‘ผบ.ตร.’ ฮึ่ม! เตรียมแจ้งข้อหาอาชญากรรมข้ามชาติ ‘ตู้ห่าว’ ยันคดีทุนจีนสีเทาไม่เป็นมวยล้ม

13 ธ.ค. 2565 - 15:29

  • ผบ.ตร. การันตีคดีกลุ่มทุนจีนสีเทา ไม่เป็นมวยล้ม

  • เตรียมแจ้งข้อหาอาชญากรรมข้ามชาติ ‘ตู้ห่าว’ หลังพบหลักฐานวางแผนเชิญชวนคนจีนเข้ามาทำผิดในไทยชัดเจน

  • เรียกประชุมคืบหน้าคดี 16 ธันวาคมนี้

Police_chief_prepares_to_charge_transnational_crime_Du_Hao_SPACEBAR_Thumbnail_476dc07d7b.jpeg
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีการสืบสวนสอบสวนธุรกิจกลุ่มคนจีนกระทำผิดกฎหมายในไทย โดยเฉพาะคดีของนายชัยณัฐร์ (ตู้ห่าว) กรณ์ชายานันท์ เจ้าของจินหลิงผับ ที่ตำรวจนครบาลได้เข้าไปตรวจค้นจนพบยาเสพติด ก่อนที่จะขยายไปสู่คดีการทำธุรกิจผิดกฎหมายจำนวนมาก 

ผบ.ตร. กล่าวว่า การแจ้งข้อกล่าวหากับพนักงานรักษาความปลอดภัยของจินหลิงผับ ในข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตในช่วงแรกนั้น เนื่องจากข้อเท็จจริงการเข้าตรวจค้นครั้งแรกพนักงานรักษาความปลอดภัยคนนี้แสดงตัวเป็นผู้ดูแล แต่การสืบสวนภายหลังพบว่านายตู้ห่าวเป็นเจ้าของกิจการ พนักงานสอบสวนจึงมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องกับพนักงานรักษาความปลอดภัยคนนี้ไปแล้ว 

ทั้งนี้ ยืนยันว่า การดำเนินคดีของตำรวจนครบาล ไม่ได้ขัดแย้งกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เพราะการแจ้งข้อกล่าวกับบุคคลที่กระทำความผิด เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา และภายหลังการเข้าตรวจค้นจินหลิงผับก็ได้มอบหมายให้รอง ผบ.ตร. ทั้งฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ร่วมดำเนินการขยายผลจนสามารถนำไปสู่การตรวจค้นทั่วประเทศ จนพบเครือข่ายและทรัพย์สินของนายตู้ห่าวจำนวนมาก 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า จะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมในช่วง 1-2 วันนี้ มีหลักฐานเพิ่มเติมว่าอาจจะมีการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นเป็นคณะบุคคลที่มาจากต่างประเทศ คณะทำงานของนครบาลได้พิจารณาแล้วอาจจะเข้าข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งนี้หากมีการพิจารณาแล้วว่าเข้าข่ายก็จะมีการเสนออัยการสูงสุดเพื่อพิจารณา หากมีความเห็นชอบตรงกัน ขณะนี้ยังมีการสอบปากคำไปเรื่อยๆ จากการที่ได้รับรายงานจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และ พล.ต.ท.ธิติ  มั่นใจในพยานหลักฐาน ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องมวยล้มต้มคนดู มั่นใจว่าไม่มีมวยล้มแน่นอน 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตำรวจยังพบหลักฐานความเชื่อมโยงของขบวนการนี้กับบุคคลในต่างประเทศ โดยเฉพาะการวางแผน การเชิญชวนให้คนจีนเข้ามาเที่ยวและประกอบธุรกิจในไทย ซึ่งเข้าข่ายความผิดอาชญากรรมข้ามชาติ และเตรียมพิจารณาดำเนินคดีกับนายตู้ห่าวเพิ่ม โดยหากพบความผิดจริงจะส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณา เพื่อออกคำสั่งว่าจะมอบหมายให้ใครเป็นหัวหน้าคณะทำงาน หรือทำงานร่วมกัน เนื่องจากเป็นคดีนอกราชอาณาจักร 

“จะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมในช่วง 1-2 วันนี้ มีหลักฐานเพิ่มเติมว่าอาจจะมีการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นเป็นคณะบุคคลที่มาจากต่างประเทศ คณะทำงานของนครบาลได้พิจารณาแล้วอาจจะเข้าข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งนี้หากมีการพิจารณาแล้วว่าเข้าข่ายก็จะมีการเสนออัยการสูงสุดเพื่อพิจารณา หากมีความเห็นชอบตรงกัน ขณะนี้ยังมีการสอบปากคำไปเรื่อยๆ จากการที่ได้รับรายงานจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และ พล.ต.ท.ธิติ  มั่นใจในพยานหลักฐาน ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องมวยล้มต้มคนดู มั่นใจว่าไม่มีมวยล้มแน่นอน” ผบ.ตร. กล่าว 

ผบ.ตร. กล่าวด้วยว่า ส่วนคดียาเสพติดที่ผ่านมา ที่พบว่ามีการนำเข้าส่งออกไปยังต่างประเทศจะเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่นั้น จะต้องดูเป็นกรณีแต่ละคดีไป เนื่องจากรายละเอียดของแต่ละคดีต่างกัน โดยในวันศุกร์ที่ 16 ธันวาคมนี้ จะเรียกประชุมคณะทำงานทั้งฝ่ายสืบสวน สอบสวน ปราบปราม และตำรวจนครบาลซึ่งเป็นเจ้าของคดีมาร่วมประชุมติดตามความคืบหน้า

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์