พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดสิงห์บุรี ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าพื้นที่ก่อสร้างพนังกั้นน้ำ ตำบลน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี และเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม ‘ข้าวรักษ์โลก’ บริเวณพื้นที่นานำร่อง หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี
การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เดินทางร่วมคณะ สวมเสื้อม่อฮ่อมแขนยาว ปักข้อความ ‘ฅนศูนย์ข้าว’ โดยมี สุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ให้การต้อนรับ และมีชาวบ้านมาผูกผ้าขาวม้าร่วมต้อนรับนายกฯ ด้วย
โดยนายกรัฐมนตรีได้ทดลองขับรถดำนาปลูกข้าว Yammer รุ่น 80 D ปลูกได้ครั้งละ 8 แถว เป็นรถระบบดีเซล ร่วมกับชาวนา พร้อมกับปล่อยปลายี่รวมประมาณ 5,000 ตัว ร่วมกับเกษตรกร และปล่อยแหนแดง ปล่อยผำน้ำสำหรับเป็นอาหารของปลากินพืช ซึ่งเป็นอาหารธรรมชาติช่วยลดต้นทุนอาหารเคมีทั่วไป ทั้งนี้ภายในงานตัวแทนเกษตรกรยังสวมเสื้อม่อฮ่อมปักข้อความ ‘ฅนศูนย์ข้าว’ มาต้อนรับนายกฯ ด้วยเช่นกัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดกิจกรรม ‘ข้าวรักษ์โลก’ ว่า ยินดีวันนี้ได้มาพบปะ ทุกครั้งที่มาดีใจชื่นใจที่ได้เห็นทุกคนที่อยู่ตรงนี้ นี่คือพ่อแม่พี่น้องเชื้อสายคนไทยด้วยกัน ล้วนแต่มีความรักความสามัคคีจนถึงวันนี้ และไปสู่ลูกหลานของเราในอนาคตด้วยความรักความสามัคคี ความเคารพในกติกาซึ่งกันและกันและเรามีแกนหลักคือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทำให้ยืนหยัดจนถึงทุกวันนี้ วันนี้ดีใจมาจังหวัดสิงห์บุรี คงไม่ต้องพูดว่ามีอะไรบ้าง มีทั้งการเกษตรปลาช่อน และข้าวสายพันธุ์ต่างๆ
พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวช่วงหนึ่งขณะเปิดงาน ว่า เป็นนายกรัฐมนตรีมา 8 ปี ไม่ได้ดูว่าเป็นของใคร ทุกจังหวัดคือคนไทยหรือไม่ ตนต้องดูแลคนไทยทั้งประเทศมากบ้านน้อยบ้างตามแผนงาน โครงการที่ขอขึ้นมา แต่ต้องมีการตรวจสอบ ตนไม่เลือกปฏิบัติขึ้นอยู่กับความต้องการว่าเร่งด่วนมากน้อยแค่ไหน เกิดประโยชน์กับคนเท่าไหร่ หากจำเป็นก็ต้องทำให้
“ขออย่างเดียวอย่าทุจริต ขอย้ำเตือนอีกครั้งอย่าทุจริต ผมมีหน้าที่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีในการกำกับดูแลติดตามอนุมัติ อนุญาต แต่ผมจะสั่งเสมอว่าจะต้องโปร่งใสสุจริตและเป็นธรรม ตรวจสอบได้ ถ้าตรวจสอบแล้วพบร้องเรียนมาเลย จะตรวจสอบหมดตามกฎหมาย เพราะนายกฯ ไม่สามารถที่จะลงไปถึงคนข้างล่างได้ ซึ่งนายกฯ ได้สั่งการไปแล้วนำเข้า ครม. โดยงบประมาณทุกอย่างถ้านายกฯ ไม่เห็นชอบ ไม่เกิดประโยชน์กับประเทศก็จะไม่อนุมัติ อันไหนเร่งด่วนมากน้อยถ้าไม่ทำตอนนี้แล้วจะเสียหาย หรือทำในปีหน้าได้ก็ต้องคิดแบบนี้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้ขอให้เห็นใจเรากำลังนำภาษีจากหลายทางมาใช้ ฉะนั้นต้องบริหารภาษีเหล่านี้ให้เป็นธรรม เราต้องนึกว่าเขาเสียมากควรจะต้องทำอะไรให้บ้าง ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาเพื่อมีกำลังที่จะเสียภาษีมากขึ้นต่อไปในอนาคต ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ฉะนั้นนายกฯ จะใช้ให้ดีที่สุด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า มาสิงห์บุรีก็ดีใจไม่เคยรักประชาชนน้อยกว่าที่ประชาชนรัก ต้องขอบคุณในการต้อนรับ รอยยิ้มทุกคน “อย่างไรก็ตามวันนี้มาดีใจ เพราะเป็นการมาเยี่ยมต่างจังหวัดครั้งแรกหลังปีใหม่ ขอให้กำลังใจทุกคน รู้ว่าลำบาก นายกฯ ไม่เคยหยุดคิด เหนื่อยก็ต้องทน แผ่นดินนี้เป็นของเรา ช่วยกันรักษาแผ่นดินนี้ให้งดงามต่อไป”
จากนั้นนายกรัฐมนตรีเดินพบปะเกษตรกร สอบถามความเป็นอยู่ พร้อมกล่าวว่า “ให้กำลังใจทุกคน รู้ทุกคนลำบาก ไม่รักประชาชนแล้วจะไปรักใคร รับรู้ถึงหัวอกพวกเราและความยากลำบาก” ขณะที่ชาวบ้าน เกษตรกร ให้กำลังใจนายกฯ สู้ๆ ขอถ่ายรูป และขอสวมกอด
ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม นายกรัฐมนตรีได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกับรัฐมนตรีและตัวแทนชาวนา ที่บริเวณพื้นที่จัดงาน โดยนั่งเก้าอี้กองฟองและโต๊ะรับประทานอาหารเป็นแคร่ไม้ไผ่
สำหรับเมนูอาหารได้แก่ แกงเผ็ดไก่ใส่หน่อไม้ ไข่พะโล้ ปลาช่อนแดดเดียวทอด กุนเชียงทอด ส้มตำ ไก่ยาง ของหวานขนมบ้าบิ่น คลองแคลง ไอติมกะทิ ทั้งนี้เมนูอาหารดังกล่าว นางภรณี มารดาของ ชัยวุฒิ เป็นผู้ดูแลจัดเตรียม
โดยก่อนรับประทาน พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าเมนูอาหารบนโต๊ะเป็นของโปรดตัวเอง โดยเฉพาะแกงไก่ใส่หน่อไม้
การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เดินทางร่วมคณะ สวมเสื้อม่อฮ่อมแขนยาว ปักข้อความ ‘ฅนศูนย์ข้าว’ โดยมี สุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ให้การต้อนรับ และมีชาวบ้านมาผูกผ้าขาวม้าร่วมต้อนรับนายกฯ ด้วย
โดยนายกรัฐมนตรีได้ทดลองขับรถดำนาปลูกข้าว Yammer รุ่น 80 D ปลูกได้ครั้งละ 8 แถว เป็นรถระบบดีเซล ร่วมกับชาวนา พร้อมกับปล่อยปลายี่รวมประมาณ 5,000 ตัว ร่วมกับเกษตรกร และปล่อยแหนแดง ปล่อยผำน้ำสำหรับเป็นอาหารของปลากินพืช ซึ่งเป็นอาหารธรรมชาติช่วยลดต้นทุนอาหารเคมีทั่วไป ทั้งนี้ภายในงานตัวแทนเกษตรกรยังสวมเสื้อม่อฮ่อมปักข้อความ ‘ฅนศูนย์ข้าว’ มาต้อนรับนายกฯ ด้วยเช่นกัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดกิจกรรม ‘ข้าวรักษ์โลก’ ว่า ยินดีวันนี้ได้มาพบปะ ทุกครั้งที่มาดีใจชื่นใจที่ได้เห็นทุกคนที่อยู่ตรงนี้ นี่คือพ่อแม่พี่น้องเชื้อสายคนไทยด้วยกัน ล้วนแต่มีความรักความสามัคคีจนถึงวันนี้ และไปสู่ลูกหลานของเราในอนาคตด้วยความรักความสามัคคี ความเคารพในกติกาซึ่งกันและกันและเรามีแกนหลักคือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทำให้ยืนหยัดจนถึงทุกวันนี้ วันนี้ดีใจมาจังหวัดสิงห์บุรี คงไม่ต้องพูดว่ามีอะไรบ้าง มีทั้งการเกษตรปลาช่อน และข้าวสายพันธุ์ต่างๆ
พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวช่วงหนึ่งขณะเปิดงาน ว่า เป็นนายกรัฐมนตรีมา 8 ปี ไม่ได้ดูว่าเป็นของใคร ทุกจังหวัดคือคนไทยหรือไม่ ตนต้องดูแลคนไทยทั้งประเทศมากบ้านน้อยบ้างตามแผนงาน โครงการที่ขอขึ้นมา แต่ต้องมีการตรวจสอบ ตนไม่เลือกปฏิบัติขึ้นอยู่กับความต้องการว่าเร่งด่วนมากน้อยแค่ไหน เกิดประโยชน์กับคนเท่าไหร่ หากจำเป็นก็ต้องทำให้
“ขออย่างเดียวอย่าทุจริต ขอย้ำเตือนอีกครั้งอย่าทุจริต ผมมีหน้าที่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีในการกำกับดูแลติดตามอนุมัติ อนุญาต แต่ผมจะสั่งเสมอว่าจะต้องโปร่งใสสุจริตและเป็นธรรม ตรวจสอบได้ ถ้าตรวจสอบแล้วพบร้องเรียนมาเลย จะตรวจสอบหมดตามกฎหมาย เพราะนายกฯ ไม่สามารถที่จะลงไปถึงคนข้างล่างได้ ซึ่งนายกฯ ได้สั่งการไปแล้วนำเข้า ครม. โดยงบประมาณทุกอย่างถ้านายกฯ ไม่เห็นชอบ ไม่เกิดประโยชน์กับประเทศก็จะไม่อนุมัติ อันไหนเร่งด่วนมากน้อยถ้าไม่ทำตอนนี้แล้วจะเสียหาย หรือทำในปีหน้าได้ก็ต้องคิดแบบนี้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้ขอให้เห็นใจเรากำลังนำภาษีจากหลายทางมาใช้ ฉะนั้นต้องบริหารภาษีเหล่านี้ให้เป็นธรรม เราต้องนึกว่าเขาเสียมากควรจะต้องทำอะไรให้บ้าง ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาเพื่อมีกำลังที่จะเสียภาษีมากขึ้นต่อไปในอนาคต ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ฉะนั้นนายกฯ จะใช้ให้ดีที่สุด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า มาสิงห์บุรีก็ดีใจไม่เคยรักประชาชนน้อยกว่าที่ประชาชนรัก ต้องขอบคุณในการต้อนรับ รอยยิ้มทุกคน “อย่างไรก็ตามวันนี้มาดีใจ เพราะเป็นการมาเยี่ยมต่างจังหวัดครั้งแรกหลังปีใหม่ ขอให้กำลังใจทุกคน รู้ว่าลำบาก นายกฯ ไม่เคยหยุดคิด เหนื่อยก็ต้องทน แผ่นดินนี้เป็นของเรา ช่วยกันรักษาแผ่นดินนี้ให้งดงามต่อไป”
จากนั้นนายกรัฐมนตรีเดินพบปะเกษตรกร สอบถามความเป็นอยู่ พร้อมกล่าวว่า “ให้กำลังใจทุกคน รู้ทุกคนลำบาก ไม่รักประชาชนแล้วจะไปรักใคร รับรู้ถึงหัวอกพวกเราและความยากลำบาก” ขณะที่ชาวบ้าน เกษตรกร ให้กำลังใจนายกฯ สู้ๆ ขอถ่ายรูป และขอสวมกอด
ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม นายกรัฐมนตรีได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกับรัฐมนตรีและตัวแทนชาวนา ที่บริเวณพื้นที่จัดงาน โดยนั่งเก้าอี้กองฟองและโต๊ะรับประทานอาหารเป็นแคร่ไม้ไผ่
สำหรับเมนูอาหารได้แก่ แกงเผ็ดไก่ใส่หน่อไม้ ไข่พะโล้ ปลาช่อนแดดเดียวทอด กุนเชียงทอด ส้มตำ ไก่ยาง ของหวานขนมบ้าบิ่น คลองแคลง ไอติมกะทิ ทั้งนี้เมนูอาหารดังกล่าว นางภรณี มารดาของ ชัยวุฒิ เป็นผู้ดูแลจัดเตรียม
โดยก่อนรับประทาน พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าเมนูอาหารบนโต๊ะเป็นของโปรดตัวเอง โดยเฉพาะแกงไก่ใส่หน่อไม้








