บินตรวจราชการ เชียงราย-เชียงใหม่

15 ก.ย. 2566 - 13:20

  • ‘นายกฯ’ บินตรวจราชการเชียงราย-เชียงใหม่ 15-17 ก.ย.นี้

  • ย้ำอีก 2 สัปดาห์ชัดเจน แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่น

  • ขอดูรายละเอียดปม ป.ป.ช.ชี้มูล ‘รมต.เพิ่มพูน’ ก่อน แย้มจ่อตั้ง ทปษ.เพิ่มอีก ลั่น ทำอะไรได้รีบทำก่อน

PM_Srettha_go_to_Chiangrai_Chiangmai_15_17_Sep2023_SPACEBAR_Thumbnail_8e8d7f1249.jpeg
เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมต.คลัง พร้อมด้วย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมต.มหาดไทย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมต.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมต.คมนาคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมต.เกษตรและสหกรณ์ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมต.ยุติธรรม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง และชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยนายกฯ มีกำหนดการเดินทางไปตรวจราชการที่ จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 15-17 ก.ย. 66

เศรษฐา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ระบุว่า ภายในสองสัปดาห์จะชัดเจนเรื่องที่มาของงบประมาณในนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทว่า “ใช่ อีก 2 สัปดาห์จะมีความชัดเจน ขอให้ใจเย็นนิดหนึ่ง” 

เมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาในคดีกลับคำสั่งไม่ฟ้อง วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ในข้อหาขับรถยนต์ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 เนื่องจากมี ขบวนการช่วยเหลือ ในการเปลี่ยนพยานหลักฐาน ด้านความเร็วรถมีผู้ถูกกล่าวหารวม 15 ราย ซึ่งในกรณีของ พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ อดีตผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่ง (ผบ.ตร.) ปัจจุบันเป็น รมต.ศึกษาธิการการนั้น ป.ป.ช. มีมติส่งเรื่อง ให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนดำเนินการทางวินัยตามอำนาจหน้าที่เนื่องจากเห็นว่า มิใช่เป็นความผิดร้ายแรงตามมาตรา 64 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561 เศรษฐา กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว หากมีเรื่องส่งมาต้องขอดูเรื่องทั้งหมดก่อน จึงยังไม่ได้ทำความเข้าใจว่ามีการตัดสินอย่างไร มีคำเสนอแนะอย่างไร มีวิธีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร คงต้องขอดูเรื่องเสียก่อน  

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าจะมีผลกระทบหรือไม่ หากเรื่องดังกล่าวส่งมาให้นายกฯ พิจารณาโทษทางวินัยรัฐมนตรี เศรษฐา กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่อง ยังไม่ได้เห็นตัวเอกสาร ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐมนตรีด้วยนิดหนึ่ง ใจเย็น 

เมื่อถามถึงกรณีที่นายกฯ ได้กล่าวกับนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 65 วานนี้ (14 ก.ย.) โดยเฉพาะประเด็นเรื่องคอนเน็คชั่น เศรษฐา กล่าวว่า เรื่องคอนเน็คชั่นหรือเรื่องการใช้สิทธิใด เห็นว่า วปอ. เป็นสถาบันที่มีเกียรติ เป็นแหล่งฟูมฟักกำลังสำคัญของประเทศชาติ ก็อยากจะให้ดูให้ดีด้วยว่า จริงๆ แล้วไม่ใช่เป็นแค่คอนเน็กชันอย่างเดียว ที่มาใช้ระหว่างพวกกันเอง อยากให้มาดูแลพี่น้องประชาชนด้วย โดยใช้คอนเน็กชันเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีก การใช้ทรัพยากรของรัฐก็อยากให้ใช้ให้มันถูกต้อง ไม่ใช่แค่มีสิทธิอย่างเดียวต้องดูที่หน้าที่และความเหมาะสม เพราะมีคนที่เฝ้าดูกันอยู่หลายคนหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนที่เขาอยากมีตัวอย่างผู้นำที่ดีก็ขอฝากด้วย ไม่ได้มีอะไรหรอก คงเป็นอะไรที่อาจจะแตกต่างจากคำกล่าวของคนอื่นเท่านั้นเอง แต่ก็เป็นความตั้งใจของตน และเป็น ความหวังดีของตนต่อสถาบัน 

เมื่อถามว่าแต่การพูดดังกล่าวนายกฯใช้คำว่าอภิสิทธิ์ชน เศรษฐา กล่าวเพียงว่า “ครับ” 

เมื่อถามถึงกรณีที่นายกฯ ลงนามแต่งตั้งที่ปรึกษานายกฯ 9 คน เศรษฐา กล่าวว่า ยังไม่ได้แบ่งส่วนงานแต่อย่างใด ได้พยายามตั้งให้มีครอบคลุมทุกภาคส่วน และจะพิจารณาแต่งตั้งเพิ่มอีก อย่างที่เคยบอกแล้วว่าอะไรทำได้ ทำก่อน เช่น พิมล ศรีวิกรม์ ก็จะให้มาช่วยดูแลเรื่องกีฬา ก็จะให้ไปดูแลกองทุนที่สนับสนุนกีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ 1 ประเภทกีฬา รัฐบาลนี้ยืนยันว่าก็จะทำก่อน เดี๋ยวจะมีรายชื่อเข้ามาเสริมอีก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์