‘นายกฯ อิ๊งค์’ ชื่นชมตำรวจทลายเครือข่ายยาเสพติด 7 คดีใหญ่

21 มี.ค. 2568 - 18:00

  • ‘นายกฯ อิ๊งค์’ ลุยนครสวรรค์ ชื่นชมตำรวจ

  • ทำลายเครือข่ายยาเสพติด 7 คดีใหญ่ พร้อมยึดล็อตใหญ่

  • เร่งรัดเครื่องเอ็กซเรย์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ลั่นปราบเข้มข้นครบวงจร

  • ยันไม่มี ‘วนของกลาง’ พร้อมพิจารณางบฯ สร้างขวัญกำลังใจผู้ปฏิบัติงาน

PM_praises_police_for_destroying_7_major_drug_networks_SPACEBAR_Hero_a3bf73fcee.jpg

แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะออกเดินทางจากกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ฯ เขตพญาไท กรุงเทพฯ ไปยังสนามบินนครสวรรค์ ตำบลนครสวรรค์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ โดยมี ชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ และ ทรงศักดิ์  ส่งเสริมอุดมชัย สส.นครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย รอต้อนรับ ก่อนเดินทางต่อไปที่ด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี ตำบลย่านมัทรี อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อติดตามผลการปฏิบัติการปราบปรามและจับกุมยาเสพติดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง

โดยมี พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รายงานผลการจับกุมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และนำชมของกลางที่สามารถจับกุมได้ 7 คดีใหญ่ โดยมีของกลางทั้งหมดแบ่งเป็น

  • ยาบ้า 20,0080,000 เม็ด
  • ไอซ์ 700 กิโลกรัม
  • เคตามีน (ketamine) 199 กิโลกรัม
  • ผู้ต้องหา 20 คน
  • รถยนต์ 14 คัน

โดยทางเจ้าหน้าที่ได้เทตัวอย่างยาบ้าที่ตรวจยึดได้ให้นายกฯ ดู ซึ่งมีทั้งสีส้มและสีเขียว

นายกฯ ได้รับฟังแถลงผลการทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ จากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมดูวิดิทัศน์การจับกุมของแต่ละคดี ซึ่งนายกฯ ได้สอบถามว่า สามารถจับต้นตอได้หรือไม่? เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งว่า ได้มีการออกหมายจับไปแล้ว

PM_praises_police_for_destroying_7_major_drug_networks_SPACEBAR_Photo02_82c619690e.jpg

ต่อมา นายกฯ ได้ดูรถของกลางที่มีการดัดแปลงเพื่อซุกซ่อนลำเลียงยาเสพติด อาทิ รถเก๋ง รถบรรทุก รถขนน้ำมัน ก่อนที่จะดูการเอกซเรย์รถ ลดเวลาในการตรวจค้น ไม่เสียเวลาในการเข้าจับกุม ลดการเสียหายของทรัพย์สินที่จับกุม ก่อนดูวิธีการสาธิตการเอกซเรย์รถต้องสงสัย และดูสถานีควบคุมการตรวจรถต้องสงสัยซุกซ่อนยาเสพติด

พร้อมกับสอบถามว่า ลักษณะรูปแบบของ Package สิ่งเสพติด มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือไม่? เจ้าหน้าที่จึงระบุว่า แม้จะมีการเปลี่ยนรูปแบบ แต่ด้วยความเชี่ยวชาญและชำนาญของเจ้าหน้าที่ สามารถยืนยันว่าเป็นสิ่งเสพติด อีกทั้งยังสอบถามถึงความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการตรวจที่ตัวผู้ต้องสงสัยหรือคนร้าย เนื่องจากเป็นห่วงระหว่างการจับกุมอาจมีการพกพาอาวุธ

PM_praises_police_for_destroying_7_major_drug_networks_SPACEBAR_Photo01_f7eb1c7e56.jpg

นายกฯ แถลงถึงผลปฏิบัติการจับกุมยาเสพติดครั้งนี้ ว่า วันนี้มาที่นครสวรรค์ ดูเรื่องการจับยาเสพติด ซึ่งมีทั้งยาบ้า ไอซ์ และยาเค อย่างที่เห็นยาบ้าจับได้ทั้งหมด 20 ล้านเม็ด ตัวเลขกลมๆ ทั้งหมดมี 7 คดี, ยาไอซ์ 700 กิโลกรัม ถือว่าเป็นรถที่ใหญ่มาก 

และเริ่มจับอย่างจริงจังตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว จนถึงวันที่ 1 มีนาคมปีนี้ ถือเป็นส่วนที่จับได้ซึ่งจริงๆแล้ว ที่ยังไม่เรียบร้อย ทางตำรวจได้มีการจับเพิ่มได้อีกด้วยและจะมีรายงานเคสต่อเคสเป็นระยะ

วันนี้ ต้องชื่นชมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน หากไม่ได้รับความร่วมมืออย่างบูรณาการ คงจะจับเคสใหญ่ๆ แบบนี้ไม่ได้ วันนี้จับได้ทั้งรายเล็ก รายย่อยคนส่ง สาวไปถึงตัวการได้ อันไหนที่อยู่ต่างประเทศ เราก็ขอความร่วมมือระหว่างประเทศด้วย เป็นสิ่งที่ทำจนจบครบ และตอนนี้เห็นได้ว่าจากการรายงาน รถที่ส่งยาเสพติดค่าจ้างเริ่มแพงขึ้น แปลว่าอะไร? แปลว่าเจ้าหน้าที่ของเราทำงานได้อย่างเข้มข้นมากขึ้น การขนส่งยาเสพติดเป็นไปได้ยากขึ้น ฉะนั้น ค่าจ้างสูงขึ้น และก่อนที่จะมา ขณะที่ราคายาบ้า เมื่อก่อนถูกมาก, ราคาแพงขึ้น หาได้ยากขึ้น ต้องขอบคุณและชื่นชมจากใจจริง นโยบายที่รัฐบาลออกมากวาดล้างยาเสพติดคงไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อรัฐบาลให้ความมั่นใจว่าจะปราบปรามอย่างจริงจัง เจ้าหน้าที่ก็มีกำลังใจ ซึ่งเราคำนึงถึง ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้วย และต้องเห็นใจคนทำงานหน้างานด้วย จึงต้องมีมาตรการดูแล เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานแล้วเข้าเนื้อตัวเอง เมื่อร่วมมือกันแบบนี้จึงเห็นผลในวันนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนที่มีเบาะแส สามารถที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ประเทศของเราก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงขึ้น

แพทองธาร ชินวัตร

จากนี้ จะขอความร่วมมือจากกระทรวงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบำบัดให้ผู้เสพกลับคืนสู่สังคม ซึ่งพูดเสมอว่า คนติดยา, อย่าไปมองว่าเขาเป็นคนไม่ดี เพราะบางครั้งอาจผิดพลาด เพราะมีปัญหาในชีวิต ดังนั้น ราต้องช่วยกันในการบำบัดให้กลับเข้าสู่สังคม อันนี้คือสิ่งสำคัญ

รัฐบาลจะทำในเรื่องการฝึกอาชีพ ซึ่งเริ่มแล้ว โดยศูนย์บำบัด เป้าหมายอยากให้ประชาชนมีอาชีพ ต่อไปจะได้ไม่หันกลับเข้าไปยาเสพติดอีก และไม่ส่งผลให้คนเสพยาเพิ่มขึ้น

รัฐบาลจะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ครบวงจร และเข้มข้นขึ้นในทุกภาคส่วน

แพทองธาร ชินวัตร

PM_praises_police_for_destroying_7_major_drug_networks_SPACEBAR_Photo03_c843792227.jpg

เมื่อถามถึงเครื่องเอกซเรย์ (x-ray) ยาเสพติดที่มีไม่เพียงพอ? นายกฯ ยอมรับว่า เป็นเรื่องจริงที่มีไม่เพียงพอ โดยมีงบประมาณตั้งแต่รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ที่จะต้องให้มีเครื่องเอกซเรย์ยาเสพติดมากขึ้น เพื่อจะได้ครบทั้งหมดทั่วประเทศในเดือนกันยายนปีนี้ แต่ว่าที่มีการพูดคุยในกระบวนการ อยากขอให้เร่งว่า ถ้าเครื่องไหนเสร็จก่อน ก็ขอให้เริ่มนำมาใช้งานได้เลย จากที่ได้เข้าไปดูการตรวจเครื่องมา พบว่าไม่พลาด พอเห็นการเอกซเรย์สามารถจับได้เลย โดยการมีผู้วิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญ  ถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก

ส่วนเรื่องการขยายผลจับกุมและยึดทรัพย์ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องยึดทรัพย์เราเต็มที่อยู่แล้ว ส่วนของกลางที่ยึดมา มีการกำหนดวันทำลาย โดยยืนยัน มีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มข้น ซึ่งเรื่องยาเสพติดนั้น คนที่คนเข้ามาต้องตระหนักรู้ว่า ทำลายประเทศชาติอย่างมาก ฉะนั้น การยึดทรัพย์เป็นเรื่องที่สามารถทำได้เลย

เมื่อถามต่อไปว่า ประชาชนจะสามารถมั่นใจได้อย่างไรว่ายาเสพติดที่จับกุมมาได้จะไม่มีการนำมาวนในกระบวนการอีก? 

นายกฯ ยืนยันว่า ไม่มีค่ะ การวนต่อไม่มี ดิฉันได้คุยและได้เห็นเองแล้ว ซึ่งตั้งแต่มีการสั่งการไป ทางเจ้าหน้าที่ทุกคนก็กลัวว่าของกลางจะหาย โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้า มีตัวเลขและจำนวนที่ชัดเจน เพื่อรอการทำลาย โดยมีหลายทีมรับผิดชอบ ฉะนั้นอยากให้ประชาชนไว้ใจได้ และสบายใจเรื่องนี้ได้ โดยยาเสพติดที่ถูกจับแล้ว ณ ตอนนี้ และตั้งแต่ที่ดิฉันสั่งการไป ไม่มีการวนกลับไปในระบบอย่างแน่นอน”

PM_praises_police_for_destroying_7_major_drug_networks_SPACEBAR_Photo04_f2e088719d.jpg

ส่วน 7 คดีที่แถลงข่าววันนี้ (21 มี.ค.2568) จะสามารถสาวถึง “ตัวการใหญ่” ได้หรือไม่? นายกฯ กล่าวว่า สาวได้แน่ ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันมา และบางกรณีที่อยู่ในต่างประเทศก็มีการออกหมายจับไปแล้ว ซึ่งมีทั้งระดับผู้สั่งการ รายใหญ่ รายเล็ก และเจ้าของการผลิต พร้อมยืนยันว่าใน 7 คดีนี้ ยังไม่มี “คนมีสี” เข้าไปเกี่ยวข้อง

ได้คุยกับทางเจ้าหน้าที่แล้ว ถ้าหากมี “คนมีสี” เข้าไปเกี่ยวข้อง ให้ดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ที่ทำดีมากกว่าอยู่แล้ว เขาก็อยากพิสูจน์ตัวเองว่าทำตรงนี้ประชาชนไว้ใจได้ ขอให้ประชาชนเข้าใจตรงนี้

แพทองธาร ชินวัตร

สำหรับมิติการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ? นายกฯ กล่าวว่า อันนี้เป็นสิ่งที่คิดตลอดและหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายว่า เจ้าหน้าที่จะได้อะไรบ้างจากการจับกุม เพราะเจ้าหน้าที่ทำงานเสี่ยงชีวิต และไม่รู้ว่าคนที่ขนยาเสพติดมีอาวุธหรือไม่ เจ้าหน้าที่ควรได้รับค่าตอบแทนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่และทุกภาคส่วน

ส่วนคนที่ถูกออกหมายจับหนีไปต่างประเทศ ในระดับรัฐบาลจะทำอย่างไรได้บ้าง? นายกฯ ตอบว่า รัฐบาลพร้อมช่วยคุย หากได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกประเทศที่นายกรัฐมนตรีไปเจอ สามารถขอความช่วยเหลือได้อยู่แล้ว ทั้งเรื่องน้ำท่วมและคอลเซ็นเตอร์ เรื่องนี้ก็เช่นกัน การส่งคนร้ายหรือช่วยกันจับ เป็นไปได้แน่นอน เพราะเจ้าหน้าที่คุยกันในทุกระดับ

สำหรับภารกิจครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีใช้รถ Lexus ทะเบียน 5ขส 45 กรุงเทพมหานคร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์