เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 วาระแรก หลังฝ่ายค้านเตรียมขู่คว่ำร่างฯ โดยมองว่า เป็นเรื่องของการเมือง เวทีสภาฯ ถือเป็นเวทีที่ให้ทุกฝ่ายมานำเสนอ มีข้อท้วงติง แต่เชื่อว่า การคว่ำ อยากให้คิดถึงประโยชน์ของประชาชน
ส่วนเป็นไปได้หรือไม่ที่จะคว่ำร่างฯ ดังกล่าว เศรษฐา ระบุว่า ส่วนตัวเข้าใจว่า เรามี 314 เสียง ก็เหนียวแน่น คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร
ส่วนกระแสข่าวที่จะมีการปรับพรรคพลังประชารัฐออกจากพรรคร่วมรัฐบาล จะกระทบกับการลงมติในครั้งนี้หรือไม่ เศรษฐา ระบุว่า ไม่เคยคุยว่าจะปรับอะไรเลย ไม่เคยพูดอะไรเลย กระแสข่าวที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากตนเอง แต่ถ้าอยู่ 4 ปีแล้วไม่ปรับครม.เลยก็คงเป็นไปไม่ได้ อย่าไปคาดเดา มันมีเรื่องสำคัญอีกเยอะแยะ
เมื่อถามว่า จะเป็นการสร้างกระแสปั่นป่วนในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่ากระแสข่าวไม่ได้มาจากตนเอง และคนที่จรดปากกา คือตนเอง ขอให้ดูปัญหาของบ้านเมืองเป็นหลัก พร้อมขอเล่นการเมืองให้น้อยลง
เมื่อถามว่า การให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ถือเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับพรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่ เศรษฐา กล่าวว่า “ผมให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่าเราเอาปัญหาของประชาชนเป็นหลัก”
ส่วนที่จะมีการนัดหมายรับประทานอาหารของพรรคร่วมรัฐบาลประจำเดือน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐเป็นผู้นัดหมาย แต่ในสัปดาห์หน้าจะมีการลงพื้นที่ต่างจังหวัดหลายพื้นที่ ก็จะมีการลงไปตั้งแต่วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายนนี้ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ ชัยภูมิ แล้วจะไปจบที่การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดนครราชสีมา ดังนั้นหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรเสร็จสิ้นก็น่าจะว่างอยู่
นายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยว่า ได้มีการพูดคุยกับ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เมื่อคืนนี้ โดยได้ปรึกษาเรื่องตลาดหลักทรัพย์และหลายๆเรื่อง และในวันที่ 24 หรือ 25 มิ.ย.นี้ รมว.คลังจะมีการแถลงมาตรการเศรษฐกิจสั้น กลาง ยาว เป็นการแถลงใหญ่
ทั้งนี้ ล่าสุด เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ โดยระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการปรับกรอบเงินเฟ้อนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ต้องพูดคุยกันต่อไป เป็นหน้าที่ของพิชัยที่จะต้องพูดคุย และเชื่อว่า การปรับกรอบเงินเฟ้อยังเป็นหนึ่งในหลายๆแนวทางที่เราสามารถพูดคุยกันได้ ท่านจะคุยกับสื่อต่างประเทศอย่างเดียว ไม่คุยกับสื่อไทยเลยหรือ
ส่วนกรณีที่ สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เรียกร้องให้รัฐบาลดูแลราคาน้ำมันดีเซลและประกาศจะรวมตัวในช่วงต้นเดือนก.ค.นี้ รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยตรึงราคาน้ำมันหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องขอไปพูดคุยกับกระทรวงพลังงานก่อน




