วันที่ 30 มกราคม 2566 ที่วัดดงแม่ศรีเมือง ต.ตาสัง อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ตรวจราชการติดตามการขับเคลื่อนระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้าในระดับพื้นที่
โดยทันทีที่มาถึง พล.อ.ประยุทธ์ สักการะหลวงพ่อโต และนมัสการพระครูนิวาสบุญญากร (หลวงพ่อบรรจง ปริปุณโณ) เจ้าอาวาสวัดดงแม่ศรีเมือง ที่วิหารหลวงพ่อโต โดยเจ้าอาวาสได้มอบพระพุทธรูปจำลองพระกำแพงสามขาให้กับนายกรัฐมนตรี
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ รับฟังการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร (บึงบอน) และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำบึงบอน อ.บรรพตพิสัย ก่อนกล่าวกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับตอนหนึ่งว่า “วันนี้เดินทางมาแต่เช้า แต่เครื่องมีปัญหานิดหน่อย ถ้าบินมาด้วยเครื่องลำนั้นป่านนี้ไม่รู้ไปถึงไหน วันนี้พูดเยอะ เหนื่อย แต่ยอมรับว่าทำ มันเหนื่อยกว่านี้อีก แต่ตนก็ทำมาโดยตลอด ทำให้กับทุกคนเพราะนี่คือประเทศไทย”
พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้แนะนำทีมงานที่เดินทางมาด้วย ช่วงหนึ่งได้แนะนำ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ว่า เลขาฯ มีหน้าที่ทำเรื่องของเอกสาร และแผนงานต่างๆ ที่อาจต้องมีการตรวจสอบให้นายกฯ ซึ่งพีระพันธุ์ เป็นผู้พิพากษาเก่าทำอย่างไรให้นายกฯ ปลอดภัยในเรื่องของกฎหมาย
รวมทั้งได้แนะนำเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมทั้งกล่าวว่า ที่ตนตั้ง สทนช. มาก็เพื่อบริหารจัดการน้ำ บูรณาการน้ำ เพราะมีหลายหน่วยงานเรื่องน้ำ ซึ่งตนมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับดูแลตรงนี้ แต่ทั้งหมดต้องมาที่ตน เพราะตนเป็นผู้อนุมัติในฐานะนายกฯ และนำเข้าพิจารณาในคณะรัฐมนตรี ก็ต้องดูว่าที่ทำขึ้นมารับได้หรือไม่ มีงบประมาณเพียงพอหรือไม่ เราต้องบริหารตรงนี้ให้ได้ ตามความเร่งด่วน
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้แนะนำ เสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกฯ ที่ตั้งขึ้นมาเพราะมีความใกล้ชิดประชาชน ก็เอามาช่วยงานกัน เขาอาสาสมัครเข้ามาไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ทำงานกันไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้แนะนำผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมระบุว่า “เมื่อกี้สั่งย้ายให้ไปประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1 -2 คน ยืนยันต่อไปนี้ใครมีเรื่องต้องถูกย้ายทั้งหมด ถ้ามีการเกี่ยวพันมีหลักฐานก็ย้ายไปประจำไม่เช่นนั้นไม่เข็ด คนดีในองค์กรเยอะแยะเสียหายไปหมดองค์กรก็เสียด้วย”
พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้แนะนำบรรดา ส.ส.ที่มาให้การต้อนรับ โดยให้ยืนโชว์ตัว พร้อมกระเซ้า นิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ ที่ครั้งแรกไม่ได้ลุกขึ้นยืน โดยระบุว่าไม่ใช่ ส.ส.หรืออย่างไร
“ผมไม่รู้หรอกพรรคไหน ผมก็ไม่รู้ แต่ ส.ส.เป็นผู้ที่จะต้องรับฟังความต้องการของประชาชนมาแล้วนำเสนอเข้ามาให้รัฐบาลทราบ ผมไม่ใช่ศัตรูของใคร สุดแล้วแต่ท่านจะเลือกกันอย่างไร แต่ทุกอย่างต้องมีหลักการในการทำงาน ทำไมผมจะเป็นคนที่ไม่รักพวกเรา ผมทำได้ทำไมผมถึงไม่ทำ ขอให้คิดอย่างนี้ มันจะได้เป็นกำลังใจให้กันและกัน ขัดแย้งกันไม่ได้อีกแล้ว เราไม่ต้องการให้ประเทศกลับไปสู่แบบเดิม ใครต้องการแบบเดิมบ้าง อย่าให้เกิดขึ้นอีกเลย ผมไม่พูดอะไรถึงใครหรอก แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับพวกเราทั้งนั้น มันมีช่องทางทุกอย่างที่จะแก้ไขปัญหาไม่ใช่ว่าจะไม่ถูกวิธีแล้วจะวุ่นไปทั้งหมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวพร้อมกับระบุด้วยว่า “นี่พูดแบบขึ้นรถไฟไปโน้นแทบจะกลับไม่ถูก”
ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ทุกคนต้องทำงานเชิงรุก ชุมชนต้องเข้มแข็ง ห่วงใยกัน มีจิตใจเอื้อเฟื้อถึงกันรักกันมากๆ อย่าให้อะไรต่างๆ ทำลายมิตรภาพของเรา เพราะฉะนั้นถ้าใครมีพฤติกรรมแบบนี้มา เราก็อย่าไปร่วมมือกับเขาเท่านั้นเอง เราก็อยู่ของเราเพื่อจะทำให้บ้านเมืองสงบสุข
“ขอขอบคุณอีกครั้ง ดีใจที่ได้พบกับพวกเรานำความปรารถนาดีมาให้ ถ้าเราต่างคนต่างมีจิตใจอันบริสุทธิ์ถึงกันมันก็จบแล้ว เขาเรียกว่าเป็นกุศล ขอให้คิดดีทำดี นั่นคือสิ่งที่จะทำให้เราเจริญไปข้างหน้าและมีความสุข”
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทักทายประชาชนพร้อมกล่าวด้วยว่า “รักทุกคน ไม่รักจะทนอยู่มาหลายปีได้ยังไง รักประชาชนจริงๆ” พร้อมกล่าวช่วงหนึ่งด้วยว่า “รักกันมากๆ อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. อบจ. ก็ดูโดยรวมให้ด้วย กำนันผู้ใหญ่บ้านสำคัญ เป็นกลไกที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ต้องทำในสิ่งที่ดีถูกต้อง”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ดังกล่าวมี สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ สุรชาติ ศรีบุศกร ส.ส.พิจิตร เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีกระแสข่าวเตรียมจะย้ายมาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มาให้การต้อนรับด้วย
โดยทันทีที่มาถึง พล.อ.ประยุทธ์ สักการะหลวงพ่อโต และนมัสการพระครูนิวาสบุญญากร (หลวงพ่อบรรจง ปริปุณโณ) เจ้าอาวาสวัดดงแม่ศรีเมือง ที่วิหารหลวงพ่อโต โดยเจ้าอาวาสได้มอบพระพุทธรูปจำลองพระกำแพงสามขาให้กับนายกรัฐมนตรี
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ รับฟังการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร (บึงบอน) และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำบึงบอน อ.บรรพตพิสัย ก่อนกล่าวกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับตอนหนึ่งว่า “วันนี้เดินทางมาแต่เช้า แต่เครื่องมีปัญหานิดหน่อย ถ้าบินมาด้วยเครื่องลำนั้นป่านนี้ไม่รู้ไปถึงไหน วันนี้พูดเยอะ เหนื่อย แต่ยอมรับว่าทำ มันเหนื่อยกว่านี้อีก แต่ตนก็ทำมาโดยตลอด ทำให้กับทุกคนเพราะนี่คือประเทศไทย”
พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้แนะนำทีมงานที่เดินทางมาด้วย ช่วงหนึ่งได้แนะนำ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ว่า เลขาฯ มีหน้าที่ทำเรื่องของเอกสาร และแผนงานต่างๆ ที่อาจต้องมีการตรวจสอบให้นายกฯ ซึ่งพีระพันธุ์ เป็นผู้พิพากษาเก่าทำอย่างไรให้นายกฯ ปลอดภัยในเรื่องของกฎหมาย
รวมทั้งได้แนะนำเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมทั้งกล่าวว่า ที่ตนตั้ง สทนช. มาก็เพื่อบริหารจัดการน้ำ บูรณาการน้ำ เพราะมีหลายหน่วยงานเรื่องน้ำ ซึ่งตนมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับดูแลตรงนี้ แต่ทั้งหมดต้องมาที่ตน เพราะตนเป็นผู้อนุมัติในฐานะนายกฯ และนำเข้าพิจารณาในคณะรัฐมนตรี ก็ต้องดูว่าที่ทำขึ้นมารับได้หรือไม่ มีงบประมาณเพียงพอหรือไม่ เราต้องบริหารตรงนี้ให้ได้ ตามความเร่งด่วน
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้แนะนำ เสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกฯ ที่ตั้งขึ้นมาเพราะมีความใกล้ชิดประชาชน ก็เอามาช่วยงานกัน เขาอาสาสมัครเข้ามาไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ทำงานกันไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้แนะนำผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมระบุว่า “เมื่อกี้สั่งย้ายให้ไปประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1 -2 คน ยืนยันต่อไปนี้ใครมีเรื่องต้องถูกย้ายทั้งหมด ถ้ามีการเกี่ยวพันมีหลักฐานก็ย้ายไปประจำไม่เช่นนั้นไม่เข็ด คนดีในองค์กรเยอะแยะเสียหายไปหมดองค์กรก็เสียด้วย”
พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้แนะนำบรรดา ส.ส.ที่มาให้การต้อนรับ โดยให้ยืนโชว์ตัว พร้อมกระเซ้า นิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ ที่ครั้งแรกไม่ได้ลุกขึ้นยืน โดยระบุว่าไม่ใช่ ส.ส.หรืออย่างไร
“ผมไม่รู้หรอกพรรคไหน ผมก็ไม่รู้ แต่ ส.ส.เป็นผู้ที่จะต้องรับฟังความต้องการของประชาชนมาแล้วนำเสนอเข้ามาให้รัฐบาลทราบ ผมไม่ใช่ศัตรูของใคร สุดแล้วแต่ท่านจะเลือกกันอย่างไร แต่ทุกอย่างต้องมีหลักการในการทำงาน ทำไมผมจะเป็นคนที่ไม่รักพวกเรา ผมทำได้ทำไมผมถึงไม่ทำ ขอให้คิดอย่างนี้ มันจะได้เป็นกำลังใจให้กันและกัน ขัดแย้งกันไม่ได้อีกแล้ว เราไม่ต้องการให้ประเทศกลับไปสู่แบบเดิม ใครต้องการแบบเดิมบ้าง อย่าให้เกิดขึ้นอีกเลย ผมไม่พูดอะไรถึงใครหรอก แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับพวกเราทั้งนั้น มันมีช่องทางทุกอย่างที่จะแก้ไขปัญหาไม่ใช่ว่าจะไม่ถูกวิธีแล้วจะวุ่นไปทั้งหมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวพร้อมกับระบุด้วยว่า “นี่พูดแบบขึ้นรถไฟไปโน้นแทบจะกลับไม่ถูก”
ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ทุกคนต้องทำงานเชิงรุก ชุมชนต้องเข้มแข็ง ห่วงใยกัน มีจิตใจเอื้อเฟื้อถึงกันรักกันมากๆ อย่าให้อะไรต่างๆ ทำลายมิตรภาพของเรา เพราะฉะนั้นถ้าใครมีพฤติกรรมแบบนี้มา เราก็อย่าไปร่วมมือกับเขาเท่านั้นเอง เราก็อยู่ของเราเพื่อจะทำให้บ้านเมืองสงบสุข
“ขอขอบคุณอีกครั้ง ดีใจที่ได้พบกับพวกเรานำความปรารถนาดีมาให้ ถ้าเราต่างคนต่างมีจิตใจอันบริสุทธิ์ถึงกันมันก็จบแล้ว เขาเรียกว่าเป็นกุศล ขอให้คิดดีทำดี นั่นคือสิ่งที่จะทำให้เราเจริญไปข้างหน้าและมีความสุข”
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทักทายประชาชนพร้อมกล่าวด้วยว่า “รักทุกคน ไม่รักจะทนอยู่มาหลายปีได้ยังไง รักประชาชนจริงๆ” พร้อมกล่าวช่วงหนึ่งด้วยว่า “รักกันมากๆ อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. อบจ. ก็ดูโดยรวมให้ด้วย กำนันผู้ใหญ่บ้านสำคัญ เป็นกลไกที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ต้องทำในสิ่งที่ดีถูกต้อง”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ดังกล่าวมี สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ สุรชาติ ศรีบุศกร ส.ส.พิจิตร เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีกระแสข่าวเตรียมจะย้ายมาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มาให้การต้อนรับด้วย





