หลังเข้าสู่ “ช่วงโค้งสุดท้าย” บรรดากูรู–นักวิเคราะห์ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นเขย่าฉากการเมือง พร้อมมองเกมยาวข้ามช็อตไปถึงสมการจัดตั้งรัฐบาลหลังวันเลือกตั้ง
หนึ่งในนั้นคือ รศ.ธนพร ศรียากูล ที่มองว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้อันดับ 1 โอกาสจัดตั้งรัฐบาลจะเปิดกว้าง เนื่องจากไม่มีเงื่อนไขซับซ้อนในการร่วมรัฐบาล แต่หากได้อันดับ 2 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ประกาศจุดยืนชัดเจนแล้วว่า “จะให้พรรคอันดับ 1 เป็นผู้พยายามจัดตั้งรัฐบาลก่อน หากไม่สำเร็จจึงเป็นลำดับถัดไป”
รศ.ธนพร ระบุว่า หากพรรคประชาชนได้อันดับ 1 ควรเจรจากับพรรคภูมิใจไทยก่อน พรรคประชาชนควรประกาศตั้งแต่ตอนนี้ว่าจะไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคประชาชนเคยชูแคมเปญ “มีเรา ไม่มีเทา” มาโดยตลอด และก่อนหน้านี้ก็ประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมแล้ว
ที่ผ่านมา ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามกับพรรคเพื่อไทยมีหลายเรื่อง ตั้งแต่ข้อครหา “ความเชื่อมโยงกับเครือข่ายทุนสีเทา” ไปจนถึงกรณีของอดีตรัฐมนตรีดิจิทัลฯ ที่เกี่ยวพัน “คดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล” ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ รวมถึงกรณีผู้สมัคร สส. ในพื้นที่กาฬสินธุ์ที่ถูกกล่าวหาว่า “เชื่อมโยงเครือข่ายพนันออนไลน์”
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดในขณะนี้ คือกรณีที่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ซื้อเครื่องบินต่อจาก ‘เบน สมิธ’ ซึ่งถูกระบุว่าเกี่ยวพันเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา โดยมีข้อสงสัยว่าอาจเชื่อมโยงเส้นทางการเงินกับกลุ่มทุนสีเทาของ ‘ยิม เลียก’ อีก
รศ.ธนพร ระบุว่า หากพรรคประชาชนต้องการยืนยันเรื่อง “มีเรา ไม่มีเทา” จริง พรรคเพื่อไทยควรเป็นหนึ่งในพรรคแรก ๆ ที่ต้องถูกตัดออกจากสมการจัดตั้งรัฐบาล มิฉะนั้นอาจถูกตั้งคำถามว่าเป็นเพียงกลยุทธ์หาเสียง
ถ้ายังยืนยันคำว่า “มีเรา ไม่มีเทา” ก็ต้องแสดงจุดยืนให้ชัด หรือจะตีมึน เพราะ “สุริยะ” เป็น “อาเจ็กของธนาธร” ก็สุดแล้วแต่ และหากสุดท้ายยังร่วมกันตั้งรัฐบาล ประชาชนก็ย่อมตั้งคำถามได้ว่า คำขวัญดังกล่าวเป็นเพียง “วาทกรรมเพื่อคะแนนเสียง” เท่านั้น




