เห็นผลงาน รบ. แน่! ‘เศรษฐา’ มั่นใจพร้อมให้ตรวจสอบ

7 ก.ย. 2566 - 13:08

  • ‘นายกฯ เศรษฐา’ ลั่นได้เห็นผลงานรัฐบาลแน่

  • เข้าใจ ‘ฝ่ายค้าน’ ตั้งป้อมซักนโยบาย มั่นใจพร้อมให้ตรวจสอบ

  • แย้มได้โฆษก รบ.แล้ว ไม่ตั้ง ครม.เศรษฐกิจ ชี้เทคโนโลยีสื่อสารก้าวหน้าไม่จำเป็นต้องมี

PM_Srettha_confirms_that_he_will_definitely_see_the_work_of_the_government_SPACEBAR_Hero_571a278405.jpeg
ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 7 กันยายน 2566 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รมว.คลัง) เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำการพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงที่มาของแหล่งเงินที่จะใช้สำหรับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่า ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับหลายภาคส่วน ขณะนี้อยู่ระหว่างการขับเคลื่อนงบประมาณว่าเงินจะมาจากไหน  

โดยเมื่อวันที่ 6 กันยายน ได้พูดคุยกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ให้ข้อคิดมาหลายเรื่อง โดยให้คำแนะนำว่าถ้าเราจะออกดิจิทัลวอลเล็ต ในระยะกลางและระยะยาวของประเทศระบบการเงินการคลังของประเทศจะเป็นลักษณะไหน อย่างเช่นตัวเลขหนี้สาธารณะจะขึ้นจะลงอย่างไร  

ส่วนกระแสข่าวที่รัฐบาลจะกู้เงินจากรัฐวิสาหกิจมาใช้ดำเนินนโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท รวมถึงจะใช้ช่องทางการออกพันธบัตรระดมเงินมาใช้ในโครงการนี้หรือไม่นั้น นายกฯ เศรษฐา กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดเตรียมงบประมาณว่าจะใช้เงินจากไหน โดยมีการหารือกับทุกภาคส่วน ขอเวลา ขอทำการบ้านให้ดีก่อน ต้องรอให้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนจึงจะสามารถสั่งการได้ แต่เป็นรูปแบบบล็อกเชนแน่นอน และนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตจะออกในช่วงไตรมาส 1 /67 แน่นอน 

“ตอนนี้ไม่อยากให้มีการพูดคุยกันไปหลายอย่าง จนทำให้เกิดความสับสน อีกทั้งยังไม่ได้เข้าบริหารงานอย่างเป็นทางการ อยากให้มีการแถลงนโบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาก่อน ขอให้ใจเย็นๆ ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการพูดคุยกับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเก็บข้อมูล” นายกฯ เศรษฐา กล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกวันที่ 13 กันยายน นอกจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และลดราคาพลังงานแล้วมีเรื่องอะไรเร่งด่วนอีกบ้าง นายกฯ เศรษฐา กล่าวว่า ขอให้อดใจนิดหนึ่งเพราะมีหลายเรื่อง มีเรื่องที่เตรียมไว้ยาวมาก  

“เราได้มีการประกาศไว้แล้วว่าการประชุม ครม.นัดแรกจะทำอะไรบ้าง และต้องไปดูว่าวันที่จะเริ่มทำได้จริงเมื่อไหร่ ถ้าพูดไปก่อนเดี๋ยวจะเกิดความสับสน”  

เมื่อถามว่าการประชุม ครม.วันที่ 13 กันยายน จะแบ่งงานให้รองนายกฯ เลยหรือไม่ นายกฯ เศรษฐา กล่าวว่า น่าจะและกำลังทำอยู่ ซึ่งวันนี้ (7 กันยายน) ก็จะเป็นเรื่องหนึ่งในการพิจารณากับคณะทำงาน  

เมื่อถามว่านายกฯ ระบุจะนั่งเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) นายกฯ จะดูแลงานด้านความมั่นคงด้วยตัวเองเลยหรือไม่ นายกฯ เศรษฐา กล่าวว่า เรื่องนี้จะพูดคุยกันในที่ประชุม ครม.ครั้งต่อไป และยืนยันจะไปกำกับดูแล ก.ตร.ด้วยตัวเอง  

เมื่อถามถึงการประชุม ครม.จะมีการประชุม ครม.เศรษฐกิจโดยเฉพาะหรือไม่ นายกฯ เศรษฐา กล่าวว่า ขอย้ำอีกครั้งว่าการประชุม ครม.นอกสถานที่จะมีอย่างแน่นอน แต่จะเป็นเมื่อไรขอกำหนดวันเวลาอีกครั้ง ส่วนการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ส่วนตัวคิดว่าการทำงานในสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องนั่งล้อมวงกันเสียเวลาเตรียมเอกสารที่มีค่อนข้างเยอะ เราใช้การทำงานแบบจับกลุ่มการพูดคุยและรวมตัวกันทำงานดีกว่า คนจะได้ไม่ต้องมาเตรียมเอกสารกันเยอะไปหมด อีกทั้งปัจจุบันมีวิธีสื่อสารหลายวิธี จึงคิดว่าการประชุม ครม.เศรษฐกิจไม่มีความจำเป็น แต่มั่นใจว่าทุกเรื่องจะเดินหน้าได้เร็วกว่าที่ทำในทุกวันนี้  

เมื่อถามว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีการกำหนดกรอบเวลาทำงานหรือไม่ว่า 100 วันจะมีผลงานอะไรออกมา นายกฯเศรษฐา กล่าวว่า “ต้องขอพิจารณาก่อน ยังไม่มีการพูดคุยตรงนั้น แต่ยืนยันว่าจะเห็นผลงานอย่างแน่นอน”  

วันนี้เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องคือการเฟ้นหาบุคคลที่จะมารับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (โฆษกรัฐบาล) ซึ่งเข้าใจว่าได้แล้วและจะมีการพูดคุยอย่างดี จะได้ไม่ต้องมีความสนพูดกลับไปกลับมา ไม่เช่นนั้นจะทำให้ประชาชนและสื่อมวลชนสับสนได้ ส่วนจะเป็นใครนั้นขอเวลาอีกนิดเดี๋ยวได้ทราบ  

เมื่อถามถึงกรณีพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายของพรรค พท. มีหลายเรื่องที่หาเสียงไว้แต่ไม่ได้บรรจุไว้ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาฯ นายกฯ เศรษฐา กล่าวว่า ขอให้รอดูและฟังจากการแถลงนโยบาย วันนี้เข้าใจการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบ และเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะต้องอธิบายเพื่อให้เกิดความเข้าใจขั้นตอนต่างๆ และไม่กังวลหากจะพูดซักและจี้ถามในรัฐสภา ถือเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเราอาสาเข้ามาทำงานก็ต้องพร้อมให้ถูกตรวจสอบ และถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์