ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในวันนี้ ซึ่งได้เดินทางตรวจราชการ จังหวัดสระบุรี โดยในเวลา 07.30 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ ประกอบด้วย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม รักษาราชการแทน รมว.คมนาคม ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังจุดจอด ฮ. โรงเรียนนายเรืออากาศ นวมินทกษัตริยาธิราช ตำบลมิตรภาพ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ก่อนเดินทางต่อด้วยรถยนต์
จากนั้น 08.45 น. นายกฯ ได้เข้าตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา - ชุมทางถนนจิระ ณ พื้นที่โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ฯ สถานีรถไฟหินลับ ตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ทั้งนี้ นายกฯ ได้ขอบคุณกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมเน้นย้ำถึงการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติที่ไว้แล้ว ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้
“มีหลายเรื่องเดินตามยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ใช่ไปห้ามใครทำอะไร อยากจะทำอะไรก็ทำไปตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ 6 ข้อ ก็สามารถทำได้หมด เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า และทั้งหมดตอบคำถามได้ก็จบ ไม่ได้ไปห้ามให้ทำอะไร ยุทธศาสตร์ชาติสามารถปรับได้ตลอดเวลา ถ้าไม่มียุทธศาสตร์ชาติก็จะเดินสะเปะสะปะไป ซึ่งก็แล้วแต่แล้วกัน หลายคนก็บอกว่ามีไว้ทำไม ขอให้อ่านดูก่อน ทุกเรื่องถ้าไปจับเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่เข้าใจกัน ต้องอ่านกฎหมาย ก็ต้องอ่านให้หมด” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ต่อมา นายกฯ และคณะ ได้ขึ้นขบวนรถไฟหมายเลข 3 บชส.1221 จัดเฉพาะระยะทาง 300 เมตร ไปยังบริเวณอุโมงค์ผาเสด็จ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้นั่งมาหลายปีแล้ว พร้อมบอกว่า ชอบขนมอาหารที่ขายข้างทางรถไฟ เช่น ข้าวเหนียวเนื้อ
ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกภูมิใจหรือไม่กับผลงานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็ต้องภูมิใจไปด้วยกัน ไม่ใช่จะว่ากันไปกันมามันก็จะไม่เสร็จ" เมื่อถามว่าถือเป็นรถไฟขบวนสุดท้ายของรัฐบาลนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงย้อนถามว่า "อะไรสุดท้าย มีตั้งหลายขบวน รถไฟมันไม่มีวันสิ้นสุดอยู่แล้ว ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าไม่มีวันสิ้นสุดอยู่แล้ว ถ้าทุกคนช่วยกันทำมันก็ไปข้างหน้าได้ มันถึงเกิดได้ไงฉะนั้นรถไฟยังมีหัวขบวน ถ้าหัวขบวนดีก็ไปได้ตลอด ถ้าหัวขบวนไม่ดีก็ล้มทั้งขบวน มันไปไม่ได้เข้าใจหรือเปล่า เข้าใจไหม”
เมื่อถามว่าจะฝากไปถึงรัฐบาลใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่ไปเกี่ยวกับเขาหรอก ก็เรื่องของเขาสิ เราทำไว้ให้หมดแล้ว” เมื่อถามว่าวันนี้ถือว่าอากาศดีแล้วใช่หรือไม่ เพราะบนท้องฟ้าพระอาทิตย์กำลังทรงกลด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เหรอ โชคดีของพวกเธอ ขอให้ประเทศชาติโชคดีด้วยก็แล้วกัน”
ส่วนเมื่อถามว่า ถือว่าโครงการรถไฟนี้เป็นไปตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็ใช่ ในเร็วๆนี้ก็จะเสร็จอีกหลายช่วง มันก็ไม่ง่ายนักการก่อสร้างอะไรแต่ละอย่าง ซึ่งจากเดิมวิ่ง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เวลานี้วิ่งได้ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตรงนี้เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ได้สรุปให้ฟัง การเดินทางจะเร็วขึ้น และจะไปเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงด้วย ที่จังหวัดหนองคาย คู่ขนานกันไป จะทำให้คอขวดจุดนี้หายไป เพราะก่อนหน้านี้ตรงนี้เป็นพื้นที่คอขวดที่เดินทางขึ้นเขาไม่ได้ การเดินทางช้า ขอให้ลงรายละเอียด จะได้เข้าใจกัน การที่เราพูดเยอะเพราะอยากให้ได้รับรู้รายละเอียด ถ้าจับตรงนั้นตรงนี้ของคนนั้นคนนี้มาพูดมันก็ตีกันอยู่อย่างนี้ สื่อก็ต้องช่วยกันหาเหตุผลว่ามันใช่หรือไม่ใช่ มันเป็นอย่างไรข้อเท็จจริงก็จะไม่ทะเลาะกัน เข้าใจหรือไม่ สิ่งนี้ใครได้ประโยชน์ นายกฯ ได้หรือ ตรงนี้นายกฯ ไม่ได้ แต่คนที่ได้คือประชาชนรัฐบาลก็ต้องทำแบบนั้น ใช้งบประมาณให้เกิดความสมดุล พูดง่ายๆ”
เมื่อถามว่าเป็นการฝากไปยังรัฐบาลใหม่ด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่ต้องฝาก ก็ส่งต่อไปบางอัน อยู่ในขั้นตอนการศึกษา และบางอันเป็นโครงการอยู่แล้ว ก็หวังว่าเขาจะทำต่อ”
ระหว่างรถไฟเคลื่อนขบวน ผู้สื่อข่าวได้แจ้งว่า ขบวนรถไฟนี้ยังมี 'เสี่ยหนู' (อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข) นั่งอยู่ด้วย ทำให้ อนุทิน ที่นั่งอยู่ด้านหลังนายกฯ ถึงกับหัวเราะเสียงดังชอบใจ เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะต่อขบวนกันไปแบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถาม เมื่อถามย้ำว่า จะฝาก อนุทิน ไปสานงานต่อในรัฐบาลหน้าหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ฝากทุกคนนั่นล่ะ ฝากเสี่ยหนูก็ฝาก” เมื่อถามว่าฝากไปถึงรัฐบาลหน้าด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ไปถามนายกฯ ใหม่เขานู้น” จังหวะนี้ทำให้ อนุทิน ถึงกับหัวเราะ ก่อนพูดแซวผู้สื่อข่าวข่าว พร้อมโบกมือกล่าวว่า “ลาก่อย”
จากนั้น 08.45 น. นายกฯ ได้เข้าตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา - ชุมทางถนนจิระ ณ พื้นที่โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ฯ สถานีรถไฟหินลับ ตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ทั้งนี้ นายกฯ ได้ขอบคุณกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมเน้นย้ำถึงการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติที่ไว้แล้ว ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้
“มีหลายเรื่องเดินตามยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ใช่ไปห้ามใครทำอะไร อยากจะทำอะไรก็ทำไปตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ 6 ข้อ ก็สามารถทำได้หมด เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า และทั้งหมดตอบคำถามได้ก็จบ ไม่ได้ไปห้ามให้ทำอะไร ยุทธศาสตร์ชาติสามารถปรับได้ตลอดเวลา ถ้าไม่มียุทธศาสตร์ชาติก็จะเดินสะเปะสะปะไป ซึ่งก็แล้วแต่แล้วกัน หลายคนก็บอกว่ามีไว้ทำไม ขอให้อ่านดูก่อน ทุกเรื่องถ้าไปจับเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่เข้าใจกัน ต้องอ่านกฎหมาย ก็ต้องอ่านให้หมด” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ต่อมา นายกฯ และคณะ ได้ขึ้นขบวนรถไฟหมายเลข 3 บชส.1221 จัดเฉพาะระยะทาง 300 เมตร ไปยังบริเวณอุโมงค์ผาเสด็จ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้นั่งมาหลายปีแล้ว พร้อมบอกว่า ชอบขนมอาหารที่ขายข้างทางรถไฟ เช่น ข้าวเหนียวเนื้อ
ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกภูมิใจหรือไม่กับผลงานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็ต้องภูมิใจไปด้วยกัน ไม่ใช่จะว่ากันไปกันมามันก็จะไม่เสร็จ" เมื่อถามว่าถือเป็นรถไฟขบวนสุดท้ายของรัฐบาลนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงย้อนถามว่า "อะไรสุดท้าย มีตั้งหลายขบวน รถไฟมันไม่มีวันสิ้นสุดอยู่แล้ว ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าไม่มีวันสิ้นสุดอยู่แล้ว ถ้าทุกคนช่วยกันทำมันก็ไปข้างหน้าได้ มันถึงเกิดได้ไงฉะนั้นรถไฟยังมีหัวขบวน ถ้าหัวขบวนดีก็ไปได้ตลอด ถ้าหัวขบวนไม่ดีก็ล้มทั้งขบวน มันไปไม่ได้เข้าใจหรือเปล่า เข้าใจไหม”
เมื่อถามว่าจะฝากไปถึงรัฐบาลใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่ไปเกี่ยวกับเขาหรอก ก็เรื่องของเขาสิ เราทำไว้ให้หมดแล้ว” เมื่อถามว่าวันนี้ถือว่าอากาศดีแล้วใช่หรือไม่ เพราะบนท้องฟ้าพระอาทิตย์กำลังทรงกลด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เหรอ โชคดีของพวกเธอ ขอให้ประเทศชาติโชคดีด้วยก็แล้วกัน”
ส่วนเมื่อถามว่า ถือว่าโครงการรถไฟนี้เป็นไปตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็ใช่ ในเร็วๆนี้ก็จะเสร็จอีกหลายช่วง มันก็ไม่ง่ายนักการก่อสร้างอะไรแต่ละอย่าง ซึ่งจากเดิมวิ่ง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เวลานี้วิ่งได้ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตรงนี้เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ได้สรุปให้ฟัง การเดินทางจะเร็วขึ้น และจะไปเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงด้วย ที่จังหวัดหนองคาย คู่ขนานกันไป จะทำให้คอขวดจุดนี้หายไป เพราะก่อนหน้านี้ตรงนี้เป็นพื้นที่คอขวดที่เดินทางขึ้นเขาไม่ได้ การเดินทางช้า ขอให้ลงรายละเอียด จะได้เข้าใจกัน การที่เราพูดเยอะเพราะอยากให้ได้รับรู้รายละเอียด ถ้าจับตรงนั้นตรงนี้ของคนนั้นคนนี้มาพูดมันก็ตีกันอยู่อย่างนี้ สื่อก็ต้องช่วยกันหาเหตุผลว่ามันใช่หรือไม่ใช่ มันเป็นอย่างไรข้อเท็จจริงก็จะไม่ทะเลาะกัน เข้าใจหรือไม่ สิ่งนี้ใครได้ประโยชน์ นายกฯ ได้หรือ ตรงนี้นายกฯ ไม่ได้ แต่คนที่ได้คือประชาชนรัฐบาลก็ต้องทำแบบนั้น ใช้งบประมาณให้เกิดความสมดุล พูดง่ายๆ”
เมื่อถามว่าเป็นการฝากไปยังรัฐบาลใหม่ด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่ต้องฝาก ก็ส่งต่อไปบางอัน อยู่ในขั้นตอนการศึกษา และบางอันเป็นโครงการอยู่แล้ว ก็หวังว่าเขาจะทำต่อ”
ระหว่างรถไฟเคลื่อนขบวน ผู้สื่อข่าวได้แจ้งว่า ขบวนรถไฟนี้ยังมี 'เสี่ยหนู' (อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข) นั่งอยู่ด้วย ทำให้ อนุทิน ที่นั่งอยู่ด้านหลังนายกฯ ถึงกับหัวเราะเสียงดังชอบใจ เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะต่อขบวนกันไปแบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถาม เมื่อถามย้ำว่า จะฝาก อนุทิน ไปสานงานต่อในรัฐบาลหน้าหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ฝากทุกคนนั่นล่ะ ฝากเสี่ยหนูก็ฝาก” เมื่อถามว่าฝากไปถึงรัฐบาลหน้าด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ไปถามนายกฯ ใหม่เขานู้น” จังหวะนี้ทำให้ อนุทิน ถึงกับหัวเราะ ก่อนพูดแซวผู้สื่อข่าวข่าว พร้อมโบกมือกล่าวว่า “ลาก่อย”



