‘เศรษฐา’ พร้อมแถลงนโยบาย 11-12 ก.ย.นี้

9 ก.ย. 2566 - 16:27

  • ‘เศรษฐา’ อ้อนมาอีสานอบอุ่นยกเป็นที่ฮีลใจ เตรียมครม.สัญจรนัดแรกที่หนองบัวลำภูเร็วๆนี้ มุ่งดันหนองคายเชื่อมสินค้าไปจีน มอบ ‘สุริยะ’ ลุยพัฒนารถไฟ วอน ‘อบจ.อุดรฯ’เข้าใจลดงบให้เหมาะสม

  • ลั่นพร้อมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา 11-12 ก.ย.

  • ปัดไม่รู้โยก ‘บิ๊กรอย’ ข้ามขั้วคุมสมช. ย้ำเลื่อนตำแหน่งยึดความสามารถ-ซื่อสัตย์สุจริต

PM_Srettha_Prepare_annouce_Policy_government_to_Parliament_11_12_Sep2023_SPACEBAR_Thumbnail_ae8d0ebb70.jpeg
เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร จังหวัดแรกจะไปที่ไหนและเมื่อไรเพราะเคยระบุว่า จ.หนองบัวลำภูเป็นจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวน้อยที่สุดในประเทศ จะเป็นจังหวัดแรกที่ไปหรือไม่ว่า การที่มาภาคอีสานเป็นการทำให้ทราบปัญหาจริงๆ ไม่อยากใช้คำว่าอิน แต่ดูจากแววตาเห็นว่า ประชาชนเดือดร้อนจริงๆ มาจังหวัดที่เจริญที่สุดในภาคอีสานแล้ว แต่ก็ยังเห็นว่า มีความยากลำบาก ก็มีคำถามว่าเรื่องครม.นอกสถานที่ ซึ่งได้คุยกับรองนายกฯและเลขาธิการนายกฯแล้วว่า หากเรามีครม.สัญจร ก็จะบอกอีกครั้งว่าเมื่อไร แต่หวังว่าจะไม่เกินเดือนพ.ย. ซึ่งคิดว่าจังหวัดแรกที่น่าจะไป คือจ.หนองบัวลำภู  

เศรษฐา กล่าวด้วยว่า การลงพื้นที่อีสานรอบนี้แตกต่างจากการลงตอนหาเสียงเลือกตั้ง เพราะการลงพื้นที่ครั้งนี้รู้สึกได้ถึงความเป็นธรรมชาติมากกว่า มีความอบอุ่นในแววตาของคนที่ได้พบเห็น หากมีเรื่องหนักใจก็อยากเดินทางมาอีสานเพราะเหมือนเป็นการฮีลใจ   

เมื่อถามถึงความพร้อมในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาวันที่ 11-12 ก.ย. เศรษฐา กล่าวว่า พร้อม ซึ่งมอบหมายและได้พูดคุยกันแล้วว่ารัฐมนตรีแต่ละกระทรวงก็ต้องช่วยกัน  

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเกษียณอายุราชการเดือนก.ย.นี้ และมีกระแสข่าวพล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะข้ามขั้วมารับตำแหน่งดังกล่าว ว่า ไม่ทราบ ซึ่งได้ให้นโยบายไปคร่าวๆ เกี่ยวกับการแต่งตั้งข้าราชการ ควรให้การเลื่อนตำแหน่งต่างๆ อยู่บนพื้นฐานความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต เรื่องการซื้อขายตำแหน่งหรือการใช้เส้นสาย หรือการให้นายทุนมามีส่วนร่วม ในการโยกย้ายตำแหน่ง เป็นเรื่องที่รัฐบาลนี้ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง  

เมื่อถามว่าหากเป็นเช่นนั้นตำแหน่งเลขาฯสมช. จะให้หน่วยงานเป็นผู้เสนอใช่หรือไม่ เศรษฐา กล่าวว่า ต้องเป็นอย่างนั้น และต้องดูที่ความเหมาะสมด้วย ไม่เช่นนั้นขวัญและกำลังใจของข้าราชการจะเสีย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ นายกรัฐมนตรี และคณะ ยังได้เดินทางไปยังด่านพรมแดนหนองคาย พร้อมพูดคุยกับหน่อยงานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้า เกี่ยวกับขั้นตอนพิธีการศุลกากร การค้าชายแดน และการพัฒนา One Stop Service ระหว่างไทย ลาว และจีน  

ซึ่งเศรษฐา กล่าวว่า หนองคาย เป็นจังหวัดแรกๆ ที่มาหลังจากได้รับโปรดเกล้าฯ โดยจะเป็นการมารับฟังปัญหาเพื่อประกอบการทำงาน หากแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเรียบร้อย จะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ จ.หนองคายเป็นจังหวัดเล็ก แต่สร้างรายได้สูง เป็นอันดับที่ 4 ของภาคอีสาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมาก  ทั้งนี้ ส่วนตัวได้พูดคุยกับปลัดกระทรวงคมนาคม เรื่องการเชื่อมต่อเส้นทางไปถึงสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐประชาชนจีน เรามีสินค้าที่มาจากหลายจังหวัด รวมถึงท่าเรือแหลมฉบังด้วย ต้องการให้ จ.หนองคายเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า และต้องแก้ไขเรื่องสะพานที่จะรับน้ำหนักสินค้า ส่วนเรื่องวันสต็อปเซอร์วิสเป็นเรื่องที่เราต้องการให้มีความง่ายในการส่งสินค้าไปยังประเทศจีน  

จากนั้น เศรษฐา ให้สัมภาษณ์ว่า นั่งรถไฟมาจ.หนองคายเพื่อดูเรื่องจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า เนื่องจากจ.หนองคายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด มีการส่งสินค้าจากไทยไปยังลาวและจีน เรื่องรถไฟรางคู่ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้านั้นต้องมีการยกระดับสะพานที่จะรองรับน้ำหนักสินค้าให้มากขึ้น 

เมื่อถามถึงการพัฒนาสถานีรถไฟนาทา จะแล้วเสร็จในกี่ปี เศรษฐา กล่าวว่า คงต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ตอนนี้ต้องมีการนับหนึ่งก่อน เมื่อกลับไปกรุงเทพฯ จะมีการประชุมกับสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ซึ่งจะประสานงานการตั้งคณะทำงานขึ้นมา ต้องมีคณะกรรมการการเจรจาการค้าระหว่างประเทศด้วย เพื่อไม่ให้มีอุปสรรคในการทำงาน และอาจจะต้องเชิญ รมว.การต่างประเทศร่วมด้วย และในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทั้งขอนแก่น และอุดรธานี เป็นจังหวัดใหญ่ที่มีศักยภาพสูงในการที่จะพัฒนาต่อไปได้ จ.อุดรธานี มีแนวคิดที่จะมีการสร้างนิคมอุตสาหกรรมขึ้นมา  

เมื่อถามถึงรถไฟรางคู่เฟส 2 จากจ. ขอนแก่นมา และจ.หนองคาย ต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือสามารถเดินหน้าระยะที่ 1 ต่อได้เลย เศรษฐา กล่าวว่า เข้าใจว่าเข้าครม. ครั้งเดียวก็จบแล้ว มีเรื่องและงบประมาณที่กันไว้เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะได้กลับมาจ.หนองคายอีกครั้ง ในช่วงปลายเดือนหน้าเข้ามารับฟังความคืบหน้าเรื่องนี้  

เมื่อถามว่า มองว่าการบริหารงบประมาณของรัฐบาลยุ่งยากหรือไม่ เศรษฐา กล่าวว่า เรื่องงบประมาณไม่อยากใช้คำว่ายุ่งยาก ต้องบริหารจัดการกัน เป็นหน้าที่ของรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม ต้องจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม ต้องช่วยกันบริหารจัดการให้งบประมาณอยู่ในกรอบ ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาทางด้านการเงินและการคลังอีก  

เมื่อถามถึงการจัดงานมหกรรมพืชผลโลกที่มีการของบประมาณเพิ่มเป็นเท่าตัว และระยะเวลาก่อนเริ่มงานเหลืออีก 3 ปี จะเพิ่มงบให้หรือไม่และจะบริหารจัดการอย่างไร เศรษฐา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่แปลกใจ เมื่อวานนี้ (8 ก.ย.) เป็นการมารับฟังความคืบหน้า เหลือเวลาอีก 3 ปีก็ต้องดูให้ดี หากสร้างไม่ทันก็จะเป็นปัญหา ต้องกลับไปช่วยกันดูให้เหมาะสม ลดค่าใช้จ่ายทำให้อยู่ในกรอบงบประมาณที่สามารถทำได้ หากเพิ่มมานิดหน่อยก็น่าจะสามารถพิจารณาได้ แต่สำคัญที่สุดคือจุดเริ่มต้น ที่ต้องเริ่มแล้วไม่เช่นนั้นไม่ทันจะเสียหน้า หวังว่าอบจ.จะเข้าใจ และบางนโยบายเป็นเรื่องยาก จึงอยากลงพื้นที่ให้ได้มากที่สุดเพื่อมารับฟังปัญหา ซึ่งหลายเรื่องยังไม่ได้ถูกหยิบยกมาพูด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหายาเสพติด ซึ่งกลับไปกรุงเทพฯ วันพรุ่งนี้ (10 ก.ย.) จะประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วจะเร่งบริหารจัดการต่อไป นอกจากเรื่องปากท้องแล้ว ปัญหายาเสพติดก็เป็นปัญหาสำคัญของภาคอีสานเช่นกันที่ไม่อยากให้ รัฐบาลต้องดูทุกเรื่อง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์