‘เศรษฐา’ เตรียมตรวจน้ำท่วม 3 จังหวัดอีสาน พบปะประชาชน-มอบสิ่งของช่วย 6-7 ต.ค.นี้

5 ต.ค. 2566 - 09:58

  • โฆษกรัฐบาลเผย นายกรัฐมนตรีเตรียมลงพื้นที่ 3 จังหวัด ‘อุบลราชธานี-ยโสธร-ร้อยเอ็ด’

  • ติดตามสถานการณ์อุทกภัย พบประชาชน มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 6-7 ตุลาคมนี้

PM_will_survey_flood_situation_in_3_northeastern_provinces_6_7_Oct_SPACEBAR_Hero_a1d0299378.jpg

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 6 และวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2566 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จ.อุบลราชธานี จ.ยโสธร และ จ.ร้อยเอ็ด  

โดยมี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, เกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง, พงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ร่วมคณะตรวจราชการ ซึ่งมีกำหนดการดังนี้ 

วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม 2566 เวลา 12.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานทหารกองบิน 21 ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี โดยในเวลา 13.15 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย สั่งการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ณ สำนักงานชลประทานที่ 7  

จากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินทางไปสถานีตรวจวัดระดับน้ำ (M7) บริเวณเชิงสะพานเสรีประชาธิปไตย ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อพบปะประชาชน และมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะไปติดตามสถานการณ์อุทกภัยและพบปะประชาชน อ.พิบูลมังสาหาร ณ แก่งสะพือ ต.พิบูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี  

ส่วนในวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2566 เวลา 10.30 น. นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการพบปะประชาชน และมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ บ้านทรายงาม ต.กุดกุง อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร จากนั้น ในช่วงบ่าย เวลาประมาณ 14.00 น. นายกรัฐมนตรีจะตรวจเยี่ยมโครงการบำบัดผู้ติดยาเสพติด ณ สถานีตำรวจภูธรหัวโทน อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด แล้วเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม 

“การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ นายกฯ จะไปติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำชี-มูล รวมทั้งติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งพื้นที่ลุ่มน้ำชี-มูล ยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ สำหรับสถานการณ์น้ำของ จ.อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด ขณะนี้ความจุแหล่งน้ำรวมของจังหวัด (ข้อมูล สทนช. 3 ต.ค.66) จ.อุบลราชธานี ความจุ 2,225 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำปัจจุบัน 1,971 ล้าน ลบ.ม. (89%) จ.ยโสธร ความจุ 119 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำปัจจุบัน 77 ลบ.ม. (65%) และ จ.ร้อยเอ็ด ความจุ 2,225 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำปัจจุบัน 823 ลบ.ม. (37%)” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ

PM_will_survey_flood_situation_in_3_northeastern_provinces_6_7_Oct_SPACEBAR_Photo01_b16184fe8a.jpg
ขอบคุณภาพ: เฟซบุ๊ก สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยโสธร

เช็กสถานการณ์น้ำท่วม 3 จังหวัด ก่อนนายกฯ ลงพื้นที่พรุ่งนี้

จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกถึงตกหนักในบางพื้นที่ ส่งผลให้เกิดสถานการณ์น้ำเอ่อลันตลิ่งไหลเข้าท่วมบริเวณที่ลุ่มต่ำและบ้านเรือนที่อยู่อาศัยใน 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี, วารินชำราบ, ม่วงสามสิบ, ตระการพีชผล, เหล่าเสือโก้ก, ดอนมดแดง, เขื่องใน, ตาลสุม และอำเภอเดชอุดม รวม 59 ตำบล, 353 หมู่บ้าน/ชุมชน ได้รับผลกระทบ 13,267 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 82,964.25 ไร่

ทั้งนี้ จังหวัดอุบลราชธานี ได้ประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) แล้ว 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี, ม่วงสามสิบ, วารินชำราบ, ตระการพืชผล และอำเภอเหล่าเสือโก้ก

ส่วนที่จังหวัดร้อยเอ็ด มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 11 อำเภอ และได้รับผลกระทบหนักสุดคือ อำเภอเสลภูมิ มีจำนวน 13 ตำบล 118 หมู่บ้าน 2,300 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตร กว่า 18,800 ไร่ ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยให้ได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด

ด้านจังหวัดยโสธร น้ำชีได้เอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมเส้นทางเข้า-ออกหมู่บ้าน และพื้นที่ทางการเกษตรเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่บ้านทรายงาม หมู่ที่ 5 ตำบลกุดกุง อำเภอคำเขื่อนแก้ว ซึ่งในฤดูฝน จะประสบปัญหาน้ำชี เอ่อล้นเข้าหมู่บ้านเป็นประจำทุกปี ขณะนี้ ปริมาณน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมถนน สูงกว่า 30 เซนติเมตร เป็นช่วงๆ รวมระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวแรง และมีพื้นที่ผู้ประสบภัยแล้ว จำนวน 226 ราย ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางการเกษตร อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง ส่วนที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว มีพื้นที่ประสบภัย 11 ตำบล 57 หมู่บ้าน มีเกษตรกรประสบภัย 3,494 ราย พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายจำนวน 36,793 ไร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์