‘บิ๊กโจ๊ก’ เตรียมเอาผิด 80 ตม.-3 นายพล เอื้อทุนจีน-จ่อเชิญ ‘ไตรยฤทธิ์-อดีตกงสุลใหญ่นาอูรู’ ให้ข้อมูลเพิ่ม

24 ม.ค. 2566 - 16:53

  • ‘บิ๊กโจ๊ก’ เตรียมเอาผิด 80 ตม.-3 นายพล เอื้อทุนจีน

  • ชี้ คดีตู้ห่าวข่มขู่พยาน ยื่นถอนประกันได้ทันที

  • เผย ตร.ขับรถนำขบวน นทท.จีน เบื้องต้นไม่พบโยงทุนจีน

  • จ่อแจ้งข้อหา จนท.DSI เพิ่ม ปมค้นบ้านพักนาอูรู รวมทั้งเตรียมเชิญ ‘ไตรยฤทธิ์-อดีตกงสุลใหญ่นาอูรู’ ให้ข้อมูลเพิ่ม

police_daripada_mej_general_surache_hakpan_explain_chinese_tuhao_nauru_SPACEBAR_Thumbnail_e3b2925e14.jpeg
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร ระบุถึงความคืบหน้ากรณีที่พบตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) 80 นาย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบทำหนังสือเดินทาง รวมทั้งออกวีซ่านักเรียน และวีซ่ามูลนิธิ ให้กลุ่มทุนจีนสีเทาเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมายว่า เมื่อวาน (23 ม.ค.) ได้มีการประชุมเรื่องนี้และได้สั่งการให้ไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมในบางประเด็น โดยในวันจันทร์ที่ 30 ม.ค.นี้ จะประชุมร่วมกันอีกครั้งหากได้ข้อสรุปชัดเจนแล้วจะแจ้งข้อกล่าวหากับทุกคนที่กระทำความผิด  ซึ่งตอนนี้มีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวทั้งทางวินัยและอาญาขู่ขนานกันไป เบื้องต้นพบว่ามีข้อมูลสอดคล้องกันว่ามีความผิดจริง ส่วนตำรวจยศนายพล อีก 3 นาย ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับตน และมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว เบื้องต้นจะถูกแจ้งข้อหาในความผิดทางอาญาฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157 และเรียกรับผลประโยชน์ มาตรา 149 โดยขั้นตอนต่อจากนี้ เมื่อแจ้งข้อหาแล้ว จะส่งสำนวนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. จากนั้นจะนำสำนวนสั่งฟ้องให้อัยการต่อไป

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าว ยังถามถึงประเด็นที่ ‘พยานในคดีตู่ห่าว’ ถูกข่มขู่ว่าทางตำรวจดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรไปแล้วบ้าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่าตนเองเพิ่งทราบเรื่องนี้ ต้องรอดูว่า ผบ.ตร. สั่งการเรื่องนี้อย่างไร แต่ถ้ามีการข่มขู่พยานจริงๆ พนักงานสอบสวนต้องดูว่าส่งผลต่อรุปคดีหรือไม่ หรือทำให้พยานเกิดความกลัว หากเป็นเช่นนี้ พนักงานสอบสวนสามารถใช้เป็นเหตุผลในการยื่นคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาได้  

ส่วนประเด็นที่ พ.ต.อ.หญิง ซึ่งเป็นภรรยาของตู้ห่าว ไม่ถูกแจ้งข้อหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ทางฝ่ายสืบสวนจะมีการรวบรวมข้อมูล เพื่อแจ้งข้อหานี้กับ พ.ต.อ.หญิง เพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ บช.น. ที่จะต้องไปสอบสวนร่วมกับอัยการ ซึ่งหากเจอข้อมูลที่ชี้ชัดว่ามีความผิดก็สามารถแจ้งข้อหาเพิ่มได้ เบื้องต้นทราบว่า พ.ต.อ.หญิง รายนี้ ยังอยู่ในประเทศไทย ไม่ได้หลบหนี คิดว่าคงใช้สิทธิ์ในการต่อสู้คดี  

อีกประเด็นร้อน คือกรณีที่ตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจจราจร ขับรถนำขบวนให้นักท่องเที่ยวจีน ตามที่ปรากฎในโซเชียลฯ เกี่ยวข้องกับขบวนการทุนจีนสีเทาหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ม.ค. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว เบื้องต้นไม่พบว่ามีคความเกี่ยวข้องกับทุนจีนสีเทา เป็นเรื่องของการอำนวยความสะดวกที่หวังหารายได้ ซึ่งถือว่ามีความผิดแน่นอน โดยเฉพาะการนำรถส่วนตัว มาแอบอ้างเป็นรถหลวง ซึ่งเรื่องนี้ ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้จเรตำรวจดำเนินการแล้ว  

ส่วนประเด็นที่ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และ ตำรวจ 191 นาย ร่วมกับ ทหาร ศรภ.- ล่ามจีน ร่วม 16 คน ไปตรวจค้นบ้านพักของชาวจีน ที่แอบอ้างว่าเป็นบ้านพักของกงสุลใหญ่นาอูรู ประจำประเทศไทย และเรียกรับเงินกว่า 9 ล้านบาท เพื่อแลกกับการปล่อยผู้ต้องสงสัยชาวจีนว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบทั้งทางวินัยและอาญา เบื้องต้นจากการสอบปากคำ เสกสิทธิ์ สวรรยาธิปัติ ผอ.กองพัฒนาและสนับสนุนคดีพิเศษ ซึ่งเป็นหน้าห้องของนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ จำนวน 2 ครั้ง ยังไม่ค่อยให้การที่เป็นประโยชน์ และในสัปดาห์นี้จะเรียก ไตรยฤทธิ์  มาสอบปากคำด้วย  

ขณะที่ในสัปดาห์หน้าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มเติม 3-4 ราย หลังพบว่าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องตรวจค้นคอนโดมิเนียมเป็นสถานที่พำนักของทูตนาอูรูในประเทศไทย รวมทั้งต้องสอบสวนอดีตกงสุลนาอูรู ที่เป็นผู้ร้องมาที่ดีเอสไอด้วยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
police_daripada_mej_general_surache_hakpan_explain_chinese_tuhao_nauru_SPACEBAR_Photo01_4b12fb2ed4.jpeg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์