บินจีน 6-7 พ.ย.นี้ พบผู้นำหลายประเทศ

6 พ.ย. 2567 - 10:14

  • นายกฯ เผย 6-7 พ.ย.นี้ บินจีนพบผู้นำหลายประเทศ

  • เป็นโอกาสดีเปิดตลาดเพิ่มสินค้าส่งออก ตอกย้ำเปลี่ยนนายกฯ-เปลี่ยนรัฐบาล ยังเดินหน้าสิ่งที่คุยต่อ เชื่อได้ผลลัพธ์เป็นรูปธรรมกลับมา

  • ปัดตอบ ดรามาไม่จบ ยกเลิก MOU44 และเรื่องตั้งปธน.มะกัน

pm_ing_china_6nov2024_SPACEBAR_Hero_473b93ec07.jpg

แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงภารกิจการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ครั้งที่ 8 หรือ GMS SUMMIT และการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิราวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ครั้งที่ 10 หรือ ACMECS SUMMIT ที่นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 6-7 พ.ย. 2567 ว่า เป็นโอกาสดีที่จะได้พบเจอกับผู้นำหลายประเทศ เพื่อไปตอกย้ำนโยบายต่างๆที่ได้พูดคุยกันไว้ในเวทีของอาเซียน และนำไปสู่การพูดคุยเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความร่วมมือในด้านต่างๆ เพราะโลกเปลี่ยนไปเร็วมาก นวัตกรรมเทคโนโลยีต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เราก็จะขอความร่วมมือเพื่อทำให้ไทยได้เปิดตลาดการส่งออกเพิ่มมากขึ้น เปิดโอกาสให้กับตลาดของไทย เพราะทั่วโลกตอนนี้กำลังเน้นย้ำเรื่องของ Food Security อย่างประเทศจีนเอง ที่แม้จะมีการเกษตรของตัวเอง แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับประชากรของจีนทั้งประเทศ ดังนั้น จีนจะพึ่งพาเราในเรื่องนี้ได้ และเราก็จะไปบอกให้เขามั่นใจว่า เราพร้อมที่จะสนับสนุน เรื่องของอาหาร Food Security ต่างๆ เพราะเราพร้อมในเรื่องนี้ และเรายังมีเทคโนโลยี มีนวัตกรรม ที่สามารถมาร่วมมือกันให้เกิดเป็นรูปธรรมากขึ้น และคล่องตัวมากขึ้น

นายกฯ กล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้จะได้มีโอกาสพูดคุยถึงการบริหารจัดการน้ำด้วย ทั้งปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง เพราะประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศมีเครื่องมือ มีเทคโนโลยีที่ดี และมีระบบการแจ้งเตือนภัย จำเป็นต้องมาพูดคุยกันว่า ตรงไหนที่ยังขาดเหลืออะไร จะได้มาช่วยและร่วมมือกัน อย่างเหตุการณ์น้ำท่วมแม่สาย แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ต้องคุยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้มีแนวทางชัดอยู่แล้วว่า ปัญหามันเกิดจากสิ่งรุกล้ำ ขวางกั้นของทางระบายน้ำ และเป็นปัญหาที่จะต้องเคลียร์ในฝั่งไทยด้วย เพื่อเปิดทางระบายน้ำร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้านให้ใหญ่ขึ้น เพื่อจะได้ไม่เกิดภาวะน้ำท่วมหนักขนาดนี้อีก ซึ่งเรื่องนี้ ประเทศเพื่อบ้านก็อยากได้ความร่วมมือจากเราไม่ใช่แค่เราที่ต้องการได้จากเขา และการพูดคุยเรื่องนี้เป็นการเน้นย้ำว่าเราคิดเหมือนกันแต่เรื่องนี้จะต้องเกิดขึ้น จะต้องไปต่อ

นายกฯ กล่าวต่อว่า อีกทั้งทุกๆประเทศ จะได้ตอกย้ำเรื่องความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ เพราะเวลาผู้นำเจอกัน มีข้อได้เปรียบหลายเรื่องมากๆ สามารถพูดคุยและเจรจาแบบไม่เป็นทางการเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ก่อนจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกัน ส่วนปัญหาฝุ่นควันนั้น ตามฤดูของการเผา จะเกิดขึ้นต้นปีหน้าและทำให้มีปัญหา PM 2.5 จำเป็นต้องขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านเพราะ ควัน มาจากหลายทิศทาง เราที่พัดมาบางทีก็มาจากประเทศเพื่อนบ้านด้วยเช่นกัน ถ้าเขาเผาก็พัดมาหาเรา จำเป็นต้องพูดคุยว่าจะบริหารจัดการเรื่องนี้ได้อย่างไร หลังจากรัฐบาลของเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ได้มีการตั้งคณะทำงานเรื่องปัญหาฝุ่นควันขึ้นมาแล้ว ดังนั้นครั้งนี้จะไปตอกย้ำให้คณะทำงานได้เกิดการทำงานขึ้นมาจริงๆเพื่อให้เกิดความเป็นรูปธรรม

นายกฯ ยังกล่าวยืนยันว่า การเดินทางไปประชุมที่สาธารณรัฐประชาชนจีนครั้งนี้ ไทยจะได้ในเรื่องของตลาดส่งออกสินค้าไทย เป็นการไปตอกย้ำการเดินหน้า เพราะเป็นธรรมชาติทางการเมืองทั่วโลก เมื่อเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี เปลี่ยนรัฐบาล เขาจะถามว่า สิ่งที่ทำอยู่สิ่งที่เคยคุยไว้ยังทำต่อหรือไม่ และรัฐบาลปัจจุบันจะเอาอย่างไรต่อไป ดังนั้นก็ถือเป็นโอกาสที่ดี ที่จะได้เน้นย้ำว่า เรื่องการส่งออกเรายังสนุบสนุนอยู่ ทั้งสินค้าเกษตร และ Food Security เชื่อว่าจะได้ผลลับกลับมา ถ้าประเทศไทยไปต่อ ประเทศต่างๆ ที่เราไปคุยเขาก็จะพร้อมดำเนินงานต่อไป และได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามถามกรณีประเด็นเรื่องเกาะกูดที่ยังเป็นปัญหายังไม่จบ เนื่องจากยังมีคำถามว่า สามารถยกเลิก MOU44 ได้หรือไม่ โดยนายกฯ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว เพียงแต่ยิ้มและโบกมือ

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า นายกฯ ได้ติดตามการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาหรือไม่ นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวเช่นกัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์