหารท้องถิ่น อบต. และสมาชิก อบต.ทั่วประเทศ โดยจะผลักดันผ่านกระทรวงมหาดไทยนั้น นายกฯ ชี้แจงว่า เลขาธิการนายกรัฐมนตรียังไม่ได้รายงานให้รับทราบ และเป็นเรื่องของกระทรวงมหาดไทย พิจารณาอยู่
“งานบางงาน เป็นเรื่องของหน่วยงานเขา งบประมาณการจะทำอะไรบางครั้งก็ใช้งบประมาของเขาเอง ในส่วนของงบกลางจะใช้ในกรณีฉุกเฉินพิเศษ เร่งด่วนจำเป็น ไม่ใช่ว่าจะเพิ่มตรงไหนก็ได้ ทั้งนี้ ต้องดูเขามีงบประมาณพอหรือเปล่า งบสะสม เงินสะสมเขาทำได้หรือไม่ อะไรทำนองนี้” นายกรัฐมนตรี ระบุ
ส่วนเมื่อถามว่า เกรงจะมีข้อครหา เพราะใกล้เลือกตั้งแล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ย้อนว่า “ถ้าอย่างนั้นคงจะไม่ต้องทำอะไรเลยมั้ง ถ้าเขาทำได้ผ่านหลักเกณฑ์กติกาถูกต้อง เขาก็ทำได้ ไม่งั้นจะกลายเป็นว่าทุกอย่างไม่ต้องทำอะไรเลย กว่าจะเลือกตั้งก็เดือน พ.ค. โน่นละมั้ง รักษาการ กว่าจะได้รัฐบาลอีกเท่าไหร่ ก็ไม่ต้องทำอะไรเลยนั่งเฉยๆ เอามั้ยล่ะ ก็ทำเท่าที่ทำได้”
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้หารือนอกรอบที่ห้องรับรองร่วมกับประธานรัฐสภา, ประธานวุฒิสภา และรองนายกฯ นานกว่า 10 นาที โดยมีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดคุยถึงกรณีการประชุมสภาฯ ที่ล่มซ้ำซาก รวมทั้งร่างกฏหมายที่ยังคงค้างอยู่ในสภาฯ อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะชี้แจงอย่างชัดเจนถึงการหารือนอกรอบดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องการพูดคุยกันถึงปัญหาสภาฯ ล่ม และระบุสั้นๆ เพียงว่า “ท่านก็บอกผม ซึ่งผมก็รับทราบและขอบคุณ ซึ่งผมก็พยายามเต็มที่ให้แล้ว”
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงถึงการประชุมในวันนี้ว่า เป็นการประชุมการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติ วาระที่ 2 ซึ่งวาระแรกนั้นผ่านมาแล้ว โดย 5 ปีแรก มีความก้าวหน้ามาตามลำดับในหลายมิติด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้างในแผนรายละเอียด โดยเฉพาะวาระที่ 3 ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้ผ่านการประเมินที่ได้ตั้งไว้
“ถ้าจะบอกว่ายุทธศาสตร์ชาติมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ ก็ดูแล้วกันว่า 5 ปีที่ผ่านมานั้นเราทำอะไรไปได้บ้าง ในหลายมิติด้วยกัน ทั้งในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน การดูแลประชาชนทุกกลุ่ม ตามยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ที่ได้กำหนดไว้ ทุกอย่างมันต้องสมดุลย์กัน ไม่ใช่ไปทำตรงนั้นให้มากกว่าตรงนี้ แล้วงบประมาณก็จะมีปัญหาไปหมด ก็ต้องเฉลี่ยแบ่งปันไปให้ได้” นายกรัฐมนตรี ระบุ
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่า รัฐบาลชุดใหม่สามารถแก้ไขได้โดยตลอด แต่ไม่สามารถยกได้
“รัฐธรรมนูญกำหนดไว้แล้วว่า ต้องมียุทธศาสตร์ชาติ ตรงนี้คือการเปลี่ยนแปลงแผนแม่บทในเรื่องของการประเมิน ถ้าไม่ดี ก็สามารถที่จะปรับแก้ได้ เพราะฉะนั้น แผนแม่บทสามารถที่จะปรับได้ ซึ่งในยุทธศาสตร์หลักของประเทศทุกประเทศก็มีแบบนี้ ทำงานอยู่ในลักษณะ 6 กลุ่มที่กำหนดไว้” นายกรัฐมนตรี ระบุ
ส่วนกรณี พีระพันธุ์ สารีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หารือกับนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ถึงการขึ้นค่าตอบแทนของผู้บริหารท้องถิ่น อบต. และสมาชิก อบต.ทั่วประเทศ โดยจะผลักดันผ่านกระทรวงมหาดไทยนั้น นายกฯ ชี้แจงว่า เลขาธิการนายกรัฐมนตรียังไม่ได้รายงานให้รับทราบ และเป็นเรื่องของกระทรวงมหาดไทย พิจารณาอยู่
“งานบางงาน เป็นเรื่องของหน่วยงานเขา งบประมาณการจะทำอะไรบางครั้งก็ใช้งบประมาของเขาเอง ในส่วนของงบกลางจะใช้ในกรณีฉุกเฉินพิเศษ เร่งด่วนจำเป็น ไม่ใช่ว่าจะเพิ่มตรงไหนก็ได้ ทั้งนี้ ต้องดูเขามีงบประมาณพอหรือเปล่า งบสะสม เงินสะสมเขาทำได้หรือไม่ อะไรทำนองนี้” นายกรัฐมนตรี ระบุ
ส่วนเมื่อถามว่า เกรงจะมีข้อครหา เพราะใกล้เลือกตั้งแล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ย้อนว่า “ถ้าอย่างนั้นคงจะไม่ต้องทำอะไรเลยมั้ง ถ้าเขาทำได้ผ่านหลักเกณฑ์กติกาถูกต้อง เขาก็ทำได้ ไม่งั้นจะกลายเป็นว่าทุกอย่างไม่ต้องทำอะไรเลย กว่าจะเลือกตั้งก็เดือน พ.ค. โน่นละมั้ง รักษาการ กว่าจะได้รัฐบาลอีกเท่าไหร่ ก็ไม่ต้องทำอะไรเลยนั่งเฉยๆ เอามั้ยล่ะ ก็ทำเท่าที่ทำได้”



