บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ (5 ก.ย.) พบว่าในช่วงเริ่มต้นของการเปิดประชุม มีความชุลมุนเกิดขึ้นอยู่ครู่หนึ่ง เนื่องจาก แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอญัตติ ให้เลื่อนวาระการโหวตนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ซึ่งเป็นวาระด่วนที่ 8 ขึ้นมาพิจารณาก่อน โดยมีผู้รับรองถูกต้อง
เป็นเหตุให้ วัชระพล ขาวขำ สส. อุดรธานี พรรคเพื่อไทย รีบลุกขึ้นประท้วง โดยให้เหตุผลว่าระเบียบวาระดังกล่าวเป็นการตกลงตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และระเบียบวาระที่ค้างอยู่มีแต่เรื่องสำคัญ อีกทั้งระเบียบวาระการเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นวาระที่สำคัญ ต้องมีเวลาให้สมาชิกทุกคนพิจารณาและตัดสินใจ พร้อมแสดงจุดยืนให้พิจารณาตามวาระ
จากนั้น วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม ระบุว่า เนื่องจากมีสมาชิกเสนอญัตติขอเปลี่ยนระเบียบวาระ แต่มีผู้ไม่เห็นด้วย ต้องจึงต้องมีการลงมติว่า เห็นด้วยกับการให้เลื่อนวาระหรือไม่

ต่อมา จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า ก่อนที่จะมีการลงมติ ควรเปิดให้สมาชิกได้อภิปราย เพื่อแสดงความคิดเห็นต่อญัตติที่มีความแตกต่างกัน แล้วค่อยลงมติว่า เห็นควรเลื่อนญัตติหรือไม่ โดยบางช่วงจุลพันธ์ ได้แทนตัวเองด้วย ‘ในฐานะฝ่ายค้าน’ ก่อนที่ วันมูหะมัดนอร์จะบอกว่า ‘อย่าเพิ่งครับ’ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้เรียกเสียงหัวเราะจากสมาชิก
ขณะที่ ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ได้อภิปรายว่า ตัวเองไม่ได้ขัดขวางการขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของใคร แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ปกติ และขอให้ระมัดระวังว่าการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ มันจะไปเกี่ยวข้องกับจริยธรรม “เรายังมีทางเลือกอื่น ด้วยเราเป็นสามเศร้าแบบนี้คะแนนเสียงเท่า ๆ กันแบบนี้และนำไปสู่การใช้มาตรา 5 มันจะสง่างามอย่างยิ่งนายกที่มาจากมาตรา 5 ที่เราไม่เคยใช้กันเลย” ณัฐวุฒิ กล่าว

นอกจากนี้ ยังเหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นสีสันในการอภิปรายเช้านี้ คือช่วงที่ อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ได้ลุกขึ้นพูดถึงเรื่องการเลื่อนวาระพิจารณา โดยอรรถกรได้พูดชื่อพรรคผิด โดยระบุว่า ‘ผมและเพื่อน สส.อยู่พรรคก้าวไกล และมีหัวใจที่อยู่พรรคก้าวไกลทั้ง 31 คน’ ทำให้มีเพื่อน สส. ทักท้วงว่า ‘พรรคกล้าธรรม’ ทำให้เกิดเสียงหัวเราะดังทั่วในห้องประชุม จนวันมูหะมัดนอร์ต้องขอให้ที่ประชุมอยู่ในความสงบ และดำเนินการอภิรายต่อ
โดย อรรถกร ย้ำว่า พรรคกล้าธรรม เห็นว่าต้องเร่งเรื่องนายกรัฐมนตรีในวันนี้ เพราะสถานการณ์ของประเทศมีหลายเรื่องที่จำเป็นต้องมีรัฐบาลมาทำงาน และแก้ไขปัญหา ทั้งความขัดแย้งที่ชายแดนไทย - กัมพูชา รายการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ หากวันนี้ไม่มีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จะทำให้การแก้ไขปัญหาเกิดสุญญากาศหรือไม่

ทั้งนี้ หลังที่ประชุมมีการถกเถียงกันว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนวาระโหวตนายกฯ โดย สส.หลายคนได้ลุกขึ้นขออภิปรายจำนวนมาก ทำให้ จุลพันธ์ ลุกขึ้นระบุว่า หากทุกคนปฏิบัติตามที่ประธานในที่ประชุมเสนอก็จะใช้เวลาอภิปรายไม่เกินครึ่งชั่วโมง และเป็นการรับฟังความเห็นอย่างรอบด้านซึ่งทุกครั้งปฏิบัติแบบนี้
“ท่านไม่ต้องกลัวการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีก็ยังอยู่ในระเบียบวาระ ยังไงวันนี้ก็ต้องเดินไปถึงถ้าท่านมีเสียงครบ ท่านได้เป็นแน่นอนใครมีบุญญาวาสนาถึงท่านได้เป็นไม่ต้องไปห่วงแต่อย่าเริ่มความอยากเป็นรัฐบาลด้วยการปิดปาก” จุลพันธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลัง อนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย เดินเข้าสู่ห้องประชุมแล้ว พบว่ามี สส. จากหลายพรรคเข้ามาทักทายอนุทินอย่างนอบน้อม ขณะที่ สส.พรรคภูมิใจไทย ต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีน้ำเงิน









