เกิดได้-อยู่ได้-ตายยาก! ชงแนวทางส่งเสริม ‘สถาบันพรรคการเมือง’ ยึดโยงประชาชน

1 ส.ค. 2567 - 15:38

  • ‘กมธ.พัฒนาการเมืองฯ’ ชงแนวทางส่งเสริม ‘สถาบันพรรคการเมือง’ ให้ยึดโยงกับประชาชน

  • เสนอแก้-ปรับกรอบ ‘ยุบพรรค’ เลิกตัดสิทธิเลือกตั้ง อ้างเพื่อยกระดับสุขภาพประชาธิปไตย

  • ‘ไอติม’ ครวญโชคชะตาเล่นตลก! ข้อเสนอมาช่วงศึกชี้ชะตายุบ ‘ก้าวไกล’ อีกไม่ถึงสัปดาห์

Political_Development_Committee_guidelines_for_political_party_connected_to_people_SPACEBAR_Hero_135ba682ac.jpg

ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ซึ่งมีวาระที่น่าสนใจอย่างการพิจารณารายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เรื่อง ข้อเสนอในการส่งเสริมสถาบันพรรคการเมือง ให้ยึดโยงกับประชาชน

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ชี้ให้เห็นถึงแนวทางการศึกษา ซึ่งมีโจทย์คือ ให้พรรคการเมือง ‘เกิดได้ อยู่ได้ ตายยาก’ เพื่อสร้างระบบการเมืองที่มีประสิทธิภาพ และทำให้พรรคสามารถจัดตั้งได้ง่าย โดยลดเงื่อนไขการจัดตั้ง เช่น ทุนประเดิม 1 ล้านบาท ให้มีผู้ร่วมก่อตั้งพรรค 500 คน และลดปริมาณเอกสาร

รวมถึงเงื่อนไขที่ไม่สามารถทำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ ตลอดจนข้อกำหนดของการมีสาขาพรรคที่ทำให้การเกิดพรรคการเมืองที่ขับเคลื่อนเชิงประเด็นหรือเชิงพื้นที่ได้ยาก นอกจากนั้น มีบทเพื่อสนับสนุนการขยายฐานสมาชิกพรรคที่รวดเร็ว โดยให้ประชาชนสมัครสมาชิกได้ง่าย ลดเอกสารการสมัครหรือบังคับให้พรรคเก็บค่าสมัครสมาชิก

สำหรับประเด็นการทำพรรคให้อยู่ได้ในทางการเงิน มีข้อเสนอปรับกติกาให้พรรคการเมืองสามารถระดมทุนจากประชาชนและผู้บริจาครายย่อยได้ง่าย เช่น ขายสินค้าออนไลน์ และทำให้การระดมทุนจากผู้บริจาครายใหญ่ทำได้ยากขึ้น เพื่อป้องกันการครอบงำโดยทุนใหญ่ รวมถึงลดเงื่อนไขที่จะเพิ่มค่าใช้จ่ายทางธุรการ เช่น ให้จัดประชุมพรรคผ่านออกนไลน์ได้ ลดข้อห้ามการนำเงินไปทำกิจกรรรมใด ๆ ทางการเมือง

ส่วนประเด็นการทำให้พรรคการเมืองตายยากนั้น พริษฐ์ ชี้ให้เห็นถึงระยะเวลา 17 ปี มีพรรคการเมืองที่ถูกยุบโดยศาลรัฐธรรมนูญ ถึง 5 พรรค ทั้งนี้ ไม่ปฏิเสธกับการลงโทษพรรคการเมืองที่ทำผิดและได้พิสูจน์โดยองค์กรที่เป็นกลาง และบังคับใช้กับผู้กระทำผิดอย่างจำกัดและได้สัดส่วนกับฐานความผิด

ดังนั้น ข้อเสนอคือ ปรับรายละเอียดให้เหมาะสม สมดุลและได้สัดส่วน เช่น ลดสภาพบังคับให้ทำไพรมารี่โหวต การมีสาขาพรรคตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด ในเวลาที่กำหนด ซึ่งมีผลให้พรรคต้องสิ้นสภาพหากไม่ทำตาม เป็นมาตรการที่เป็นการสร้างแรงจูงใจทางการเมือง ผ่านการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาการเมือง

นอกจากนั้นคือ ทบทวนเงื่อนไขการยุบพรรคให้สอดคล้องกับหลักสากล และเป็นมาตรการสุดท้ายสำหรับกรณีร้ายแรง ไม่ใช่ใช้กลั่นแกล้งทางการเมือง เช่น กรณีทุจริต ทำผิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการพรรค เปลี่ยนจากการลงโทษโดยยุบพรรค เป็นลงโทษกรรมการบริหารพรรครายบุคคหรือคณะ ส่วนกรณีข้อหาล้มล้างการปกครอง ให้ยุบพรรคเฉพาะกรณีที่พรรคได้ทำการล้มล้างการปกครองที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าทำผิดอาญาว่าด้วยล้มล้างการปกครอง นอกจากนั้น ให้ยกเลิกบทลงโทษว่าด้วยการเพิกถอนสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ที่เป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชน

ทั้งนี้ ข้อเสนอขอ กมธ.นั้นเพื่อทำให้พรรคการเมืองยึดโยงพับประชาชน และมีกติกากำกับที่เสรี เป็นธรรม ทันสมัย และสากล หลังจากรับฟังอภิปายและข้อเสนอแนะของ สส. หวังว่าทุกพรรคร่วมกันเสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ฉบับกลาง เพื่อผลักดันให้ให้เกิดขึ้น

ไม่รู้ว่าโชคชะตาเล่นตลกหรือไม่ ที่ทำให้รายงานมีข้อเสนอแก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมืองและเงื่อนไขยุบพรรคเข้าสู่สภาฯ ไม่ถึงสัปดาห์ ที่พรรคต้นสังกัดผมจะตัดสินยุบพรรค ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองที่ใช้ปัจจุบัน ทั้งนี้ ข้อเสนอไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเชิงกฎหมายได้ทันกับคำวินิจฉัยยุบพรรคพรรคก้าวไกลวันที่ 7 ส.ค.นี้ ขอให้สบายใจและไว้วางใจว่า ไม่ได้เสนอเพื่อผลประโยชน์พรรคใด แต่ยืนยันหลักการที่ถูกต้อง และยกระดับสุขภาพของประชาธิปไตยในประเทศไทย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์