ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง (15 ธันวาคม 2565) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวภายหลังเดินทางกลับจากเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน - สหภาพยุโรป สมัยพิเศษเพื่อฉลองวาระครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน - สหภาพยุโรป (ASEAN - EU Commemorative Summit) ที่กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม โดยใช้เวลาแถลงข่าว 20 กว่านาที
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนบอกแล้วว่าหลังจากเดินทางกลับมาจะพูดหลายๆ เรื่อง และวันนี้ตนก็พูดไปแล้วการเมืองคือการเมือง การบ้านคือการบ้าน ประชาชนคือการบ้านที่ตนต้องทำให้เขา การเมืองก็เป็นการต่อสู้ในสภาฯ ก็ว่ากันไป เมื่อเลือกตั้งมาแล้วท่านก็ไปดูเอาว่าที่พูดกันมา ที่ทำกันมา ทำได้มากน้อยเพียงใด
“ถึงเวลานั้นจะได้หรือไม่ได้ ถ้าได้ผมก็ดีใจ ถ้าไม่ได้ก็เสียใจเท่านั้นเอง คำว่าเสียใจคือทำให้ประชาชนมีความสุขไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเสียใจเพราะผมได้เป็นหรือไม่ได้เป็น เข้าใจนะ ฉะนั้นอย่าถามกันบ่อยนัก ใครจะไปใครจะมา ใครจะลาออก ใครจะไปอยู่พรรคไหนก็เรื่องของเขา เรื่องของสภาฯ พอสภาฯ ล่มโทษนายกฯ ซึ่งผมก็บอกไปแล้วสั่งทุกพรรคไปแล้วให้ไปร่วมประชุมสภาฯ เขาก็ตอบรับว่าครับๆๆ ถึงเวลาไปไม่ครบนายกฯ ทำไมไม่ควบคุม
ผมไม่โทษใครผมไม่โกรธใครอยู่แล้ว แต่อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าทุกคนมีหน้าที่มีความรับผิดชอบ ซึ่งทุกคนบอกว่านายกฯ มีหน้าที่ มีความรับผิดชอบต้องดูแลบ้านเมือง ฉะนั้น ส.ส.ทุกคนก็มีหน้าที่ของตัวเองในการทำงานในสภาฯ เป็นผู้ใหญ่แล้วโตกันหมดแล้ว อีกเรื่องใครจะเข้าใครจะออกพรรคไหนก็เรื่องของท่าน ผมไม่เคยทะเลาะกับใครนะ โอเค เท่านี้แหละ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วเรื่องของนายกฯ ว่าอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามอย่างมีอารมณ์ว่า “แล้วอะไรอีกล่ะ” เมื่อถามว่ากระแสข่าวที่จะไปสังกัดพรรคใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยเสียงดังว่า “ก็อยู่กันถึงวันนี้ ยังไม่รู้เรื่องเลยหรือไง”
เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามที่จะถามคือความชัดเจนของนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ รีบกล่าวสวนทันทีว่า “คืออะไร” เมื่อถามอีกว่า คืออยากฟังจากปากของนายกฯ เอง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “คิดเอาเองบ้าง เพราะทุกทีเวลาคิดเอาเอง เขียนเอาเอง ยังคิดได้”
เมื่อถามว่าเรื่องนี้สำคัญจะให้สื่อคิดเอาเองไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ เดินออกจากโพเดียมพร้อมกล่าวว่า “ถึงเวลาก็พูดเอง”
เมื่อถามว่าแล้วเวลานั้นคือเวลาไหน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าเป็นไปตามที่เป็นข่าวใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ รีบเดินขึ้นไปนั่งบนรถทันทีโดยไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนบอกแล้วว่าหลังจากเดินทางกลับมาจะพูดหลายๆ เรื่อง และวันนี้ตนก็พูดไปแล้วการเมืองคือการเมือง การบ้านคือการบ้าน ประชาชนคือการบ้านที่ตนต้องทำให้เขา การเมืองก็เป็นการต่อสู้ในสภาฯ ก็ว่ากันไป เมื่อเลือกตั้งมาแล้วท่านก็ไปดูเอาว่าที่พูดกันมา ที่ทำกันมา ทำได้มากน้อยเพียงใด
“ถึงเวลานั้นจะได้หรือไม่ได้ ถ้าได้ผมก็ดีใจ ถ้าไม่ได้ก็เสียใจเท่านั้นเอง คำว่าเสียใจคือทำให้ประชาชนมีความสุขไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเสียใจเพราะผมได้เป็นหรือไม่ได้เป็น เข้าใจนะ ฉะนั้นอย่าถามกันบ่อยนัก ใครจะไปใครจะมา ใครจะลาออก ใครจะไปอยู่พรรคไหนก็เรื่องของเขา เรื่องของสภาฯ พอสภาฯ ล่มโทษนายกฯ ซึ่งผมก็บอกไปแล้วสั่งทุกพรรคไปแล้วให้ไปร่วมประชุมสภาฯ เขาก็ตอบรับว่าครับๆๆ ถึงเวลาไปไม่ครบนายกฯ ทำไมไม่ควบคุม
ผมไม่โทษใครผมไม่โกรธใครอยู่แล้ว แต่อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าทุกคนมีหน้าที่มีความรับผิดชอบ ซึ่งทุกคนบอกว่านายกฯ มีหน้าที่ มีความรับผิดชอบต้องดูแลบ้านเมือง ฉะนั้น ส.ส.ทุกคนก็มีหน้าที่ของตัวเองในการทำงานในสภาฯ เป็นผู้ใหญ่แล้วโตกันหมดแล้ว อีกเรื่องใครจะเข้าใครจะออกพรรคไหนก็เรื่องของท่าน ผมไม่เคยทะเลาะกับใครนะ โอเค เท่านี้แหละ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วเรื่องของนายกฯ ว่าอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามอย่างมีอารมณ์ว่า “แล้วอะไรอีกล่ะ” เมื่อถามว่ากระแสข่าวที่จะไปสังกัดพรรคใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยเสียงดังว่า “ก็อยู่กันถึงวันนี้ ยังไม่รู้เรื่องเลยหรือไง”
เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามที่จะถามคือความชัดเจนของนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ รีบกล่าวสวนทันทีว่า “คืออะไร” เมื่อถามอีกว่า คืออยากฟังจากปากของนายกฯ เอง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “คิดเอาเองบ้าง เพราะทุกทีเวลาคิดเอาเอง เขียนเอาเอง ยังคิดได้”
เมื่อถามว่าเรื่องนี้สำคัญจะให้สื่อคิดเอาเองไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ เดินออกจากโพเดียมพร้อมกล่าวว่า “ถึงเวลาก็พูดเอง”
เมื่อถามว่าแล้วเวลานั้นคือเวลาไหน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าเป็นไปตามที่เป็นข่าวใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ รีบเดินขึ้นไปนั่งบนรถทันทีโดยไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด



