PM_Srettha_and_Thammanas_go_to_Samutsongkram_IUU_SPACEBAR_Photo00_ae99cec92f.jpeg
PM_Srettha_and_Thammanas_go_to_Samutsongkram_IUU_SPACEBAR_Photo01_60fb7f4136.jpeg
PM_Srettha_and_Thammanas_go_to_Samutsongkram_IUU_SPACEBAR_Photo02_acca39919f.jpeg
PM_Srettha_and_Thammanas_go_to_Samutsongkram_IUU_SPACEBAR_Photo03_8b56dae303.jpeg

Photo Story: ‘เศรษฐา’ ควง ‘ธรรมนัส’ ลุยสมุทรสงคราม

1 ก.ย. 2566 - 13:25

  • ‘เศรษฐา’ ควง ‘ธรรมนัส’ แก้ปัญหาประมง ตั้งวันสต๊อปช็อป แก้ปัญหาแรงงาน มุ่งแก้ปัญหาแรงงานประมงใช้วันสต๊อ

  • ย้ำขึ้นค่าแรงจำเป็นแต่เน้นเพิ่มรายได้

  • ชูเป็นรัฐบาลของประชาชนทุกคน

PM_Srettha_and_Thammanas_go_to_Samutsongkram_IUU_SPACEBAR_Photo00_ae99cec92f.jpeg
PM_Srettha_and_Thammanas_go_to_Samutsongkram_IUU_SPACEBAR_Photo01_60fb7f4136.jpeg
PM_Srettha_and_Thammanas_go_to_Samutsongkram_IUU_SPACEBAR_Photo02_acca39919f.jpeg
PM_Srettha_and_Thammanas_go_to_Samutsongkram_IUU_SPACEBAR_Photo03_8b56dae303.jpeg
เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 1 ก.ย. ที่ท่าเทียบเรือ โรงน้ำแข็งศิริไพโรจน์ จ.สมุทรสงคราม เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย มนพร เจริญศรี ว่าที่รมช.คมนาคม และรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลประกอบด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าที่รมว.เกษตรและสหกรณ์ ไผ่ ลิกค์ ว่าที่รมช.พาณิชย์ เพื่อรับฟังปัญหาจากตัวแทนชาวประมงในพื้นที่ ที่ได้รับถึงผลกระทบจากประกาศของ IUU และแนวทางในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง พร้อมกันนี้ยังมีคณะทำงานด้านการประมงของพรรคเพื่อไทย อาทิ ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯ วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ร่วมคณะ มีสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม รอให้การต้อนรับ  
      
ทันทีที่เดินทางมาถึง นายกฯและคณะได้เดินไปยังบริเวณท่าเรือเพื่อดูเรือประมงที่จอดไว้โดยไม่สามารถออกไปทำประมงได้ รวมถึงดูการขึ้นปลา และการตรวจนับลูกเรือที่ออกไปทำประมงที่มีความสำคัญ หากไม่เป็นไปตาม IUU จะถูกปรับเป็นเงินจำนวนมาก  
 
ทั้งนี้ เศรษฐา กล่าวทักทายประชาชนว่า วันนี้มาในอีกสถานะหนึ่ง ตอนมาหาเสียงเลือกตั้ง ได้มาพูดคุยเรื่องการประมงที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ก่อนมี IUU ไทยส่งออกสินค้าด้านการประมง 3.5 แสนล้าน แต่ตอนนี้นำเข้า 1.5 แสนล้าน ทำให้เสียหายจำนวนมาก วันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล มั่นใจว่าที่รัฐมนตรีที่มาด้วยกันวันนี้มีความสามารถ มีความรู้ทำงานเรื่องการประมงมานาน ต้องการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ ทั้งกฎหมายภายในและการเจรจาระหว่างประเทศควบคู่กันไป  
  
จากนั้น ตัวแทนกลุ่มประมงได้สะท้อนปัญหาการทำประมงแก่นายกฯและคณะ เช่นขอให้แก้กฎหมายต่างๆ ที่เป็นปัญหาต่อการทำประมง จำนวน 13 ฉบับ ที่จะสามารถทำให้การประมงสามารถขับเคลื่อนได้ และขอให้การบังคับใช้แรงงานต่างด้าวในภาคประมงเหมือนกับแรงงานต่างด้าวที่ทำงานบนฝั่งที่ภาคประมงจะใช้เวลานาน รวมถึงเสนอว่า การขึ้นค่าแรงที่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ขอให้ทำทีละขั้นไม่ให้ภาคธุรกิจสะดุดกว่า โดยเศรษฐา กล่าวว่า ได้เห็นถึงความลำบากและปัญหา ตั้งแต่รับสนองพระบรมราชโองการมา ก็ไปดูเรื่องการท่องเที่ยว การแก้ปัญหาหนี้สิน และเรื่องที่สามคือเรื่องประมง เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญสูงสุด เรื่องปัญหาแรงงานเราจะแก้ปัญหา ให้เอกสารอยู่ในวันสต๊อปช็อปได้ อะไรอยู่ในอำนาจคณะรัฐมนตรี จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาให้ร.อ.ธรรมนัส เป็นหัวหน้า และเชิญผู้เกี่ยวข้องมาพูดคุยกัน หลายอย่างอาจทำไม่ได้ในคราวเดียว ขอให้อดทน และขอให้มั่นใจรัฐบาลเพื่อไทยอะไรทำได้ จะทยอยทำไปก่อนเพื่อให้ลืมตาอ้าปากได้ เรื่องใหญ่ๆ อย่างเช่น เรื่องน่านน้ำที่ประเทศอินโดนีเซีย มีทรัพยากรเยอะมาก แต่ไม่มีความสามารถในการจับสัตว์น้ำ ดังนั้นขอให้ความมั่นใจเราจะเดินหน้าเต็มที่ในการเปิดประตูการค้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญ  
  
จากนั้น เศรษฐา ให้สัมภาษณ์ กรณีการจัดการวันสต็อปช๊อปรูปแบบจะเป็นอย่างไร กล่าวว่า ต้องให้คณะทำงานดูก่อน วันนี้มาดูแล้วเห็นปัญหาว่า แรงงานที่จะทำงานต้องมีเอกสารจำนวนมาก มีหลายกระทรวงเข้ามาเกี่ยวข้อง หากเอกสารขาดก็เห็นใจ อีกทั้งเอกสารต่างๆก็ยังเป็นกระดาษก็อยากให้เข้าระบบออนไลน์ทั้งหมดเพื่อความสะดวก และในแง่การตรวจก็จะดีขึ้น  
      
เมื่อถามว่าที่ระบุให้ ร.อ.ธรรมนัส เป็นผู้ดูแลเรื่องประมง จะดูแลเฉพาะเรื่องประมง หรือหมายรวมไปถึงเรื่องเกษตรทั้งหมด เศรษฐา กล่าวว่า เมื่อเป็นว่าที่รมว.เกษตรและสหกรณ์ก็ต้องดูทั้งหมดด้วย และจากที่กล่าวไป สัปดาห์ก่อนไปดูเรื่องท่องเที่ยว ตามด้วยเรื่องการแก้ปัญหาหนี้สิน เรื่องประมงเป็นเรื่องที่สามที่มาดูเอง เชื่อว่าเรื่องนี้พร้อมช่วยเหลือเต็มที่ เข้ามาทำงานร่วมกับผู้ประกอบการและจัดการแก้ปัญหาโดยเร็ว ยอมรับว่าปัญหาใหญ่ ปัญหาเยอะ อะไรที่ทำได้ จะทำก่อน 
      
เมื่อถามว่าเท่าที่รับฟังปัญหาอะไรทำได้ทำทันที เศรษฐา กล่าวว่า ขอพิจารณา อะไรที่เกี่ยวกับกฎกระทรวงทบวงกรม หรือเข้าคณะรัฐมนตรี และต้องเจรจาการค้าระหว่างประเทศก็อาจจะนานหน่อย เช่นเรื่องวิทยุมดขาด มดดำ ที่เพิ่งมีการบังคับใช้ในระยะหลังทั้งที่มีการสื่อสารทางวิทยุกันอยู่แล้ว  
      
เมื่อถามถึง พ.ร.บ.บริหารจัดการแรงงานต่างด้าว มาตรา 14 ที่เป็นปัญหาสำหรับแรงงานต่างด้าวจะสามารถแก้ได้ทันทีหรือไม่ เศรษฐา กล่าวว่า ต้องศึกษาร่วมกับกระทรวงแรงงานด้วย เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ต้องมาพูดคุยกันทุกฝ่าย  
  
เมื่อถามว่าน่านน้ำอินโดนิเซีย จะสามารถเข้าไปเจรจาได้เลยหรือไม่ เศรษฐา กล่าวว่า ขอดูก่อน แต่ถือเป็นประเทศอาเซียนด้วยเหมือนกัน และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเรา และไม่ถึอว่าแย่งกันทำงาน เพราะเขามีทรัพยากร เรามีความรู้ทางการทำประมง ถ้ามาร่วมกันได้กันแบ่งปันผลประโยชน์ก็น่าจะลงตัวและเดินหน้าด้วยกันได้    
เมื่อถามว่า ที่มามุ่งปัญหาประมงเพราะปัญหา 8-9 ปีทำให้ประเทศติดหล่มใช่หรือไม่ เศรษฐา กล่าวว่า ประเทศเสียหายรายได้เป็นจำนวนปีละ 5 แลนล้าน ผ่านมากี่ปีแล้วเป็นเงินเท่าไร ก็ต้องมาแก้ไขเดินหน้าดีกว่า อย่ามองเรื่องปัญหาเก่า อย่าไปว่าใครเลยดีกว่า และมั่นใจว่ากฎหมายต่างๆ ที่ผู้กระกอบการประมงเสนอมา มั่นใจสามารถแก้ไขได้ ต้องฝาก ร.อ.ธรรมนัสเป็นผู้รับผิดชอบ สำหรับเรื่องค่าแรงที่ทางผู้ประกอบการบอกว่าจะหมุนเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งเรื่องค่าแรงเป็นนโยบายหลักของทุกพรรคการเมือง ขึ้นค่าแรงก็ต้องระมัดระวังในการขึ้นเพราะเป็นการขึ้นภาระค่าใช้จ่ายของทุกภาคส่วน แต่มีความจำเป็นเพราะค่าครองชีพสูงขึ้น ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือการเน้นเพิ่มรายได้ ถ้าเพิ่มรายได้ให้เอสเอ็มอีได้ ก็จะสามารถเพิ่มค่าแรงได้ ซึ่งจะเร่งทำทันทีก็อาจจะช่วงปีใหม่ แต่ต้องคุยกับพรรคร่วมอีกครั้ง เพราะทำงานเป็นรัฐบาลที่มีพรรคร่วม  
  
เมื่อถามว่า ลักษณะการทำงานของนายกฯหลังจากนี้จะไปควบคู่กับรัฐมนตรีที่มาจากพรรคต่างๆใช่หรือไม่ เศรษฐา กล่าวว่า เป็นธรรมดา ที่ต้องร่วมกับรัฐมนตรี อยากให้มองเป็นองค์รวมว่า ไม่ใช่รัฐบาลของพรรคเพื่อไทย แต่เป็นรัฐบาลของประชาชน ประกอบกับหลายพรรคการเมือง เชื่อว่าทุกรัฐมนตรีที่ได้รับการพูดถึงทุกท่านมีความเป็นห่วงปัญหาปากท้องของประชาชนและมีความปราถนาดีของประเทศขอแค่โอกาส  
      
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง จากนั้น นายกฯและคณะ ได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ซึ่งเมนูอาหารประกอบด้วย แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย ผัดกระเพราทะเล และปลาทูทอดหวาน โดยนายกฯได้ลงมือตักอาหารรับประทานด้วยตัวเองด้วย 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์