‘บิ๊กตู่-รมต.ท่องเที่ยวฯ’ ชิ่งตอบกระทู้สภาฯ ‘ก้าวไกล’ ได้ทีขย้ำปม ‘ทุนจีนสีเทา-หลานนายกฯ’

26 ม.ค. 2566 - 15:22

  • ไม่มานะจ๊ะ! ‘บิ๊กตู่-รมต.ท่องเที่ยวฯ’ ชิ่งตอบกระทู้สภาฯ

  • ด้าน ‘ก้าวไกล’ ได้ทีขย้ำปม ‘ทุนจีนสีเทา’ เอี่ยวหลานนายกฯ

  • ขณะที่สภาฯ แจ้ง ส.ส.ทยอยไขก๊อกอีก 7 คน

  • ก่อนองค์ประชุมล่มตามฟอร์มเป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่ขึ้นปีใหม่

PM_Minister_of_Tourism_and_Sports_did_not_come_to_parliament_for_reply_M_Ps_SPACEBAR_Thumbnail_74324e18b3.jpeg
ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทางพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ได้ตั้งกระทู้ถามสด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม และ พิพัฒน์ รัชกิจปราการ รมต.การท่องเที่ยวและกีฬา กรณี ‘ทุนจีนสีเทา’ ส่งผลกระทบไปถึงแวดวงตำรวจ และความเชื่อมโยงไปยังหลานของ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงกรณีบริการพิเศษ หรือวีไอพี สำหรับนักท่องเที่ยว  

โดย รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้สดถามนายกฯ ว่าด้วยเรื่องของอาชญากรรมข้ามชาติ และการโยกย้ายตำรวจที่ไม่เป็นธรรม โดยมุ่งประเด็นที่มีบุคคลใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี ส่อเกี่ยวข้องกับทุนจีนสีเทา ซึ่งมีเอกสารและรายละเอียดที่ค่อนข้างมาก โยงถึงหลายบุคคล แต่กลับไม่มีการเรียกสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี แต่อย่างใด  

“พยานเอกสาร หลักฐานต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวพันธ์และเกี่ยวข้องถึงหลาน พล.อ.ประยุทธ์ แต่ปรากฏว่าหลานของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ถูกเรียกสอบ เพื่อให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากได้คำตอบไม่น่าพอใจว่านายกฯ ของไทย อาจเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายทุนจีนสีเทาหรือไม่ และไม่ใช่เฉพาะหลานของ พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น แต่ยังมีการทำลายขวัญกำลังใจของตำรวจ ภายใต้การบริหารงานตำรวจของ พล.อ.ประยุทธ์ พบว่าทำชั่วได้ดี ทำดีซวย เพราะคดี ตุน มิน ลัค ที่เกี่ยวกับยาเสพติด พบว่านายตำรวจที่ทำผลงานชิ้นโบว์แดง และได้รับรางวัลถูกย้ายไปที่จังหวัดชัยภูมิ จึงอยากถามนายกฯ ใช้อวัยวะส่วนไหนคิด ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะหนีสภาฯ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงได้ ไม่มาตอบคำถามในสภาฯ ทำให้สังคมเชื่อว่ามีส่วนกระบวนการทุนสีเทา” รังสิมันต์ กล่าว 

ด้าน จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถาม พล.อ.ประยุทธ์ กรณีนักท่องเที่ยวจีนได้รับสิทธิพิเศษ มีรถตำรวจนำแบบวีไอพี ตามที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย จะกระทบต่อกระบวนการการท่องเที่ยวหรือไม่ และมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ที่เป็นประธานการประชุม ได้แจ้งว่า นายกฯ และ รมต.การท่องเที่ยวและกีฬา ติดภารกิจ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ประธานฯ ได้แจ้งเรื่อง ส.ส.ยื่นลาออก 7 คน ได้แก่ 1. การุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย 2. อภิชา เลิศพชรกมล ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย 3. ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ 4. อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ 5. ชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย 6. นิยม วิวรรธนดิฐกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และ 7. เบญญา นันทขว้าง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลัง ซึ่งได้รับการเลื่อนลำดับมาแทน เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ แต่ได้ยื่นยื่นลาออก ส.ส. เมื่อ 24 มกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มี ส.ส.ปฏิบัติหน้าที่ได้ 429 คน โดยต้องใช้องค์ประชุม 215 คน จากนั้น ได้ให้ ส.ส.ที่ได้รับการเลื่อนลำดับมาแทนตำแหน่งที่ว่าง 4 คน 

ทั้งนี้ เมื่อการประชุมดำเนินมาถึงช่วงบ่าย อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ได้ขอให้มีการตรวจสอบองค์ประชุม เพราะมีกระทู้สดจำนวน 10 กระทู้ แต่มีการตอบเพียง 2 กระทู้เท่านั้น และต่อว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับสภาฯ ทำให้ ศุภชัย ชี้แจงว่า ถือเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ขอร้องให้การประชุมเดินหน้าไปตามปกติ เพื่อให้มีการทำงานมากที่สุด เพราะเวลาของสภาฯ เหลือน้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ทาง ส.ส.ฝ่ายค้าน ได้เรียกร้องให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ต้องรับผิดชอบเป็นองค์ประชุม ไม่ใช่ให้ฝ่ายค้านนั่งเป็นองค์ประชุม แต่ไม่อยู่ 

ต่อมา 13.20 น. สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ได้สลับมาทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม และใช้เวลารอองค์ประชุมเพียงไม่กี่นาที ก่อนจะกล่าวปิดการแสดงตน พร้อมกล่าวด้วยว่า “ผมขึ้นทีไร ก็ปิดการประชุมทุกที จนได้รับฉายาว่ามือปิดประชุม แต่ผมไม่รู้จะประชุมต่อได้อย่างไร เพราะองค์ประชุมไม่ครบ มีคนกดบัตรแสดงตน 122 คน และแสดงตนผ่านการขานชื่อ 30 คน และรวมผมด้วย เป็น 31 คน แต่ยังขาดอีกเยอะ องค์ประชุม ไม่เป็นองค์ประชุมต้องเลิกโดยปริยาย ต้องเลิกประชุม” และได้สั่งปิดประชุมในเวลา 13.25 น. 

ทั้งนี้ การที่องค์ประชุมสภาฯ ล่มดังกล่าว ถือเป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2566 เป็นต้นมา 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์