พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อม พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบช.สพฐ.ตร., พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พล.ต.ต.กำธร อุ่ยเจริญ ผบก.สพฐ.ภ.7, พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ พิศมัย รอง ผบก.สส.ภ.4 และ รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมแถลงคดีนางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ ‘แอม ไซยาไนด์’ ผู้ต้องหาวางยาฆ่าเจ้าหนี้ 15 คดี ในพื้นที่ 8 จังหวัด โดยคดีแรกเกิดในปี 2558 ต่อเนื่องปี 2566 มีผู้เสียชีวิต 14 ราย รอดชีวิต 1 ราย
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมด มีความเกี่ยวพันกับ แอม ไซยาไนด์ ในฐานะเจ้าหนี้เงินกู้ นายหน้าขายรถมือสอง และลูกวงแชร์ ซึ่งพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดี ประกอบด้วย ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองปราบปราม ตำรวจภูธรภาค 7 ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รวบรวมพยานหลักฐานจากพื้นที่เกิดเหตุเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด สอบปากคำแพทย์ผู้ชันสูตร ซึ่งสถาบันนิติเวชวิทยาได้ตรวจสอบเลือดและสารคัดหลั่งในกระเพาะจากศพเหยื่อรายสุดท้ายที่ จ.ราชบุรี พบสารไซยาไนด์ในเนื้อตับของผู้ตาย รวมพยานอื่นๆ ทั้งหมดกว่า 900 ปาก มีเอกสารเกี่ยวกับคดีถึง 26,500 แผ่น
จนนำมาซึ่งการดำเนินคดีผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย 1. สรารัตน์ 15 คดี ความผิดฐาน พยายามฆ่าผู้อื่นฯ และฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอื่น เพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พันอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้, ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภค บริโภคอื่นใด เพื่อบุคคลอื่นเสพ หรือใช้ และการปลอมปนนั้นเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายฯ รวมกว่า 75 ข้อหา
2. พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ (สามีของ สรารัตน์) 1 คดี ความผิดฐาน เพื่อจะช่วยผู้อื่นมีให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด
3. ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความ 1 คดี ความผิดฐาน เพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ช่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด
ในส่วนของผู้จัดจำหน่ายสารไชยาไนด์ ในล็อตที่ สรารัตน์ สั่งซื้อออนไลน์และนำไปก่อเหตุ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดของกลางดังกล่าวไว้ได้นั้น เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลหาผู้ที่จัดจำหน่ายสารอันตรายดังกล่าว เพื่อจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
“คดีดังกล่าวถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอีกคดีหนึ่ง ที่ผู้ต้องหามีการวางแผนฆาตกรรมเหยื่อมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี ใช้การวางยาพิษเพื่อให้เหยื่อเสียชีวิตในลักษณะเหมือนการเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย ด้วยภาวะการทำงานของหัวใจล้มเหลว เพื่อมิให้ญาติผู้ตายพบข้อพิรุธสงสัย โดยหวังเอาทรัพย์สินจากเหยื่อ หรือเพื่อประโยชน์ในการล้างหนี้ที่เคยหยิบยืมกันมา ในคดีนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐาน กระทำด้วยความละเอียดรอบคอบและพยายามแสวงหาพยานหลักฐานมาให้ได้มากที่สุด เนื่องจากหลายเหตุการณ์ผ่านมาเป็นระยะเวลาหลายปี อาจมีความยากลำบากในการรวบรวมพยานหลักฐานแต่เจ้าหน้าที่ทุกคนก็ได้ทำอย่างเต็มที่นมีพยานหลักฐานมากพอ สามารถสั่งฟ้องดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุ
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมด มีความเกี่ยวพันกับ แอม ไซยาไนด์ ในฐานะเจ้าหนี้เงินกู้ นายหน้าขายรถมือสอง และลูกวงแชร์ ซึ่งพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดี ประกอบด้วย ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองปราบปราม ตำรวจภูธรภาค 7 ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รวบรวมพยานหลักฐานจากพื้นที่เกิดเหตุเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด สอบปากคำแพทย์ผู้ชันสูตร ซึ่งสถาบันนิติเวชวิทยาได้ตรวจสอบเลือดและสารคัดหลั่งในกระเพาะจากศพเหยื่อรายสุดท้ายที่ จ.ราชบุรี พบสารไซยาไนด์ในเนื้อตับของผู้ตาย รวมพยานอื่นๆ ทั้งหมดกว่า 900 ปาก มีเอกสารเกี่ยวกับคดีถึง 26,500 แผ่น
จนนำมาซึ่งการดำเนินคดีผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย 1. สรารัตน์ 15 คดี ความผิดฐาน พยายามฆ่าผู้อื่นฯ และฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอื่น เพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พันอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้, ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภค บริโภคอื่นใด เพื่อบุคคลอื่นเสพ หรือใช้ และการปลอมปนนั้นเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายฯ รวมกว่า 75 ข้อหา
2. พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ (สามีของ สรารัตน์) 1 คดี ความผิดฐาน เพื่อจะช่วยผู้อื่นมีให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด
3. ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความ 1 คดี ความผิดฐาน เพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ช่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด
ในส่วนของผู้จัดจำหน่ายสารไชยาไนด์ ในล็อตที่ สรารัตน์ สั่งซื้อออนไลน์และนำไปก่อเหตุ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดของกลางดังกล่าวไว้ได้นั้น เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลหาผู้ที่จัดจำหน่ายสารอันตรายดังกล่าว เพื่อจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
“คดีดังกล่าวถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอีกคดีหนึ่ง ที่ผู้ต้องหามีการวางแผนฆาตกรรมเหยื่อมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี ใช้การวางยาพิษเพื่อให้เหยื่อเสียชีวิตในลักษณะเหมือนการเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย ด้วยภาวะการทำงานของหัวใจล้มเหลว เพื่อมิให้ญาติผู้ตายพบข้อพิรุธสงสัย โดยหวังเอาทรัพย์สินจากเหยื่อ หรือเพื่อประโยชน์ในการล้างหนี้ที่เคยหยิบยืมกันมา ในคดีนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐาน กระทำด้วยความละเอียดรอบคอบและพยายามแสวงหาพยานหลักฐานมาให้ได้มากที่สุด เนื่องจากหลายเหตุการณ์ผ่านมาเป็นระยะเวลาหลายปี อาจมีความยากลำบากในการรวบรวมพยานหลักฐานแต่เจ้าหน้าที่ทุกคนก็ได้ทำอย่างเต็มที่นมีพยานหลักฐานมากพอ สามารถสั่งฟ้องดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุ



