โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการรับมือ-เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลากในฤดูฝน
อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยได้เริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝนแล้วตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยประชาชนจึงกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่มีฝนตกชุกหนาแน่นและต่อเนื่อง รวมทั้งเตรียมการทุกด้านให้พร้อมรับมือทันต่อสถานการณ์ ตลอดจนการดูแลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
อนุชา กล่าวว่า รัฐบาลโดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ติดตามสภาพอากาศ พบว่ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางจะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมประเทศลาวและกัมพูชา ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในช่วงวันที่ 27 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2566 ทั้งนี้ กอนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำด้วยฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และพื้นที่ชุมชนเมืองที่เคยเกิดน้ำนองไม่สามารถระบายได้ทัน ในช่วงวันที่ 27 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2566 ดังนี้
อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยได้เริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝนแล้วตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยประชาชนจึงกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่มีฝนตกชุกหนาแน่นและต่อเนื่อง รวมทั้งเตรียมการทุกด้านให้พร้อมรับมือทันต่อสถานการณ์ ตลอดจนการดูแลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
อนุชา กล่าวว่า รัฐบาลโดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ติดตามสภาพอากาศ พบว่ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางจะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมประเทศลาวและกัมพูชา ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในช่วงวันที่ 27 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2566 ทั้งนี้ กอนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำด้วยฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และพื้นที่ชุมชนเมืองที่เคยเกิดน้ำนองไม่สามารถระบายได้ทัน ในช่วงวันที่ 27 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2566 ดังนี้
- ภาคเหนือ ในจังหวัดเพชรบูรณ์ (อำเภอหล่มเก่า)
- ภาคกลาง ในจังหวัดเพชรบุรี (อำเภอท่ายาง บ้านลาด และเมืองเพชรบุรี) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อำเภอหัวหิน และปราณบุรี)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในจังหวัดสุรินทร์ (อำเภอเมืองสุรินทร์) จังหวัดบุรีรัมย์ (อำเภอเมืองบุรีรัมย์) จังหวัดอุบลราชธานี (อำเภอเมืองอุบลราชธานี และพิบูลมังสาหาร)
- ภาคตะวันออก ในจังหวัดชลบุรี (อำเภอเมืองชลบุรี) จังหวัดระยอง (อำเภอเมืองระยอง และแกลง) จังหวัดจันทบุรี (อำเภอเมืองจันทบุรี) จังหวัดตราด (อำเภอเมืองตราด และเขาสมิง)
- ภาคใต้ ในจังหวัดชุมพร (อำเภอพะโต๊ะ) จังหวัดระนอง (อำเภอกะเปอร์ เมืองระนอง และสุขสำราญ) จังหวัดพังงา (อำเภอกะปง คุระบุรี ตะกั่วทุ่ง ตะกั่วป่า และท้ายเหมือง) จังหวัดภูเก็ต (อำเภอกะทู้ ถลาง และเมืองภูเก็ต) จังหวัดกระบี่ (อำเภอเกาะลันตา คลองท่อม เมืองกระบี่ เหนือคลอง และอ่าวลึก) จังหวัดตรัง (อำเภอเมืองตรัง กันตัง และปะเหลียน) จังหวัดสตูล (อำเภอทุ่งหว้า)




